แฉเอกสาร สบร.ย้ำชัดย้ายทีซีดีซีไม่คุ้ม! สมาชิกขู่ฟ้องศาลปกครอง 14 ธ.ค. 50 – 04:22
ที่มา : http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=71675
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนสมาชิกและผู้ใช้บริการของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC-ทีซีดีซี) นำโดย “อุ้ม” สิริยากร พุกกะเวส ดารานักแสดง ในฐานะผู้ใช้บริการทีซีดีซี ได้เข้าพบคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ทบทวนและยกเลิกมติของคณะกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) กรณีการยุบรวมและย้ายศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ โดยขอให้ สบร.ระงับการเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ใหม่ของอาคารจามจุรีสแควร์ลงก่อน เพื่อเปิดให้มีการระดมความคิดเห็นจากสมาชิกและผู้ใช้บริการทีซีดีซีก่อน พร้อมกับขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ สบร. ที่ตัดสินใจโดยปราศจากการศึกษาวางแผนที่รอบคอบ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเข้าพบได้รับการยืนยันว่าจะไม่มีการทบทวนมติใดๆ และหากต้องการให้เกิดความชัดเจน ก็เป็นเรื่องของสมาชิกที่จะต้องไปยื่นศาลปกครอง ดังนั้น สมาชิกและผู้ใช้บริการทีซีดีซี จะได้ดำเนินการยื่นร้องต่อศาลปกครองต่อไป
ด้าน ม.ล.ภาวินี สันติศิริ สมาชิกและนายกสมาคมคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สมาชิกยังได้ยื่นหนังสือต่อนายอภินันท์ โปษยานนท์ ประธานคณะกรรมการและรักษาการผู้อำนวยการ สบร. เพื่อขอข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่ สบร.ใช้ในการพิจารณาการยุบรวมและย้ายสถานที่ของทีซีดีซี ซึ่งภายหลังได้รับเอกสารของ สบร.พบว่ามีหลายจุดที่ระบุชัดถึงความไม่คุ้มทุน และข้อเสียของการย้ายก็ปรากฏชัดเจนว่าคุณภาพและมาตรฐานให้บริการจะด้อยลงและส่งผลต่อการให้บริการสมาชิก และทีซีดีซีจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้มาใช้บริการในสถานที่แห่งใหม่ นอกจากนี้ การย้ายสถานที่ของ สบร.ในส่วนอื่นๆไปอยู่ที่อาคารจามจุรี สแควร์ จะก่อให้เกิดปัญหาที่จะต้องชี้แจงต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ถึงการใช้ ทรัพย์สินเก่าไม่คุ้มค่าแล้วต้องมาลงทุนในทรัพย์สินใหม่
ทั้งนี้ เอกสาร สบร.ระบุด้วยว่า การย้ายทีซีดีซี จากเอ็มโพเรียมทาวเวอร์ไปยังจตุรัสจามจุรี รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าคือ ในระยะเวลา 6 ปี เท่ากัน จากปี 2551-2556 การย้ายสถานที่ใหม่จะต้องลงทุน 206 ล้านบาท สำหรับพื้นที่ 3,057 ตร.ม. คิดเป็นค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 67,562 บาทต่อ ตร.ม. ขณะที่สถานที่เดิมมีพื้นที่ 5,196 ตร.ม. มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 221 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อ ตร.ม.ละ 42,578 บาท นอกจากนั้น ยังมีความเห็นของนายอำพน กิตติ-อำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ สบร. ที่ไม่เห็นด้วยกับการเร่งรัดดำเนินงานโดยขาดการศึกษาความเป็นไปได้
ด้าน น.ส.สิริยากรกล่าวว่า ผู้บริหารของ สบร. ได้ชี้แจงโดยตลอดว่า สมาชิกจะได้รับคุณภาพเหมือนเดิม แต่จากผลการศึกษาของ สบร.เอง ก็ระบุว่ามาตรฐานการให้บริการจะด้อยลง เนื่องจากพื้นที่ลดลงกว่า 40%.
