พรรคพลังประชาชนเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบหรือ ทีซีดีซี

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชนและทีมงานด้านนโยบายของพรรคเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบหรือ ทีซีดีซี พร้อมรับฟังปัญหาของกรณีที่จะถูกยุบรวมเข้ากับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้

โดย นายแพทย์สุรพงษ์ ยืนยันว่าหากพรรคพลังประชาชนได้รับเลือกเป็นรัฐบาล จะไม่ยุบศูนย์ ทีซีดีซี ซึ่งเป็นแหล่งปัญญา ที่เป็นเวทีให้ประชาชนได้แสดงความคิดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ รวมทั้งมีแนวคิดขยายศูนย์ดังกล่าวลงไปในชุมชนเพื่อช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น

ที่มา : http://www.ch7.com/news/sbnews.aspx?NwType=02&SbType=01&SeqNo=9979

31 Responses ถึง “พรรคพลังประชาชนเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบหรือ ทีซีดีซี”

  1. เข้าไม่ได้อ่ะคับ ลองหลายทีแล้ว……ใครแก้ไขได้ช่วยหน่อย

  2. ซุบซิบ ซุบซิบ ….พวกเรา มีคนขี่ม้าขาว แวะเข้ามาแล้วแหละ อุอุ

    แถมประกาศชัดว่า จะชนกะ สางเขียวด้วย ตะเอง

    แต่แบบว่าได้คืบจาเอาศอกเปล่า ถ้าให้ สอบสวน กรณี ใช้วิกฤตเป็นโอกาส ของ สางชมพู กะฮุบ หมด ทั้ง okmd เลยง่ะ อุอุ งุงิ

  3. อธิบายหน่อยดิ ใครมา ใครจะสอบสวนใคร เอาแบบไม่เม้ม

  4. โธ่ ไม่ได้เม้ม อาไร เล้ย

    ก็คนที่มาเยื่ยมศูนย์ ตามข่าวนั้นงายย

    ก็ถ้าเค้าเป็นรัฐบาลเค้าจะไม่ยุบ หรือ ย้าย ไง ความจริงเค้าก็ประกาศมาตั้งแต่ สบร. ประกาศยุบแล้ว นอกจากนี้ พรรคนี้ ก็เป็นพรรคเดียวที่ประกาศก้าวสวนกระแส ว่า ต่อต้าน รัฐประหาร (แบบๆ ข้าพเจ้าไม่กลัวสีเขียว ใครจะทำไม)

    นอกจากจะไม่ย้าย ยังจะสงเสริม และขยาย ไปทั่วประเทศอีกด้วย (สานต่อของเดิม)

    ที่นี่ โดยความเห็นส่วนตัว ลูกรอดมาคน แล้ว แม่(okmd)ไม่รอด ก็อย่างไรอยู่
    และการณ์มันก็ชัดเจนว่า การยุบ ควบ รวม แล้ว แปลงพันธ์เป็นอย่างอื่น มันมีความไม่โปร่งใส สีชมพู (วันนี้ สรุปได้ด้วย แบบ ทุกคนเห็นกันจะๆ ไม่ได้ยกเมฆ ว่าเป็นสีชมพู จริงไหม พี่น้อง) ถ้าเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว ก็ล้างความไม่โปร่งใสนี้ด้วย

    เมื่อเป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง ตามกฏหมาย และความชอบธรรม (ของรัฐ เงินภาษีของคนทั้งประเทศ จะให้ใครมาถือสิทธิยึกครอง เป็นส่วนตัว ได้อย่างไร)

    สถานที่สำหรับ ป้อนอาหารสมอง แก่ประชาชน ในเชิงต่างๆ เช่น เด็กๆ เด็กที่มีคุณลักษณะพิเศษ จนบุคคลในวิชาชีพ เชิงสร้างสรรค์ นั้น คือ ตั้งแต่แบเบาะ ตั้งไข่ ยัน เต็มวัย เข้าสู่วิชาชีพ จะให้ใครมาถือสิทธิ โดยเฉพาะได้อย่างไร เกิด มี วาระซ่อนเร้น จับล้างสมอง ตั้งแต่วัยละอ่อนให้เป็นฐานอำนาจกะบางกลุ่ม (เห็นเค้าลางๆ กันหรือยังว่าใคร) มันจะได้หรือ ประเทศไทย ก็กลายเป็นประเทศต้องสาบ พัฒนาอย่างไร ก็ไม่เจริญสักทีนะซิ

    เช่นเดียวกะการที่เอาสถาบันการศึกษาออกนอกระบบ เพราะคณาจารย์ทั้งหลาย ยังไม่มีวุฒิภาวะ ในการที่จะมี เซ้นต์ออฟ โอนเนอร์ กับประเทศของตัวเอง แต่กลับมี แต่เฉพาะสถาบัน แล้วอย่างนี้ การแข่งขันของแต่ละสถาบันจะไม่ขุดเอาวิชามารมาตีกันแหลกหรือ เหมือนในวงการธุรกิจ ที่ต้องชิงดีชิงเด่นกัน แทนที่จะมาพัฒนา ทรัพยากรอันมีค่ายิ่ง (คน) ของประเทศ นั้นคือเหตุ ที่ได้บอกว่า ทำไมปฏิบัติการครั้งนี้ ของสีชมพูจึงสำคัญยิ่ง และเป็นเรื่องใหญ่มาก (ทั้งๆ ที่มีปฏิบัติการในสาขาอื่นอีก-ก็ทุกสาขานั้นแหละนะ) ก็เพราะว่ามันเกี่ยวเนื่องกับการควบคุมความคิดคน คุมคนได้ ก็คุมประเทศได้ ไงนั้น —- งานนี้ เลย ปวดหมองเข้าไปอีก — ก็บอกไม่ให้เม้น ก็พยายามบอกให้มากที่สุดอะนะ แต่ก็ไม่หมด อยู่ดี เพราะเรื่องนี้ มัน ซีเรียสมาก เป็นทั้งการเมือง รวมถึงความอยู่รอด หรือทิศทางของประเทศ อีก แล้วจุดๆ นี้ ก็เป็นเพียงจิกซอว์ หนึ่งในภาพใหญ่ แต่มันเป็นจิกซอว์ที่สำคัญมั่กๆ

