‘ฐนิธ’ รอรัฐบาลใหม่ฟันธงแก้ปัญหาทีซีดีซี รุกคืบ หารายได้เชิงธุรกิจ [1 ก.พ. 51 - 04:28]
พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน ผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้ และสร้างสรรค์ (สรส.) หรือ Institute of Discovery & Creative Learning (ไอดีซีแอล) ที่เกิดจากการควบรวมศูนย์สร้างสรรค์ งานออกแบบ (ทีซีดีซี) กับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (เอ็นดีเอ็มไอ) เปิดเผยในฐานะผู้อำนวยการ สรส.คนใหม่ ที่เข้ามารับตำแหน่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลว่า นับแต่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2551 ได้พยายามแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับทีซีดีซีและเอ็นดีเอ็มไออย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกรณีที่มีความเห็นขัดแย้งระหว่างคณะกรรมการบริหารและพัฒนาองค์ ความรู้ (สบร.) ที่มีนายอภินันท์ โปษยานนท์ เป็นประธาน กับพนักงานและสมาชิกของทีซีดีซี เรื่องความเหมาะสมในการย้ายทีซีดีซี จากห้างสรรพสินค้าดิ เอ็มโพเรียม ไปยังอาคารจัตุรัส จามจุรี ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดยที่ผ่านมามีการถกเถียงกันว่าการย้ายไปที่ใหม่กับการอยู่ที่เก่าจะมีความคุ้มค่ามากกว่ากันหรือไม่เพียงไร ซึ่งก็ปรากฏว่ามีการคำนวณตัวเลขออกมาหลายรูปแบบจนเป็นที่สับสน ตนจึงทำการศึกษาใหม่ ทั้งหมดเพื่อตอบคำถามต่อทุกฝ่ายได้อย่างมั่นใจ และมีข้อสรุปว่า ควรจะย้ายไปยังอาคารจัตุรัส จามจุรี เพราะเมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น 6 ปีต่อจากนี้ไป นับเป็นรายจ่ายน้อยที่สุด ขณะที่สามารถดำเนินกิจกรรมทั้งหมดที่ทีซีดีซีเคยทำอยู่ได้ดีเหมือนเดิม
นอกจากนี้ จุฬาฯยังได้ยอมปรับพื้นที่ตั้งของทีซีดีซีบนชั้น 2 และชั้น 3 ของอาคารจัตุรัสจามจุรีให้สวยสง่างามขึ้น ถึงขนาดยอมยกบันไดเลื่อนที่ตามแปลนเดิมจะผ่าขึ้นมาตรงกลางของทีซีดีซีออกไป ส่วนค่าเช่าสถานที่ของอาคารจัตุรัส จามจุรีจะไม่คิดใน 3 ปีแรก แต่จะต้องจ่ายค่าส่วนกลาง ตร.ม.ละ 250 บาทต่อเดือน ส่วนพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นมา และเดิมเป็นพื้นที่สำหรับให้ร้านค้าทั่วไปเช่า ก็นำมาให้ทีซีดีซีเช่าแทน โดยจุฬาฯยอมคิดค่าใช้จ่าย ตร.ม.ละ 600 บาทต่อเดือนตั้งแต่ปีแรก จากราคาปกติ ตร.ม.ละ 800 บาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ ก็คงต้องให้ฝ่ายนโยบายหรือรัฐมนตรีที่จะมากำกับดูแลองค์การมหาชนที่อยู่ภายใต้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) เป็นผู้ตัดสินใจด้วยว่าจะเอาอย่างไร ทั้งนี้ หากฝ่ายนโยบายเห็นควรให้คงทีซีดีซีไว้ที่ห้างสรรพสินค้าดิ เอ็มโพเรียมเช่นเดิม ตนก็จะขอเข้าไปชี้แจงผลการศึกษาความคุ้มค่าในแต่ละสถานที่ก่อน เพื่อให้การตัดสินใจทุกด้านมีความรอบคอบ “ผมไม่ได้เดินตามที่บอร์ด สบร.สั่งทั้งหมด แต่พยายามหาคำตอบ และทางเดินที่ถูกต้องสำหรับทุกฝ่าย ไม่ได้มาหักธงของอีกฝ่าย แต่พยายามให้บางฝ่ายลดธงลงมา และอีกฝ่ายก็ชักธงขึ้นได้บ้าง”