ธันวาคม 14, 2007 ที่ 2:21 pm
ให้เรื่องไปจบกันที่ศาลเหอะครับ ขอร้องเลย ให้มันดับกันไปข้าวนึงเลย
ธันวาคม 14, 2007 ที่ 2:45 pm
มีอะไรให้ช่วยบอกเถอะครับ
อยากให้กลับมาเหมือนเดิม
ธันวาคม 14, 2007 ที่ 6:05 pm
ทางภาครัฐพยายามบ่ายเบี่ยงโดยโยนให้ไปสอบถามจาก “สตง.” (สำนักตรวจเงินแผ่นดิน) ว่าทาง TCDC มีการใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสม และสิ้นเปลือง รวมทั้งการอ้างถึงว่า เราไม่มีงบประมาณแล้ว สิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากเป็นไปได้ เราควรมีการจัดเสวนาอีกครั้งสำหรับบรรดาสมาชิก TCDC และผู้ที่สนใจเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่า “การยุบ” และ “การย้าย” ที่ปราศจากการไตร่ตรองข้อมูล และการศึกษาความเป็นไปได้ของสถานที่ใหม่ก่อน นั้น มีรายละเอียดอย่างไร เพื่อมิให้ภาครัฐที่อาจจะมีการใช้สื่อ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ผิดพลาดอีกได้
จริงๆ แล้วพวกเราคงไม่อยากให้เรื่องไปถึงศาลปกครอง แต่เท่าที่ดูทิศทางของภาครัฐแล้ว อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะ 3 ประเด็นหลักที่พวกเราพยายามถาม คือ
1. ตัวเลขการย้ายไม่คุ้ม (ตัวเลขของ สบร.เอง)
2. ขาดการศึกษาสถานที่ใหม่ พร้อมแผนรองรับที่จับต้องได้
3. ความไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของบอร์ด สบร.ชุดนี้
ประเด็นข้างต้นยังไม่มีคำตอบ และคงไม่สามารถตอบได้ พวกเราคงให้พวกท่านไปตอบกับทางศาลเอง และหากไปถึงจุดนั้นหากศาลตัดสินก็คงมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่พวกเราได้พยายามเรียกร้องให้ทบทวน และถามมาตลอด
ส่วนเรื่องคุณไชยยง (ผอ.คนเก่า) ที่ถูกแขวนไว้ เราได้มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า คุณสมหมาย ภาษี โดนอะไรเข้าไปกับการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้องกับพนักงานของแก รายการนี้อาจมีคนต้องติดคุกกันบ้าง
ลองนัดกันดูนะครับ ส่วนสถานที่ควรเป็น TCDC เพราะทุกอย่างมันมีจุดเริ่มต้นที่นี่
ธันวาคม 14, 2007 ที่ 7:48 pm
เอาให้มันจบตรงนี้เถอะครับ จบที่ศาลปกครองไปเลย ดูแล้ว รัฐ มันตั้งธงไว้แล้ว
ว่าจะยุบ เพื่อล้างระบอบ ผมว่ามันไม่สนใจหรอกว่า จะคุ้มหรือไม่คุ้ม ในการย้าย
ขอให้ได้ทำลายให้ตัวเองสะใจเป็นพอ
ปล. รสนา อีกคน ระวังติดคุกนะครับ ปากอย่างใจอย่าง เกลียด ptt แต่ดันเข้า mcot
กรรมมันมีจริงนะครับ (โทษทีนอกเรื่อง)
ธันวาคม 15, 2007 ที่ 4:33 am
…….