  5. ประเทศของเรา และอยู่ในมือของท่านด้วย การเพิกเฉย คือการสนับสนุน กลุ่ม อมนุษย์เหล่านี้ (เพราะปฏิบัติการเหล่านี้ มีผลกระทบกระเทีอน กับความเดือดร้อนของคนทั้งประเทศ ทำอย่างไร ก็ไม่เคยเข้าใจสักทีว่า คนเหล่านี้ จิตใจทำด้วยอะไร ถึงได้เหี้ยมโหด เลือดเย็นกันได้ขนาดนี้)

    การต่อสู้ครั้งนี้ เป็นการป้องกันตัว และเป็นการปกป้องสิทธิของท่านเอง เพราะอย่างไรเสีย เรื่องที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ ก็คือ วันนี้ ท่านเดือดร้อน และถ้าท่านเลือกข้างไม่ถูก ความเดือดร้อน ก็จะทวีขึ้นเรื่อยๆ อีกหน่อย อาจต้อง หาก้อนเกลือมาแทะ ต่างข้าวกันแล้ว

    สรุป สู้ สู้

  6. เอาแบบไม่เข้าข้างใครนะ jel และไม่อยากตกเป็นเครื่องมือนักการเมือง นโยบายทุกพรรคที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย save tcdc เนี่ยไม่อยากจะเชื่อน้ำมนต์หรอก พอเข้ามาสภาได้จริงๆเขาคงไปวุ่นๆกับเรื่องอื่นๆอีกเช่นเคยแหละ กว่าจะวกเข้ามาเรื่องนี้บางทีอาจไม่ทันการ ยุคนี้มัวรอแต่พระเอกขี่ม้าขาวไม่ได้ คงมีแต่ประชาชนขี่ม้าขาวที่จะช่วยประชาชนได้เท่านั้น แล้วจะทำไงดีหว่าระหว่างนี้

  7. ระวังนะครับ ลงพรรคการเมืองข้างเดียว ข้ัวเดียว
    เขาจะมองว่าเอียง แล้วคนสนับสนุนจะลดลงนะครับ
    อิงการเมืองได้ แต่ขอให้อยู่ตรงกลางนะครับ

  8. ก็บอกจริงๆ อีกนั่นแหละว่า ไม่มีนโยบายพรรคไหนที่จะมาช่วย TCDC มีอยู่พรรคเดียวจริง ๆ

    และก็ไม่มีทางเป็นไปได้ ที่พรรคอื่นจะเข้ามาช่วยด้วย

    ถ้าลองสอบทานเชิงลึกดู จะเห็นว่าพรรคเก่าแก่ หกสิบปี นี่ ก็หนิดหนม กลมเกลียวดี กะกลุ่มที่กระทำการเหล่านี้ (ก๊วนบอร์ด ตาสั้นนั่นแหละ)

    TCDC และ ที่เหลือ ของ OKMD เป็นส่วนหนึ่งในนโยบาย ของพรรค ที่ คุณก็รู้ว่าพรรคไหน การถูกยุบ เพราะอะไร การจะไม่ถูกยุบ ก็เพราะอะไร อีกเช่นกัน

    จนขนาดนี้ ถ้าท่านยังไม่รู้ว่า การคงอยู่ของบางสิ่งนั้น อาจจะเกี่ยวพันธ์กับบางสิ่งเท่านั้น ท่านคิดว่า ที่ไหน และใครมีวิสัยทัศน์พอจะ แฮนเดิ้ล โครงการเหล่านี้ได้

    ขอยอมรับตรงๆ ตรงนี้เลยว่า ขอเอียงไปทาง ทุกคน ทุกพรรค ที่ต่อต้านรัฐประหาร และมีวิสัยทัศน์ ระดับโลกาภิวัฒน์ หรือก็คือ อินเตอร์เนชั่นแนล (บังเอิญตอนนี้มีพรรคเดียว ก็จะไม่ปฏิเสธที่จะเอียงไปทางนั้น)