ผู้อำนวยการ สรส.ซึ่งสวมหมวกนายกสภาสถาปนิกอีกใบ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสถาบันการเรียนรู้และสร้างสรรค์ได้เห็นชอบตามแผนงานให้ย้ายทีซีดีซี ไปยังอาคารจัตุรัส จามจุรี ในวันที่ 1 มิ.ย. 2551 ตามที่ตนเสนอแล้ว โดยได้เสนอการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 กรณีคือ กรณีแรก หากย้ายไปอาคารจตุรัส จามจุรี จะมีค่าใช้จ่ายรวม 6 ปี บนพื้นที่ 3,740 ตร.ม. วงเงิน 177 ล้านบาท กรณีที่สอง หากอยู่ที่ดิ เอ็มโพเรียม เช่นเดิม บนพื้นที่ 4,350 ตร.ม. มีค่าใช้จ่าย 6 ปี วงเงิน 221 ล้านบาท และกรณีที่สาม หากต่อสัญญาเดิมกับดิ เอ็มโพเรียมไปอีก 2 ปี และย้ายไปอยู่ที่ใหม่อีก 4 ปี โดยมีพื้นที่เท่าปัจจุบัน จะมีค่าใช้จ่ายรวม 6 ปี วงเงิน 272 ล้านบาท
“พื้นที่ของทีซีดีซีตามที่ตกลงกับจุฬาฯ จะใช้ชั้น 2 ของอาคารจัตุรัสจามจุรี เป็นห้องแสดงงานนิทรรศการถาวร และนิทรรศการชั่วคราว โดยมีพื้นที่ใกล้เคียงของเดิม ส่วนกรณีที่เคยถกเถียงกันว่าจะนำห้องสมุดไปไว้บนลานจอดรถจะไม่เกิดขึ้นแล้ว” ทั้งนี้ ก็เพราะแบบแปลนวางแผนไว้ล่าสุด จะใช้ชั้น 3 ของอาคารจัตุรัสจามจุรี ที่เป็นตึกเดียวกัน และอยู่ด้านบนของชั้น 2 เป็นห้องสมุดเฉพาะด้านการออกแบบ และห้องสมุดวัสดุเพื่อการออกแบบ โดยมีพื้นที่และความสวยงามเช่นเดิม
“เรื่องที่เคยเป็นห่วงกันมากว่า จะไม่มีทีซีดีซีในประเทศไทยอีกแล้ว หรืองานของทีซีดีซีซึ่งเป็นศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบจะด้อยค่าลงนั้น ก็ขอให้มั่นใจได้ว่า ผมจะพัฒนาทีซีดีซีตามวัตถุประสงค์ที่ให้มา ให้ดี ยิ่งขึ้น และขยายขอบเขตการทำงานไปยังจังหวัดต่างๆให้มากขึ้น”
พล.ร.อ.ฐนิธกล่าวด้วยว่า ในอนาคตสถาบันแห่งนี้ จะเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ดึงนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งวางแผนให้การทำงานของทีซีดีซี และเอ็นดีเอ็มไอต่อจากนี้มีความเชื่อมโยงกันให้ได้ ทั้งในด้านการจัดทำแผนงาน และงบประมาณด้านการเงิน โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดนิทรรศการ ที่ต้องนำบุคลากรของทีซีดีซีไปช่วยสร้างเนื้องานให้แก่เอ็นดีเอ็มไอ เพราะเป็นผู้ที่รู้เนื้องานแล้วและมีประสบการณ์การทำงานด้านนี้มาแล้ว 3 ปี ขณะที่ต่อไปจะต้องมีฝ่ายพัฒนาธุรกิจขึ้นมาทำหน้าที่หาสปอนเซอร์ และสร้างรายได้ในเชิงธุรกิจให้กับทั้งทีซีดีซี และเอ็นดีเอ็มไอเพื่อเลี้ยงตัวเองให้ได้.