กล่าวโดยสรุป TCDC คือการลงทุนด้าน โครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานทางความรู้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดผลของการเพิ่มระดับการว่าจ้างในสังคม เพื่อให้เกิด ตัวคูณ ที่มากขึ้น และแน่นอนว่า ตัวคูณ ที่ว่านั้น คือ ตัวคูณ ที่ก่อให้เกิดรายได้กับระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ เช่น นักออกแบบมาใช้บริการที่ TCDC โดยการมาดูนิทรรศการ ฟังสัมมนา ร่วมทำ workshop หรือค้นคว้าในห้องสมุด หรือค้นพบวิธีนำวัสดุใหม่ๆ ไปปรับปรุงสินค้า แล้วคิดงานไปนำเสนอนักธุรกิจ เกิดข้อตกลงทางธุรกิจ มีการจ้างงานให้เกิดการผลิตเป็นทอดๆ เกิดตัวคูณกันหลายรอบ ขึ้นอยู่กับจำนวนธุรกิจที่เกิดขึ้น ตลอดจนรายละเอียดของการใช้วัสดุและเทคโนโลยีในการผลิต
การลงทุนในหน่วยงานอย่าง TCDC เป็นการลงทุนทางสาธารณูปโภคอย่างหนึ่งที่ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลายทำกันมาเป็นร้อยปีแล้ว จนคนของประเทศเขามี สุขภาพและภูมิคุ้มกันทางความรู้แข็งแรง จนสามารถยืนบนขาของตัวเอง และออกไปแข่งขันในเวทีโลก นำรายได้กลับเข้าประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
อธิบายในภาพรวมแล้ว องค์ประกอบของ TCDC เกิดจาก
หลักการทางเศรษฐศาสตร์โดยยึดเอามนุษย์เป็นตัวตั้ง
+
แนวนโยบายเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์มูลค่า
+
การสร้างสาธารณูปโภคด้านความรู้
=
การเพิ่มระดับการว่าจ้างและตัวคูณในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย
=
เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น รัฐบาลเก็บภาษีได้มากขึ้น มีเงินกลับมาลงทุนในสาธารณูปโภคต่างๆ ได้มากขึ้น
Read more at http://onhowlifeis.wordpress.com
ธันวาคม 15, 2007 ที่ 7:50 am
ทุกอย่างชัดเจนค่ะ
ว่ารัฐงี่เง่า
ธันวาคม 16, 2007 ที่ 3:06 pm
ตาม link ของ at .03 Chair ดูดิ ดูแล้ว เป็นข้อมูลหลัก สำมะคัญ มาเป็นแก่น ของการต่อสู้
เพราะ
เป็น วัตถุประสงค์ หลักของ องค์กร
ตอบ คำถามของ สตง. ได้ชัดๆ
ผู้ตรวจสอบ
ก็ไม่ต่างจากหุ่นยนต์ ที่มาตรวจว่าเราใช้จ่ายอะไรอย่างไรบ้าง ไม่ลงลึกถึงเหตุผล และยิ่งถ้าเป็นอะไร ที่เป็น เรื่อง เฉพาะเจาะจงมากๆ เข้า เรื่องที่ต้องใช้การวินิจฉัยด้วยความรู้ เฉพาด้าน เอ จะว่าไปไม่ว่า จะเป็น มหภาค หรือ จุลภาค เจ้ ก้อ ไม่สามารถ ใช้ บรรทัดฐาน แห่ง สตง. วินิจฉัย ได้มังท่าน ดังนั้น สิ่งที่ สตง. ตรวจสอบ แล้วบอกว่า ฟุ่มเฟือย ก็หมายความว่า ไม่ได้ทุจริตสินะ แต่ เป็นการใช้เงินเกินจำเป็น แล้ว เอาอะไรมาวัดว่า จำเป็นหรือไม่