    ถ้าจะยังไม่ยอมรับความจริงที่ว่า สิ่งเหล่าจะมีได้ เพราะกลุ่มคนที่บางท่านไม่พึงประสงค์ สิ่งเหล่านี้ ก็อาจจะสูญพันธ์ไปเลย ตราไว้เพียงว่าเคยมีสิ่งดีงามเหล่านี้ และ มันอาจนำพาเราไปสู่ในสิ่งที่เกินฝันได้ ทุกสิ่งอยู่ในมือของท่าน ท่านเลือกได้ว่า จะสนับสนุนหรือไม่ และท่านก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาได้เช่นกันว่า มันจะไม่มีอีกต่อไป ไม่มีอะไรที่ถูกใจใครไปทั้งหมดได้ ความจริง คือความจริง ไม่สวยงานเช่นความฝันแน่นอน ไม่มียูโทเปียในโลกหรอก (ยูโทเปีย ในภาษากรีก คือสิ่งที่ไม่มีในโลก แต่โดยทั่วไปหมายถึงเมืองในอุดมคติ ) เพราะแต่ละคนย่อมมียูโธเปีย ที่แตกต่างกัน เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล

    เราไม่หวังการสนับสนุน ด้วยการสร้างความคลุมเครือ หรอก บอกกันชัดๆ ตรงนี้เลย กว่าจะเกิดโครงการเหล่านี้ได้ อาศัยความทุ่มเทขนาดไหน ใช้กำลังภายในขนาดไหน ไม่มีใครทราบ ทุกคนมองเห็นแต่เมื่อมันได้เกิดขึ้นมาแล้ว และต่อไปนี้ มันก็อยู่ในมือของพวกท่านแล้ว ท่านยังจะทำเป็นไม่รับทราบว่า มันเกิดได้อย่างไร เพราะใคร และจะอยู่ได้เพราะใครอีก ความคลุมเครือ คงตกไปอยู่ที่อนาคตของ ที่แห่งนี้แล้ว

    เราก็ไม่สนับสนุน พวกชุมมือเปิป เราเห็นว่าความสำคัญควรจะอยู่ที่คนทำงาน คนที่สร้างงาน ไม่ใช่คนที่ลักขโมยผลงานชาวบ้านเค้า แล้วมาหาประโยชน์ต่อไป ใครทำ คนนั้น ต้องได้ประโยชน์ จากผลของการกระทำนั้นๆ ไม่งั้นใครอยากจะทำงานเพื่อส่วนรวมอีกต่อไป —เพราะถ้าท่านเกลียดปลาไหล ใยพิศวาสน้ำแกงกันเล่า

    เราอาจไม่ใช่นักการทูตที่ไม่มีทางยอมแสดงความชัดเจนของจุดยืน เพราะเราเกลียดการโกหก และไม่ชอบถูกหลอก และไม่ชอบหลอกใคร

    จะว่าไป เราหนึ่งคน จะสนับสนุนก็ต่อเมื่อ คนที่สร้างที่แห่งนี้มา จะมาแฮนเดิ้ลที่แห่งนี้ต่อไปเท่านั้น

    แต่นั้นก็เป็นเพียงความคิดของคนเพียงคนเดียว ที่อาจจะไม่สะลักสำคัญอะไร เพียงพอ จะให้ใครใส่ใจ

  9. ถูกของ 3d เราต้องเป็นที่พึ่งของเรา ถ้าหวังแต่จะพึ่งพาม้าขาว ท่านก็คงไร้ค่าและไร้ราคา

    เรามีความคิดเห็น มาเสนอให้พิจารณา แต่เป็นเรื่องใหญ่ และก็ต้องมีการทุ่มเทกันด้วย ส่วนจะพิจารณาหรือไม่ก็แล้วแต่ผู้เกี่ยวข้อง

    1 ต้องทำการเชิงรุก
    2 อย่าทำตัวเล็ก

    ถ้าจะรุก รุก อย่างไร รุก ไปที่ใคร ท่านก็ต้องอ่านสถานการณ์ให้ออก ว่าใครคือ ตัวจริง ใครคือ ตัวหลอก และมีขบวนการเกี่ยวพันกันอย่างไร

    จะพิจารณาอย่างไรว่าที่กล่าวมามันปรากฏออกมาเป็นภาพให้ชัดเจนเห็นกันไป

    ก็ไม่ยากอะไร ตามภาษิตโรมัน ถ้าจะหาต้นเหตุของปัญหาใดๆ ก็ให้พิจารณาว่า เมื่อเกิดเหตุแล้ว ผลอันเป็นประโยชน์จะเกิดแก่ใคร อย่างไร ขนาดไหน

    อุอุ อันนี้ ก็เห็นแล้ว นิ

    ก็ยิงไปที่เป้านี้เต็ม ๆ หนักๆ ยิงไปที่ความไม่โปร่งใส ยิงไปที่ตัวบุคคล ยิ่งเห็นผลไว แต่ท่านจะกล้ากันหรือเปล่า ก็ต้องวัดใจกันอ่ะนะ

    สีเขียวเป็นเพียงทางผ่าน เหมือนๆ นักเลงคุมซอย จะผ่านซอยได้ ก็ แค่ ค่าติป ใครคือตัวจริง ก็ได้เห็นกันแล้ว

    -อย่าทำตัวเล็ก

    เวลาคนขายของ เค้ามีราคาเอาไว้ในใจ แต่เวลาบอก เรา เค้าจะบวกเพิ่มไปอีก เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กะสถานการณ์ มันเป็นเรื่องศิลปะของการต่อรอง

    ดังนั้น

    ในใจท่าน คือ TCDC แต่ท่านต้องเรียกร้องให้เกินกว่า TCDC นั้นก็คือ OKMD ท่านมีสิทธิ ในฐานะเจ้าของภาษี ที่เล็งเห็นความไม่ชอบธรรม ใช้ข้อมูลที่เป็นจริง วัตถูประสงค์ การมีอยู่ ผลงาน ของจริงไม่กลัวไฟอยู่แล้ว พวกนี้ไม่มีอะไรเลย แค่ถือหางสีเขียว พาไปเท่านั้นเอง และมีอายุอีกแค่เดีอนเดียวอีกตะหาก