ที่มา :: http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=77280
กุมภาพันธ์ 13, 2008 ที่ 8:08 am
เป็นนายก สภาสถาปนิกอุอุ
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ ความหรูหรา หรือ สง่างามของสถานที่
แต่ อยู่ที่
จะมีเงามาเฟียปกคลุม ที่แห่งนี้ต่างหาก
และ
เป็นหน้าต่างไปสู่ การควบคุม วงการ ครีเอทีฟ ไปด้วยอีกตัว
และมีความไม่ชอบมาพากล และ วาระซ่อนเร้น อีก กระบุงโกยต่างหาก
ทำไมต้องเป็น จามจุรีฯ
ตราสัญลักษณ์ มหาวิทยาลัย ชมพู หราขนาด
และมีข้อตกลงซ่อนเงื่อนอะไรอีก นอกจากราคาถูก
ไม่มีของฟรี และไม่มีของดีราคาถูก —— เป็นวาทะกรรม ที่กลุ่มปัญญาชนคนสีขมพู สร้างกระแสมายาวนาน จากการนำการตลาดนำหน้า ของทีมให้การศึกษาของเค้านี่นะ
ดังนั้น เผย ข้อตกลงมาให้จะๆ ฤาจะให้สาว หุหุ
คนที่ไม่มีหัวคิดเชิงสร้างสรรค์ คิดแต่ กุมอำนาจ และผลประโยชน์ที่จะเกิด แก่กลุ่มตน นั้น เข้ามาคุมโครงการนำร่องพัฒนาทรัพยากรบุคลากรของประเทศ นับเป็นเรื่องหวาดเสียวและอันตรายอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องที่ยอมความกันไม่ได้ ที่นำเสนอมานี้ ถือเป็นการฮั้ว หรือติดสินบน สมาชิก ทีซีดีซี ได้ไหนเนี้ย อุอุ
ธง เทิง อะไร ไม่ทราบ เห็นมีแต่พวก สางเขียว ที่ทั้งชีวิต มีแต่นำความหายนะมาสู่ประเทศเท่านั้นที่มีธง และขบวนการอุนจิ ที่ส้นรองเท้า คอมแบ็คนี่แหละ
ที่รับไม่ได้ อย่างเอกอุ นี่ ก้อ เรื่องใช้จามจุรี ฯ เป็นที่หมาย
เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่รู้กี่ตลบ แถมโยงใยกะ สภาสถาปนิกอีก ผูกพันกะ กฏหมายระดับประเทศ ที่จะมาควบคุมวงการวิชาชีพ เรื่องใหญ่มากนะ ใช้ภาษีของคนทั้งประเทศอีก
คำพูด ประโลมโลกของคนกลุ่มนี้ ก็หาน้ำหนักอันใดไม่ได้ คนที่ปล่อยให้คำพูดของตนเองไม่ศักดิสิทธ คนๆ นั้น ก็ไร้ค่าไปในบัดดล ประธานบอร์ด ก็แสดงออกมาไม่รู้กี่รอบ ลบคุณค่าในตัวเอง ซะไม่เหลือ คิดว่า มีสื่อเป็นกระบอกเสียงให้ แล้ว จะแล้วกันหรือ ความคิด ช่างตื้นเขินเสียจรืงๆ