ผู้ตรวจสอบ ใช้บรรทัดฐานอะไรมาวินิจฉัย
และนักบริหาร ใช้ ข้อมูลจาก สตง. เพียงอย่างเดียว ย่อม แสดง ความเบาปัญญาในการวินิจฉัย เป็นอย่างยิ่ง โดยส่วนตัวเรา ย่อมต้องดูเบา พฤติกรรม การวินิจฉัย อย่างนี้ เป็นที่ยิ่ง ได้
เบาปัญญา อย่างไร ก็ ตาม link ไปดู อ่ะนะ น่านล่ะ คิดอย่างนักบริหาร ที่ต้องรับผิดชอบ ดูแลบริหาร ประเทศ ทั้งประเทศ
ลงทุนกับอะไร ย่อมต้องมี รีเทรินกลับด้วย ผลลัพธ์ ที่มากกว่า (ถือเป็นกำไร)
คิดแบบ วิน วิน
กลับ หัว กลับหาง ตีลังกาอย่างไร ก็ได้กำไร กับ ทุกฝ่าย
ผู้ คิด ได้
ผู้ผลักดันได้
ผู้ทำ ได้
ผู้ลงทุน (ประชาชน) ได้
เอ แล้ว ใครเสีย ถึงได้ พยายาม เหลือเกิน ที่จะยุบ ย้าย (ย้ายก็คือยุบ ดู ไอทีวีเป็นตัวอย่าง มีอะไรเหมือนกัน อย่างเหลือเชื่อ ทั้งจุดเริ่มต้น (ดูทั้ง okmd นะ ไม่ใช่แค่ tcdc ) การเริ่มต้นคิด การดำเนินการ ตกมาอยู่ที่ใคร และ จุดท้ายๆ มีชะตากรรมอย่างไร
พัว พัน กะ กลุ่ม เดียวกันง่ะ (แถมเป็นนัยยะ กลายๆ ว่า สางชมพู ทำงานรับใช้ใครบ้าง อุอุ เค้ามาเป็นคู่ตุนางัน น่ะ)
คิดได้ (okmd) แต่ทำไม่เป็น ไอทีวี ก้อเจ๊ง กาละ เวลา ผันผ่าน เปลี่ยนมือ ไอทีวี ก้อรุ่งเอา รุ่งเอา okmd ก้อ ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง ถึง จะโด่ด เด่น ที่ tcdc แต่อาจเป็นเพราะ อย่างอื่น เป็นเรื่องของ ต้นทุนที่จะให้กะสังคม รีเทริน จึง อาจเป็นในรูป ที่ตีค่าเป็นตัวเลขไม่ได้ ต้องมีการทำการวิจัยติดตามผล เป็นระยะเวลาหนึ่ง กอปรกับเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา แม้ผลจะออกมาอย่างไร ประเด็นคงอยู่ที่ว่า ได้มีสิ่งเหล่านี้ ทึ่มุ่งพัฒนาคนได้เกิดขึ้นมาในขณะ ที่ tcdc เป็นในรูปแบบ ของการประยุกต์ ใช้เชิงธุรกิจ และตีโจยท์ได้ถูกจุด ย่อมต้อง ส่งผล ได้ในทันที่ ว่า จะสำเร็จ หรือไม่ แล้วยังมีประโยชน์แฝง ในระยะยาวด้วย
ไอทีวี ย้อนกลับไปอยู่ในมือใคร แล้วแจ้งว่า เป็นสาธารณะ และเป็นการสิ้นสุด ไอทีวี อย่างถาวร ที่ยืดเวลาเป็นเพียง การซื้อเวลา และลดแรงเสียดทาน กับการต่อต้าน วันนี้ okmd กำลัง ไปอยู่ในมือใคร เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้อง กันอย่างไร กะผู้ดำเนินการกะ ไอทีวี
ตอนนี้การย้าย ทีซีดีซี ก็ไม่ต่างอะไร กับ การยืดชีวิต ให้กับ ไอทีวี
กลุ่มพวกนี้ สัมพันธ์กันอย่างไร ก็ลองหาความรู้เพิ่มเติมกันดู แต่ที่แน่ๆ พวกนี้ สื่อสารกันดัวย อ๊อกทอเบอร์ โปโตคอล น่ะ
ธันวาคม 16, 2007 ที่ 3:43 pm
สิ่งที่ผู้เป็นตัวแทน จาเจอ
ล็อปบี้ อิอิ