    ที่นี่เวลาจะก้าวเดินอะไร ก็กลัวเป็นเครื่องมือเค้า เราก็ไม่มีอะไร จะพูดหรอกนะ

    เพราะทุกสถานการณ์ มันมีผู้ได้ประโยชน์เสียประโยชน์อยู่แล้ว มี TCDC นี่ ใครได้ประโยชน์ กันเล่า ถ้าท่านจะปกป้องมัน แล้วบังเอิญคนที่สร้างมันมาให้ท่านได้ประโยชน์ไปนี่ ท่านยังมาตะขิดตะขวงใจละก็ ข้าพเจ้าก็จะถามกลับอีกว่า ” ท่านเป็นเชื้อราหรือไง ถึงได้ทำตัวเป็นผู้รับอย่างเดียว ไม่คิดจะให้กันเลยหรือ มันเป็นการเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้กันไปหรือเปล่า คิดแบบ win-win เป็นมะ เค้าได้ เราก็ได้ ทัศนะแบบ zero-sum หรือ win-lost นะมันไม่เวอร์กหรอก ประโยชน์บนความสูญเสียของคนอื่นน่ะ

  10. การเมืองและสายสัมพันธ์ต่อ ข้าราชการการเมือง เป็นเรื่องแยกกันไม่ได้ สมมุติว่าเราตัดเรื่อง สางเขียว พรรคเก่าแก่ และคนขี่ม้าขาวออกไป และไม่ต้องมองไปถึงหลังเลือกตั้ง ถามว่า ประเด็น tcdc จะถูกลืมเลือนไปหลังจากวันนี้ ภายในกี่วัน ไม่ต้องสู้กับใคร สู้กับตัวเอง สู้กับแค่การสนใจและใส่ใจเว็บ save tcdc กันก่อน ตอนนี้แทบไม่มีใครเข้ามากันแล้ว เศร้าอ่ะ “แล้วเราก็จะหลงลืมมัน อีกเช่นกัน”

  11. toka พูดมีเหตุผล ในแง่ยุทธศาสตร์การระดมพลนะ เพราะตอนนี้ที่เราต้องการคือเสียงของทุกคน ทุกฝ่าย ทุกข้าง ที่ล้วนรัก และอยากให้มี tcdc ต่อไป

  12. ผมว่าจะกลายเปนช่องทางทางการเมือง
    ถ้าผมกำลังจะลงหาเสียง
    ทางไหนโกยคะแนนได้ ผมทำหมด

    พ่นน้ำลายหน่ะ มันง่ายกว่ากางมือทำอีกนะครับท่านๆ

  13. ตอนนี้ เรามีหน้าสื่อหรือ เปล่า ทำหนังสือเปิดผนึก ลงสื่อเท่าที่หาได้ ทวงถามความคืบหน้า และ ตั้งปุจฉา ถามถึงความไม่โปร่งใสกรณีนี้ ถ้าเงียบจุดประกายเป็นระยะเท่าที่ทำได้

    รวมพลรอบสอง ทำหนังสือถึงศาลปกครอง ท่านมีเบอร์อีเมลของผู้ที่ปราถนาจะร่วมด้วยแล้วจากที่ลงชื่อคัดค้านนั่นแหละ และในการออกความเห็นนี่ด้วย

    แต่ที่แน่ๆ มีประกาศเป็นส่วนหนี่งในนโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองหนึ่งไปแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพรรคไหน

    ถึงท่านสมาชิก
    ถูกต้องแล้วครับท่าน ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ แต่เป็นช่องที่เราได้ประโยชน์หรือเปล่าหล่ะ
    เรื่องนี้เป็นโครงการของรัฐ จะไม่อิงการเมืองได้หรือ แล้วมีผลเสียกลับมาหรือเปล่าถ้าพรรคการเมืองนั้นได้ประโยชน์ไปด้วย

    ถ้าบอกว่า จะสปริทออกมาเป็นเอกชน ก็ต้องให้คนร้วยรวยทำให้อีก ท่านจะรับได้กันหรือ งานนี้ ไม่เกี่ยวการเมืองได้ แต่ก็ต้องถูกโยงเป็นการเมืองอีกอยู่ดี

  14. ถ้าจะตีหลายจุด

    เข้าใจว่าเกี่ยวโยงกับสมาคม อีกหลายสมาคม ที่มีผลกระทบ โดยตรง ท่านมีคอนเน็คชั่นอยู่แล้ว และเดือดร้อนจริง เตรียมตัว เตรียมข้อมูล ความเดือดร้อน เพื่อดำเนินการต่อ อย่างไร ก็ดูข้อมูลที่เราขอ สบร.ไป

    เราก็ดูอยู่ ว่ามีช่องอะไร จะเล่นได้อยู่ มีภาคประชาชน บางกลุ่มด้วยไม่ใช่หรือ

    น่าจะได้เวลา 3 วันที่เค้าบอกว่าจะเอาข้อมูลเรื่องที่เราทำหนังส่งไปให้แล้วไม่ใช่หรือ ทวงถามดู ถ้าถามแบบดังๆ ได้ ก็ยิ่งดี และถ้าได้แล้ว ก็นำออกเผยแพร่ ดิ เพื่อสมาชิกและผู้ต้องการเข้าร่วม จะได้ข้อมูล มาคิดหาวิธี ลำดับขั้นต่อไปได้