คนจะมาคุมที่นี่ จะต้องมีวิสัยทัศน์ ที่กว้างไกล เป็นนักฝัน ที่สามารถ ทำฝันให้เป็นจริงได้ วัตถุประสงค์ของที่แห่งนี้ หลักไม่ได้อยู่ที่เลี้ยงตัวเองได้ แต่เป็นเรื่องของการฝัง ระเบียบการคิด ไปสู่ทรัพยากรบุคคลของประเทศ ให้ฝันเป็น ให้จิตนาการเป็น และให้รู้จัก เรียนรู้ ที่จะทำฝันให้เป็นความจริงได้อย่างไร ต่างหาก
ไม่ใช้ พวกที่ไม่มีวุฒิภาวะ ทางความคิด ทำงานทำการไม่เป็นภาษา ไม่มีหลักการ ไม่มีกระบวนการทำงาน ที่เป็นมืออาชีพ แสดงถึง ความด้อยคุณภาพของการทำงานเชิงรัฐ
อย่างไร ก็อย่างที่
คิดจะยุบ ก็ยุบ
ให้ สตง. ยัดข้อหา
ให้เค้าสบประมาทได้ว่า
จะทำงานทั้งที่ ผู้บริหาร ก็ไร้สมอง คิดรอบด้านไม่เป็น มีรายงานจากหน่วยงานเดียว ก็ดำเนินงานเสียแล้ว ———- แล้วยังมีหน้า โป้ยให้ไปฟ้อง สตง. ที่รายงานมา คิดว่าคนอื่นเค้ากินหญ้าหรือ ความผิดอยู่ที่ ผู้มีอำนาจ ตัดสินใจ และทำการตัดสินใจไปต่างหาก ไม่เกี่ยวกะรายงาน ถ้าวินิจฉัยไม่ได้ว่าข้อมูลใด อยู่ในข่ายต้องพิจารณาวินิจฉัย ก็ ไปเลี้ยงกวางดีก่านะ
เรื่องขนาดเป็นองค์กรมหาชน แต่พี่ท่านไม่มีแผนอะไรรองรับ
แรกเริ่ม จะเอาไปไว้ ที่จอดรถ พอ มีกระแสต้าน ก็ไม่ใช่แล้ว จะย้ายไปให้ดีขึ้น สุดท้ายบอกว่า หรูหรา งามสง่า โอว ……… มาย ก๊อด
ทำงานกันภาษาอะไร ถึงได้เขมร ขนาดนี้
มีแต่คอรับชั่น เชิงนโยบาย กันขนาดนี้
ไม่มีการศึกษาในด้านต่างๆ ไม่มี อะไรเลย นอกจาก จะทำอย่างไง ที่จะฮุบ ทรัพย์สมบัติของประเทศ มาเป็นของกลุ่มตนอย่างไร จะขโมยเงินภาษีมาเข้ากระเป๋าอย่างไร
แล้วมาแต่งคำเสียหรู ว่า เราลดธงมาครึ่งแล้ว คนอื่นมีธงส่วนตัว ที่ไม่ยอมลด
ประสาท เหรอ ธงอะไร ประเด็นอยู่ที่ เป็นโครงการของรัฐ มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นะ ไม่มีสิทธิ ที่สถาบันใดๆ จะเอา สัญญลักษณ์ ของตัวเอง มาแปะ เป็น ยันต์กำกับ
คายออกมาให้หมด แหละ ทั้งแม่ และลูก ทั้ง เจ็ด
แต่งคำเสียหรู ระลึกไว้เถอะว่า วันนี้ ประชาชน ไม่ได้กินหญ้า หรอกนะ กลับเนื้อกลับตัวซะ ในขณะที่มีเวลา ให้ทำ ปรับเปลี่ยน แนวทางซะ ให้มันสากล พวกท่านคงเข้าใจ กฏของดาร์วืน ดีนะ เพราะนันเป็นคำตอบว่า ทำไม ไดโนเสารัส จึงสูญพันธ์ ไปจากโลกนี้
กุมภาพันธ์ 18, 2008 ที่ 11:47 am
บ้าไปแล้ว
นาง ฐนิธ (ลืมบอกไปว่าหมอนี่เป็นทหาร)
คิดได้ไงว่าพยายามแก้ปัญหาที่เกิดกับTCDC
ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนครับ…TCDCเค้าอยู่ของเค้าดีๆ มาแต่แรก
ก็พวกเขียวนี่แหละที่มาทำให้เกิดปัญหา
สมาชิกเค้าเป็นหมื่นๆคน ไม่รวมกับผู้เข้าชมอีกหลายแสนทั้งไทยทั้งเทศ
เค้าไม่เคยบอกว่ามีปัญหา,ต้องย้าย,ต้องยุบรวม เลย
มีแค่กลุ่มขี้อิจฉาถ่วงความเจริญของชาติเท่านั้นแหละครับ
ที่ออกมาเลื่อยขาเก้าอี้TCDC
อยากได้หน้าจังพวกสางเขียวนี่ ไปเสือ_มันทุกองค์กร
นี่ก็มีรัฐบาลใหม่แล้วลาอกไปเถออะครับถ้ายังมียางอาย
อีกอย่างก็เรื่องย้ายนี่อัปยศมาก
กะว่าจะย้ายให้ไปเป็นสมบัติของ จุฬาเลยสินะ
นิสิต+นศ มาสมัครแล้วมานั่งดองแช่แอร์ทั้งวันแน่ๆ
นี่ขนาดยังไม่ย้ายนะครับ มีช่วงนึง ที่TCDC โดน freeze
ตอนนั้นเขามีนโยบายให้เข้าฟรี
ก็มีเด็กวัยรุ่นมานั่งตั้งแต่ 11 โมง จน 1 ทุ่ม
หนังสือ trend book เล่มละแสนกว่าบาท
เค้าเอาไปดองแล้วก็ไม่หยิบมาอ่านเลย(ผมจ้องอยู่ครับ)
แล้วหนังสือก็เละมากชั้นคืนหนังสือนี่แบบว่า กองพะเนินเทินทึก
แบบน้องๆเค้าเก็ยมาคืนชั้นไม่ทันเลย มั่วไปหมด
เพราะมีเด็กหรือคนมาจากไหนไม่รู้มานั้งเล่นแล้วก็หยิบมาสุมๆๆ
บอกเลยว่าตอนนั้นหดหู่มากเห็นแล้วท้อ คือโดนทำทุกอย่าง
แล้วเรื่องที่มีคนออกมาบ่นว่าที่เฉพาะคนไฮโซเก็บสมาชิกแพง ขอบอกว่า
การที่เก็บค่าสมาชิกก็เป็นการกรองคนระดับหนึ่งแล้วครับ ราคาไม่แพงเลย
ไอ้พวกที่มาบอกว่า นักเรียนปีละ 600 แพง
ก็แปลว่าไม่ตรงตามเป้าหมายที่ต้องการใช้ครับ
ไปใช้ที่อื่นเถอะให้เหมาะสมกับความถนัด
ว่ามาถึงเรื่องย้ายนี่มัดมือชกเห็นๆ
แถมตอนนั้นมีข่าวว่าจะกระจายหนังสือบางส่วน(เกือบครึ่ง)
ไปตามห้องสมุดมหาฯลัยทั่วประเทศ
อย่างนี้ใช้หัวแม่เท้าคิดชัดๆ
จะย้ายนี่ก็กะว่าจะอุ้มดื้อๆเลย
ส่วนไอ้ ศจ.หน้าบูลด๊อก (แก้มห้อยๆ) ท่านคิดได้ไงครับว่า
อยากให้อยู่เหมือนเดิมก็ให้อดีตนายกฯแม้วมาซื้อคืน
ทำไปด้วยอคติทั้งนั้นทำให้เลยเห็นสันด_นหมดเลย
ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางคน รังแกประชาชน แย่มาก
ถ้าอยากทำให้ดีนะ ละมือที่สกปรกออกมาซะ
ง่ายๆคือ ก่อน 19 กันยา 49 เค้าอยู่อย่างไรก็ให้เข้าสภาวะเดิมดีที่สุด
แล้วไอ้พวกที่มาแบบหน้าห้าห่วงนี่รีบใสหัวไปเถอะ
แย่มาก
บลาๆๆๆๆ