น่านคือ จาก โครงการที่ทำเพื่อ คนส่วนรวมในประเทศ ก็แคบลงมา เป็น สมาชิก และสุดท้ายก็ตัวท่านเอง อาจมีการเสนอ ประโยชน์เฉพาะตัวที่ท่านพอใจ นี่ คือการเจรจา ทำข้อตกลง ดังที่เคย แอบๆ แสดงความเห็นไปแล้ว (เชิง กฏหมาย มีเพื่อ เจรจาผลประโยชน์ กันนะ) สำเร็จมาแล้ว ในสภา สถาปนิก อุอุ ขนาด ที่ถ้ามีการแสดงความเห็นออกไปแรงๆ ก็ จามีคนมา แอบๆๆ กระซิบ ว่า เค้า (ใครก็ไม่รู้ ทำตัวเป็นอีแอบไปทั่ว ท่าทาง จาเป็น แอบเดียวกัน กะ ที่มาแอบๆ กับกรณีนี้หรือเปล่าหนอ ) โกรธแล้วนะ ไม่พอใจแล้ว นะ อิอิ
แล้ว ศาลปกครอง อย่างเดียว จาอยู่หรือ
ปรึกษา ทนาย ว่ามีช่องอื่นอีกหรือ เปล่า กรณี ที่รัฐ หรือ คนของรัฐ ใช้อำนาจมิ ชอบไปต่างๆ นาๆ กะ ทีซีดีซี ที่พอจะเข้าข่าย หนึ่งล่ะ เอาสมบัติของประเทศ มาเป็นส่วนตัว กรณี มีการฮั้ว หรือ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ โดยมีประโยชน์แอบแฝง ให้กับเฉพาะกลุ่ม อีกหนึ่ง และค้น หา กรณี อื่นๆ ไปอี ก น่าจะเจออีก เพียบ ตามระเบียบราชการน่ะ ลิสออกมาเป็นรายการ ตามเล่นงาน ได้เป็นระลอก ระลอก อย่าแขวนความหวังไว้กับ ที่เดียวดีก่านะ (หารือ)
กรณี การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ก็ได้ข่าวว่า นิสิต จามจุรี ได้สิทธิพิเศษ ต่างๆ นาๆ นี่เราก็น่าจะทำเป็นหนังสือสอบถามความชัดเจน ข้อตกลงนี้ได้ ว่า ที่บอกว่าฟรี สาม ปี แลกเปลี่ยนกับอะไร ใครดำเนินการ และชอบด้วยกฏของ ราชการ หรือไม่ ไปได้เช่นกันนะ สอบถาม และตามงาน เหมือนเช่นกรณี ที่ได้มีการตอบกลับ และไปเข้าพบ ตามข่าว
สงสัยอะไร ตรวจสอบว่า น่าจะมีผล เชิงความไม่ถูกต้องที่จะเอาผิดตามกฏหมายได้ ก็ทำหนังสือ ไปได้
ปปช. จาเกี่ยวด้วย เปล่า หว่า (รำพึง รำพัน)
แล้วมีหน่วยงาน ว่าด้วยเรื่อง ทุจริต ไม่ชอบ ไม่โปร่งใส ในวงราชการ ตรงไหน อีก หนอออออ……(รำพึง รำพัน อีกที)
ธันวาคม 17, 2007 ที่ 6:12 am
เอาล่ะครับ ตอนนี้เริ่มนับตัวแม่ทัพทั้งสองฝ่ายกันได้แว้วววว พวกนึงโฑดนยิงหน้าฉาก พวกนึงแอบยิงหลังฉาก อะอะอะ
ธันวาคม 19, 2007 ที่ 3:40 pm
อย่าเอาTCDCเราไปนะ
ธันวาคม 19, 2007 ที่ 6:50 pm
เป็นการกระทำโดยไร้ยางอาย อย่างที่สุดของกลุ่มผู้ใหญ่ที่ไม่เคยรู้จักโต เอาแต่เลียผู้มีอำนาจ เพียงเพื่อตัวเองจะได้มีส่วนแบ่งอย่างน่าเกลียด พอเถอะครับ หยุดรับใช้ความโลภ และความโง่ของท่านเถอะ โตซะที
เอกสารที่ออกโดย สบร. เองก็บอกไว้ชัดเจนแล้วว่า ย้ายน่ะแพงกว่านะ ถ้าพวกท่านๆเซ็นรับการย้ายไป ก็เตรียมหาทนายดีๆไว้ได้เลย
แต่ให้พูดตรงๆนะ ไม่ช่วยหรอก “ประตูคุกเปิดรอท่านอยู่แล้วล่ะครับ Welcome to Hell !!!”
มกราคม 4, 2008 ที่ 4:52 pm
บ้าจริง…สิทธิพิเศษเฉพาะนิสิตจามจุรีย์งั้นหรือ ?!