    และเท่าที่อ่านเจอในพันธฺทิพย์ ที่ฟังแล้วอาจจะตลก แต่ก็น่าจะได้ผล ก็คือ

    กดดันไปดิว่า เราจะเลือกพรรคที่สีเขียวไม่ชอบ

    เพราะเท่าที่สังเกต มีการแสดงความเห็นเชียร์พรรคนี้ทีไร มีวีนแตก ออกมาทุกที ไม่เชื่อลองย้อนกลับมาอ่านที่กระทู้เก่าดู เค้าก็จับตามองอยู่

  15. อิอิ ใครจะมาโกยคะแนนให้มันโกยไปเรย!!!! อย่างน้อย พวกอภินันน์ก็กลัวขี้แตกแหละว่าทุกคนรับลูกไปเล้นต่อ และอีกอย่างเรื่องนี้ก็ไม่เงียบซะแล้ว เริ่มเล่นแรงขึ้นเรื่อยๆ เป็นบทเรียนแก่ผู้หลักผู้ใหญ่ทีทำอะไรโง่ๆ ว่าไม่ได้โง่เงียบ แต่โง่บรมโง่ แถมโฉ่งฉ่าง คราวหน้าคราวหลังอาจอดดำรงต่ำแหน่งสูงๆกันล่ะ คราวนี้

  16. ความคืบหน้า ด้านการเมือง

    วันนี้ ที่ศูนย์ประชุมสิริกิต มีการประกาศนโยบายพรรคการเมืองหนึ่งในด้านต่างๆ

    TCDC เป็นประเด็นที่เอาไปโยงกับ หลายนโยบายเลยที่เดียว

    ทั้งการศึกษา เศรษฐกิจ และอื่นๆ

    ซึ่ง ดูว่าจะให้ความสำคัญมากที่เดียวนะ อิอิ

    มีใครสนใจ จะเอียงแบบเราบ้างเปล่า…. ไม่สงวนลิขสิทธิ

  17. จะตกเป็นเหยื่อการเมือง โดยการนำประชานิยมมาแลกกับเสียงของเรา
    มันคุ้มกันแล้วหรือ ?

  18. อย่างไรเรียกว่าเหยื่อ ที่เป็นอยู่ตอนนี้ หรือเปล่าที่เป็นเหยื่อ สีชมพูนี่

    วงการดีไซน์เนอร์ หรือ ครีเอทีฟ เป็นเพียงเสียงของชนกลุ่มน้อยเองนะท่าน ท่านคิดว่าเสียงเรามีผลมหาศาลขนาดนั้นเชียวหรือ เข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนหรือเปล่า

    ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ประชานิยม เป็นเรื่องเลวร้ายอะไรหรือ

    ประชา จนๆ นอกกรุงเทพเป็นกลุ่มชนชั้นที่จะต้องถูกกดหัวไปชั่วกาลนาน หรือ ไม่มีสิทธิ ที่จะเงยหน้าอ้าปาก หรือ

    รัฐสวัสดิการ มันไม่ดีตรงไหน หรือ

    ประเทศอังกฤษ เจริญไปถึงไหนแล้ว ยัง มีการรักษาพยาบาลฟรี นี่เรียก ว่าประชานิยมอย่างที่ท่านว่าหรือเปล่า
    คุ้ม ไม่คุ้ม ดูที่ตรงไหน
    วัดกันด้วยอะไร
    เราได้อะไร
    เราเสียอะไร

    อย่างไร ที่เรียกว่าเป็นเหยื่อ

    เหยื่อ คือผู้ถูกกระทำ มิดี มิชอบ อย่างใดอย่างหนึ่ง
    วันนี้ TCDC ก็กำลังเป็นเหยื่อ อยู่แล้ว อย่างชัด ๆ เป็นเหยื่อ ใคร สีเขียว หรือ สีชมพู หรือ ทั้งสองอย่าง

    การที่ทีมการเมืองหนึ่งเห็นคุณค่าในดัว ของ TCDC ว่าดี เค้าก็หยิบเอาเป็นจุดที่จะนำไปใช้ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ซึ่งก็เป็นวัตถุประสงค์หลักของการตั้งโครงการนี้ขึ้นมาอยู่แล้ว

    ขอบอกให้ชัดๆ นะว่า เค้าก็ต้องการปกป้อง ที่นี่ ไม่ใช่เพราะคะแนนเสียงอันน้อยนิด ที่อยู่ตรงหรอกนะ ประเมินพวกเราให้ดีๆ ดีไม่ดี ออกไปเลือกตั้งกันกี่เปอร์เซ็นต์ กันจ๊ะ หนู เป็นเสียงอันมหาศาลที่ถ้าเค้าเล่นการเมืองกันแล้วเค้าจะมาแยแส หรือ หรือ พวกเราตรงนี้ เสียงดังมาก ขนาดที่เค้าจะต้องแคร์หรือ เค้าไม่ได้แคร์ พวกท่านนะ แต่เค้า แคร์ TCDC เพราะ TCDC มีดีในตัวต่างหาก

    วันนี้ TCDC เป็นเหยื่อพวก อมนุษย์ ที่จะมาต้มยำทำแกงต่างหาก และเค้าก็ต้องการรักษาสิ่งดีๆ ให้คงอยู่คู่ประเทศต่างหากเล่า เมื่อรัฐลงทุนมหาศาลกับเงินภาษี ย่อมต้องคืนทุน ให้กับประเทศด้วยและเค้าก็จะทำให้ มี retrun กลับมายังเจ้าของภาษี ก็คือประชาทั้งหลายนั้นเอง

    ปล. มองรอบตัวท่าน และตัวท่านเอง ให้ดี (ถ้าท่านเป็นหนึ่งในดีไซน์เนอร์) ท่านจะรู้ว่า ไม่มีใคร ใส่ใจการเมืองกันหรอก มีกี่คนกัน เราเอง เมื่อก่อนก็ไม่สนใจ กระทั้งตาชวนเชื่องช้า ก่อนที่จะเป็นนายกนี่ เรายังไม่รู้จักเลย ว่าเป็นใคร แต่เราเริ่มสนอย่างจริงจัง ก็เมื่อ มีเรื่อง สภาสถาปนิก นี่เอง และเริ่มสนใจ นิดๆ ก็ตอน พฤษภาทมิฬ เท่านั้นแหละ เพื่อนเราแต่ละคน ไม่เห็นมีไปเลือกตั้งกะเค้า สักเท่าไหร่ คิดผิดคิดใหม่ได้นะ

  19. ถ้าหากสูญสิ้น tcdc จะมีความหวังต่อสมาชิกไหม และถ้าสูญสิ้น สมาชิก จะมีความหวังต่อ tcdc ไหม????????

  20. สมาชิก จะพากันสูญสิ้นเลยเหรอ ถ้าเราบอกว่า เค้าไม่ได้แคร์ คะแนนเสียงของท่าน

    แล้วจริงๆ คะแนนเสียงของท่านน่ะ เอาเข้าจริงๆ ก็เรียกได้ว่า ไม่นับว่ามีปริมาณเลย เราไม่พูดเอาใจใครหรอก ความจริงก็คือความจริง เอาจุดอ่อนเราไปชน หรือไปหาการสนับสนุนโดยเฉพาะการเมืองนี่ ขอบอกว่า มัน อนุบาลหมีพูมากเลย แล้วที่เราพูดไปมันไม่ถูกหรือ พวกท่านใส่ใจออกไปเลือกตั้งกันหรือ

    ดังนั้น ถ้าจะให้เค้าเห็นคุณค่า พวกท่าน ท่านก็ต้องมีความเจ๋งในตัวเอง ดังนั้น การนำเสนอจุดขายของ TCDC มันต้องอยู่ตรง ที่ มีเราแล้วจะมีประโยชน์ อย่างไร ต่างหาก ดังนั้น ต้องให้เค้าแคร์ ที่ศักยภาพและ คุณประโยชน์ที่ TCDC จะมีให้ไม่ใช่มาแคร์ที่คะแนนเสียง ซึ่งท่านไม่มีให้เค้าน่ะ ตอบมาดิ ว่ามันไม่จริง เพราะเซ้งเซ็งเวลามีการบอกดังที่ module พูดนี่ แถมเรื่องนี้ ก็ต้องอิงการเมืองด้วย ซึ่งมีให้อิงแค่พรรคเดียวอีกตะหาก จะให้สปริทออกมาเป็นเอกชนหรือเปล่าล่ะ ก็เกี่ยวพันกับพรรคนี้อยู่ดี

    แล้วก็ตีความหมายคำว่า TCDC กันเองนะ บอกให้แค่นี้แหละ และก็เค้าไม่ได้สนว่าท่านจะเทคะแนนให้หรือเปล่า เพราะเค้าไม่ได้มอง TCDC ที่ตรงนั้น ดังนั้น เป็นตัวของตัวเองได้ไม่มีผลต่อการสนับสนุนของพรรคนี้อย่างใดทั้งสิ้น ถ้าจะมีก็มีกะเราเป็นการส่วนตัวเท่านั้นแหละ เพราะเราจะไม่พูดด้วย (น่ากลัวม้า) ไม่คบด้วย ไม่สมาคมด้วยอีก (น่ากลัวสุดๆ แล้วเนี้ย)

    ส่วนเรื่องความหวังนั้น อยู่กับตัวของทุกคนกันเอง ว่าอยากจะมีความหวังต่อไปหรือไม่ ณ ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่ง เพราะเอาเข้าจริงๆ อิงได้พรรคเดียวเป็นเรื่องที่ปฏิเสธกันไม่ได้ และอนาคต พรรคนี้จะได้เป็นรัฐบาลหรือเปล่า มันก็เป็นอนาคตด้วย ในแง่การเมือง เค้าเป็นรัฐบาลน่ะเค้าเข้ามาสานต่อโปรเจคนี้แน่นอนอยู่แล้ว สนับสนุนขนาดไหน พวกท่านก็น่าจะทราบดี ก่อนปฏิวัติ ได้รับอย่างไร เค้าก็สนับสนุนต่ออย่างนั้นแหละ ดีไม่ดี จะมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะTCDC มีผลงานให้ประจักษ์