นี่มันจะเป็นห้องสมุด’ประชาชน’ ไปได้อย่างไรกัน เอาเป็นห้องสมุด มหาลัยไปเลยซี่ คนที่ดำเนินเรื่องแบบนี่เคยเรียนในรั้วจามจุรีย์รึอย่างไรกันนะ= =
มีนาคม 16, 2008 ที่ 5:49 am
ลำดับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา ผอ.IGIL
ต้นปี 2550
1) คุณหญิงทิพาวดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแล OKMD แต่งตั้ง ศ.ดร.อภินันท์ เป็นประธานกรรมการ OKMD และรักษาการ ผอ. OKMD ในส่วน NGT ได้แต่งตั้ง ดร.อรพินท์ สพโชคชัย เป็นประธานกรรมการ และรักษาการ ผอ.NGT กรรมการประกอบด้วย ดร.เจือจันทร์ จงสถิตย์อยู่, ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย, ดร.เลขา ปิยะอัจฉริยะ และ อีก 3 คน ซึ่งไม่มีบทบาทมากนัก (คนหนึ่งเป็นนักกฎหมาย คนหนึ่งเป็นเลขานายกฯ ฝ่ายการเมือง)
2) ในช่วงที่กรรมการ NGT เข้ามารับตำแหน่ง กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการจัดประชุม เพื่อสะสาง ตรวจสอบ การทำงานของผู้บริหารชุดก่อน
3) มีการประชุมระดับนานาชาติด้าน Gifted ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กรรมการ NGT เดินทางไปร่วมงาน 3 ท่าน คือ ดร.อรพินท์ สพโชคชัย, ดร.เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ และ
ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย
4) ในการจัดค่ายภาคฤดูร้อน เมื่อเดือนเมษายน กรรมการทั้งสามท่านข้างต้น (ดร.อรพินท์ สพโชคชัย, ดร.เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ และ ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย) ได้เดินทางไปเยี่ยมค่ายด้วยกัน
5) จากข้อ 3) และ ข้อ 4) น่าจะพอคาดการณ์ได้ว่า กรรมการทั้ง 3 ท่าน ข้างต้น (ดร.อรพินท์ สพโชคชัย, ดร.เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ และ ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย) มีความสนิทสนม คุ้นเคยกัน
พฤษภาคม 2550
6) กรรมการ NGT หมดวาระ
7) OKMD มีมติควบรวม NBL และ NGT เข้าด้วยกัน ตามข้อเสนอของหลายฝ่าย โดยเฉพาะข้อเสนอจาก กรรมการ NGT ชุด ดร.อรพินท์ สพโชคชัย เป็นประธานฯ โดยใช้ชื่อใหม่เป็น IGIL – สถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ (สสอน.)
- จาก NBL ประกอบด้วย ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร และ ศ.นพ.ประเสริฐ บุญเกิด
- จาก NGT ประกอบด้วย ดร.เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ และ ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย
- กรรมการท่านอื่น ได้แก่ ศ.ดร.ปรัชญา เวสารัชช์, เลขาธิการ สพฐ, อธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น, รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข
- ประธานกรรมการ IGIL คือ ศ.ดร.ปรัชญา เวสารัชช์ ส่วนเลขาฯ กรรมการ ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการ ผู้อำนวยการ IGIL คือ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร
9) การดำเนินงานของคณะกรรมการ IGIL ส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านคณะอนุกรรมการวิชาการ โดยมี ศ.นพ.ประเสริฐ บุญเกิด เป็นประธานฯ
พฤศจิกายน 2550
10) สำหรับการสรรหาผู้อำนวยการ IGIL คณะกรรมการ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาผู้อำนวยการ มี ดร.เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ เป็นประธานฯ, กรรมการประกอบด้วย ศ.นพ.ประเสริฐ บุญเกิด, ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย, ตัวแทนจาก สพฐ (นายสุชาติ วงศ์สุวรรณ – รู้จักมักคุ้นกับ ดร.เจือจันทร์) และ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร เป็นเลขานุการ
11) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2550 มีประกาศรับสมัคร ผอ.IGIL เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน 2550 – 14 ธันวาคม 2550
12) รายชื่อผู้สมัคร ผอ. มาจาก 2 ทาง คือ จากการเสนอชื่อโดยคณะอนุกรรมการ และจากการสมัครตรง
13) สำหรับ ดร.อรพินท์ สพโชคชัย มิได้ส่งใบสมัครด้วยตนเอง แต่มีหนังสือออกจาก ดร.เจือจันทร์ จงสถิตย์อยู่ เชื้อเชิญให้มาสมัคร/ส่งหลักฐาน (ในระยะแรกไม่ปรากฏข้อมูลของ ดร.อรพินท์ สพโชคชัย ในทำเนียบผู้สมัคร)
14) มีข่าวจากหลายแหล่งที่น่าเชื่อถือกล่าวว่า ดร.อรพินท์ สพโชคชัย กำลังวางมือและสะสางงานที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ เช่น ภารกิจที่ กพร., กรรมการ TITV เป็นต้น
ธันวาคม 2550
15) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 อนุกรรมการสรรหา ประกาศคัดเลือกผู้สมัครรอบแรก 7 คน ให้เข้าแสดงวิสัยทัศน์ ในวันที่ 26 ธันวาคม 2550 โดยให้ส่งเอกสารแสดงวิสัยทัศน์ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2550 มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์
16) คะแนนแสดงวิสัยทัศน์มี 3 ส่วนคือ
- ด้าน ก) ความรอบรู้และวิสัยทัศน์การจัดการองค์ความรู้ ความรู้ประสบการณ์ในการบริหาร/พัฒนาแหล่งเรียนรู้ 40 คะแนน
- ด้าน ข) ความเป็นผู้นำ จริยธรรม/ธรรมาภิบาล การประสานงาน การสร้างเครือข่าย 30 คะแนน
- ด้าน ค) ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจ ความสำเร็จ/ความโดดเด่นของผลงานในอดีต 30 คะแนน
17) ผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือก 7 คน (เรียงตามตัวอักษร) ดังนี้
- นางกนิษฐา นาวารัตน์
- นายดาวฤกษ์ สินธุวณิชย์
- นางพัชนีย์ ธระเสนา
- นายสุรพล ศรีวิทยา
- นางสุวรรณ คูสำราญ
- นายอนุสรณ์ ธรรมใจ
- นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย
18) ในการคัดเลือก เหลือ 7 คน นั้น สำหรับ ดร.อรพินท์ ได้รับการคัดเลือกจากอนุกรรมการสรรหา จำนวน 6 ใน 7 คน (ศ.นพ.ประเสริฐ บุญเกิด มิได้เลือก) ส่วน นายดาวฤกษ์ สินธุวณิชย์ มีกรรมการเลือกทั้ง 7 คน
19) ไม่ทราบได้แน่ชัดว่าเป็นความตั้งใจหรือบังเอิญ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ไม่ได้รับการแจ้งจาก IGIL ให้ส่งเอกสารแสดงวิสัยทัศน์ หลัง 18.00 น. เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเห็นว่าท่านไม่ได้ส่งเอกสาร จึงโทรทวงถาม จึงทราบว่าท่านไม่ได้รับการแจ้ง จึงได้ขอร้องให้ท่านทำส่งโดยด่วน และสามารถทำส่งได้ทัน โดยส่งทางโทรสารระบบอัตโนมัติมายัง IGIL ก่อน 24.00 น.
20) ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 7 ท่าน ได้แสดงวิสัยทัศน์ แล้วให้กรรมการลงคะแนน ซึ่งมีผู้ได้คะแนนสูงสุด 3 ท่านตามลำดับ ดังนี้
- ลำดับที่ 1 นายดาวฤกษ์ สินธุวณิชย์
- ลำดับที่ 2 นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย
- ลำดับที่ 3 นางสุวรรณ คูสำราญ
21) มีข้อสังเกตว่า คะแนนของลำดับที่ 1 ห่างจากลำดับที่ 2 มาก ส่วนลำดับที่สองและ 3 ห่างกันไม่มากนัก
22) มีกรรมการ IGIL อย่างน้อย 1 ท่าน กล่าวว่า มีการล็อคสเปคผู้อำนวยการ IGIL ไว้แล้ว
23) ศ.นพ.ประเสริฐ บุญเกิด กรรมการ IGIL ผู้เอาจริงเอาจังกับการทำงาน เป็นที่รัก เคารพของบรรดาเจ้าหน้าที่ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ IGIL ทั้งในฝ่าย NGT เดิม และ NBL เดิม ประกาศต่อที่ประชุมอย่างเป็นทางการหลายครั้ง เช่น การประชุมคณะอนุกรรมการวิชาการ การประชุมเครือข่ายวิจัย การประชุมกรรมการ IGIL ว่า หากผู้สมัครในลำดับที่ 2 ได้เป็นผู้อำนวยการ IGIL ตนเองจะลาออกจากทุกตำแหน่งใน IGIL เนื่องจากผู้สมัครคนดังกล่าวมีเพียงประสบการณ์ด้านการบริหาร แต่ไม่มีองค์ความรู้ด้านที่เกี่ยวข้องกับงาน
24) เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2551 กรรมการ IGIL ได้นำเสนอรายชื่อและข้อมูลผู้สมัครทั้ง 3 โดยมิได้แสดงคะแนน ต่อกรรมการ OKMD ที่มี ศ.ดร.อภินันท์ เป็นประธานฯ ช่วงหัวค่ำมีข่าวออกมาว่า ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้อำนวยการ IGIL คนใหม่ คือ ดร.อรพินท์ สพโชคชัย
25) มีข่าวจาก OKMD ว่าได้นัดหมายให้ ดร.อรพินท์ สพโชคชัย เข้ามาต่อรองอัตราเงินเดือนที่ OKMD ในวันที่ 16 มกราคม 2551
คำถามที่ค้างคาใจ
1. กรรมการ OKMD และ กรรมการ IGIL ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ท่านพร้อมที่จะถูกตรวจสอบกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการ IGIL และพร้อมที่จะเอาเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของตนเอง รับผิดชอบต่อการตัดสินใจของท่านแล้ว ใช่หรือไม่ ?