    ทำเป็นงอนเวลาบอกว่าเค้าไม่แคร์คะแนนเสียงท่านเนี้ย
    น่าจะกลับมาคิดๆ กันนะว่าได้เวลา ออกมาสนใจการบ้านการเมืองกันแล้วหรือยัง จะได้ไม่เป็นเหยื่อ อย่างที่เค้าว่ากันจริงๆน่ะ เพราะถ้ามีคนที่อยากช่วยอย่างจริงใจ จนสร้างประโยชน์มากมายก่ายกองให้ แต่กลับมาถูกทำแบบนี้ใส่น่ะ …………………เค้าก็คนธรรมดานะ รู้สึก รู้สาเป็นเหมือนกัน

  21. เพื่อนเราคนนึง เป็นนักออกแบบ ที่ออกตัวว่า tcdc จะอยู่หรือไป ก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับเขาอยู่แล้ว เพราะเขาหลุดจากวงโคจรของสารบบ การเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยพึ่งพาสถาบันหรือ องค์กร และการเรียนรู้ตามแบบแผน

    เขาบอกอีกว่า แต่ยังไงจะสู้เพื่อ tcdc อย่างเต็มที่ และเขาก็ได้ทำตามปากที่ว่าไว้โดยไม่ห่วงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับตัวเอง

    เขาว่า tcdc มีประโยชน์ต่อคนหมู่มาก และทำขึ้นโดยคนกลุ่มหนึ่งที่มีฝีมือดี อย่างน้อยดีกว่าหน่วยงานอื่นๆเท่าที่ปรากฏในเวลานี้ แต่ไม่ได้บอกนะว่าดีที่สุด และจะไม่มีใครทำได้ดีกว่า

    เขาไม่เคยยกความดีให้กับนโยบายของรัฐบาลที่สร้าง tcdc ขึ้นมา เพราะความจริงการเมืองไม่เกี่ยว มันเกี่ยวกับคนที่ทำงาน

    แน่นอน!!! เขารังเกียจรัฐบาลไทยรักไทย ถึงขนาดมีคนท้วงว่า ถ้าไม่มีไทยรักไทย ก็จะไม่มี tcdc นะ (เรียก okmd ต้นสังกัด ที่ทำเจ็ด เหลวซะหก จะดีกว่า)

    เขาตอบ “ยอม”

    อย่างที่บอกข้างต้น เขาอยู่ได้โดยไม่มี tcdc

    แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วดี(อย่างที่เขายกประโยชน์ให้แก่คนทำงาน ไม่ใช่รัฐบาล) นั่นก็เหมือนเป็นภาระกิจพิเศษ ที่เขาจะต้องร่วมต่อสู่เพื่อเอามันใว้ ให้คนเก่งมีที่ทำงานต่อไป ให้ประชาชนได้ใช้ศึกษาค้นคว้า

    เขาก็จะสู้ ต่อไป ตราบเท่าที่ไม่มีใคร ไปโยงเรื่องให้เกี่ยวกับ “การเมือง”

  22. very good

    หุหุ

    good ที่จะสู้ต่อไป

    ไอสไตน์ : เค้าว่าไว้ว่า มนุษย์ เราไม่สามารถอยู่ได้อย่างปกติสุขได้ ด้วยความรู้เพียงด้านเดียว

    ฉันท์ใด ก้อ ฉันท์นั้น

    เวลาจะสร้างสรรค์อะไร ขึ้นมาบนโลก หรือในประเทศ

    ตัวอย่างเช่น TCDC ต้องอาศัยปัจจัยอะไร บ้างหรือ

    คนเก่ง กลุ่มที่ท่านว่า
    วิสัยทันศ์ ของบางคนที่อยู่ในจุด ที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบความเป็นอยู่คนทั้งประเทศ

    อย่างใด อย่างหนึ่ง ก้อ ไม่เกิดผลอะไรเลย

    วิสัยทัศน์อย่างเดียว ก้อ เหลวเป๋ว เช่น บริวารอีก หก นั่นแล แล้วลองสอบทานไปดูดิ เกี่ยวกะ สางชมพูป่าว เป็นบทเรียนอันสำคัญยิ่ง แก่ ผู้มีวิสัยทัศน์ เช่นกัน

    คนเก่งอย่างเดียว เมื่อไหร่ จะคิดการเพื่อส่วนรวม ไม่งั้น ใยจึงเกิดอะไรทำนองนี้ ขึ้นในยุคนี้ได้

    ก่อนหน้านั้น ท่านก็พากันสบักสบอม จากวิกฤต 40 ลืมไปแล้วหรือ จุดประสงค์แฝงเร้น บางอย่างของโครงการเหล่านี้ ก็มาจากที่ต้องการบรรเทา กลุ่มชนกลุ่มน้อย ที่ว่านี้ประคับประคอง จากวิกฤต และเกี่ยวเนื่องกับการที่สางชมพูยื่นมือเข้ามาแทรกแซง วิชาชีพต่างๆ เห็นได้ชัด จากสภาสถาปนิก ลองดูพฤติกรรมบางอย่าง กรณีพยายามหาเสียงให้สมาชิกผ่านร่าง พรบ. สถาปนิก ท่านคุ้น หรือเปล่า กับคำพูดที่ว่า “ปล่อยให้ผ่านไปก่อน แล้วค่อนมาแก้ที่หลัง” คุ้นไหม กับ การหาเสียงให้ประชามติผ่านร่าง รัฐธรรมนูญ (หรือไม่เคยได้ยินเพราะ ไม่เคยสนใจ แม้เค้าจะเบียดเราตกขอบ ถ้าไม่ใช่สีชมพู เล่นกันแรงขนาด ออกกฏหมายมากำกับ) และที่ทำงานมาก่อนหน้านี้ ก่อนปฏิวัติน่ะ โครงการนี้ เกิดได้เพราะการเมือง แล้วเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว การเมืองไปแทรกแซงให้ท่านรำคาญใจหรือเปล่าล่ะ