2. ความรู้จัก คุ้นเคย (คุณหญิงทิพาวดี กับ ศ.ดร.อภินันท์ / คุณหญิงทิพาวดี กับ ดร.อรพินท์ /
ศ.ดร.อภินันท์ กับ ดร.อรพินท์ / ดร.เจือจันทร์ – ดร.สีลาภรณ์ กับ ดร.อรพินท์ / ดร.เจือจันทร์ กับ นายสุชาติ วงศ์สุวรรณ) ความสัมพันธ์เหล่านีมีผลต่อการพิจารณาคัดเลือกผู้อำนวยการหรือไม่ อย่างไร ?
3. ที่เขาร่ำลือว่ากันหนาหูว่า มีการล็อคสเปค ตำแหน่งผู้อำนวยการ IGIL ไว้ให้ ดร.อรพินท์ นั้นเป็นความจริงหรือไม่ ?
4. จะมีคำอธิบายต่อสังคม/สาธารณะอย่างไร ว่าผู้ที่เหมาะสมคนอื่น ๆ ในจำนวน 41 คน เหตุผลใดจึงไม่ได้ถูกคัดเลือก ทั้งที่บางคนน่าจะดูดีกว่าบางคนที่ถูกคัดเลือกมา 7 คน ?
5. จะมีคำอธิบายอย่างไรสำหรับ นพ.ดาวฤกษ์ สินธุวณิชย์ ผู้ถูกคัดเลือกและได้คะแนนนำมาเป็นลำดับที่ 1 ซึ่งมีคะแนนนำห่างกันหลายคะแนน ซึ่งไม่ได้ถูกนำเสนอข้อมูลนี้ และในที่สุดมิได้รับการคัดเลือก
6. จะมีคำอธิบายอย่างไร สำหรับผู้สมัครท่านอื่น ๆ โดยเฉพาะในลำดับ 3 ซึ่งมีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับที่สามารถทำให้เยาวชนจากประเทศไทยที่เข้าแข่งขันวิชาการแล้วมีโอกาสได้เหรียญทองโอลิมปิค ซึ่งได้คะแนนน้อยกว่า ดร.อรพินท์ เพียงไม่ถึง 1 คะแนน
7. จะมีคำอธิบายต่อบรรดาเจ้าหน้าที่ IGIL และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ที่เคารพ ศรัทธา ศ.นพ.ประเสริฐ บุญเกิด อย่างไร ถึงการตัดสินใจลาออกด้วยเหตุผลการคัดเลือกผู้อำนวยการ IGIL ครั้งนี้
8. กรรมการ OKMD ได้รับรู้ข้อมูล/คำอธิบาย ข้อ 2 – 7 แล้ว หรือไม่ สำหรับการตัดสินใจพิจารณาคัดเลือก ดร.อรพินท์ เป็น ผู้อำนวยการ IGIL คนใหม่
9. ประเทศไทยยินยอมเอาอนาคตของประเทศด้านการพัฒนาความเป็นเลิศของเยาวชน ไว้ในมือการบริหารของ ดร.อรพินท์ แล้วใช่ไหม (ข้อนี้ถามคนไทยที่รู้จัก ดร.อรพินท์ ทุกคน)