    เรื่องทุกเรื่องเกี่ยวโยงกันอย่างมีนัยยะสำคัญ

    การศึกษา สัมพันธ์ กับวิชาชีพ วิชาชีพสัมพันธ์ กับคน และการประกอบอาชีพหาเลี้ยงตน เกี่ยวกับคนซึ่งจะโยงใยต่อไป ถึง อำนาจ (คำแสลงจริงๆ) ความโลภไม่เคยเข้าใครออกใคร เมื่อไหร่พวกท่านจะเฉลียวใจกันซะที ว่า สถานการณ์ ประเทศชาติ นั้นวิกฤตขนาดไหน มีคนบางกลุ่ม พยายามเข้ามากุมอำนาจประเทศชาติ ผ่านสถาบันการศึกษามาเป็นเวลานับสิบปีแล้ว(การนำเอาสถาบันออกนอกระบบ ก็เกี่ยวโยงกันอย่างมีนัยยะสำคัญเช่นกัน) แล้วทำไมถึงพยายามทำวิชาชีพ ให้ขึ้นอยู่กับสถาบัน และการจะเติบโตไปในวิชาชีพต่างๆ ก็ถูกจับให้มาโยงกับสถาบันการศึกษาอีก จะต้องมีวุฒิต่างๆ มากำกับ—ในที่นี้กล่าวรวมถึงวิชาชีพอื่นด้วย (หรือกลัวข่าวปล่อยเกี่ยวกับคนรวย ที่ว่า จะยึดประเทศงี้ ซื้อประเทศไทยงี้ เอาเข้าจริงๆ เรื่องกลับตรงกันข้าม ในขณะที่เค้าปล่อยข่าวให้ท่านเกลียดด้วยเหตุว่าเค้ากำลังซื้อประเทศ แต่เค้ากำลังขายกิจการต่างๆ ของเค้าต่างหาก พอความจริงปรากฏ ท่านก็ลืมไปหมด ว่า ถูกทำให้เกลียดด้วยเรื่องอะไร แถมมีการปั้นกระแสให้เกลียดในเรื่องอื่น ลุกลามไปจนปานปลายมาถึงวันนี้

    ที่สำคัญ ไอ้คนที่มาปล่อยข่าวนี้ ถึงกับออกมาสารภาพผิด แล้วขอขมาคนทั้งประเทศ กรณี ให้ข้อมูลเท็จ ด้วยการบวช ที่เค้า แห่ไปคัดค้านไม่ให้บวชที่วัดชนะสงครามนั้น น่ะ ท่านทราบข่าวหรือเปล่า วันนี้ ท่านเกลียดไปแล้ว ฝังไปที่จิตไร้สำนึกเสียแล้ว ลองคุ้ยๆ มันดูหน่อยไหมว่า เกลียดเพราะอะไร น่ะ

    หรือว่าท่านเป็นหนึ่งในผู้เสียประโยชน์ เคสคล้ายๆ กับ เขายายเที่ยง (บังเอิญเรารู้มาว่า เค้าซื้อใจคนด้วยทำดินอันเป็นทรัพย์แผ่นดินด้วยนะ ถ้าท่านไม่เกี่ยวก็แล้วไปนะ ท่านนะ)

    การเมือง สังคม เศรษฐกิจ เกี่ยวเนื่องกันอย่างแกะไม่ออก

    ท่านจะปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้นด้วยการเอามือปิดหน้าปิดตาไม่รับรู้ความจริง ของความเป็นไปของโลกนี้ แล้วมันจะไม่เกิดขึ้นหรือ มันไม่ดำเนินไปตามครรลองของมันต่อไปหรือ ท่านก็คงไร้เดียงสายิ่งนัก

    เรื่องที่มันเกี่ยวกะการเมืองน่ะนะ มันเป็นเพราะเป็นธรรมชาติของมัน ไม่ได้มีใครไปจับโยงใย

    อย่างใดคือการที่ ซัมบอดี้ จับโยงไปเรื่องการเมืองหรือ
    ท่านลองเผยความในใจให้เราทราบหน่อยเป็นไง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะ

    ท่านตีความ คำว่า การเมือง ว่าอย่างไร มาตั้ง ปุจฉา วิสัชชนา กันหน่อยเป็นไง มาดูดิว่าเข้าใจกันไปทางไหนกันน่ะ

    ผลงานความดี ย่อมต้องอยู่กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่า คนเก่งที่ทำงาน หรือ รัฐบาลที่ผลัดดันให้เกิดงาน รวมถึงปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งที่เห็นด้วยตา และไม่เห็นด้วยตาเปล่า

    ให้เครดิตแค่ปัจจัยเดียวที่ท่านพอใจ เราขอต่อว่าท่านเลย ว่าท่านช่างใจร้าย และคับแคบมาก ใยจึงไร้เดียวสาถึงขนาดไม่รู้ที่ว่า ใดๆโลกนี้ เกิดจากสิ่งหลายสิ่งประกอบกัน เลือกที่ชอบเพียงอย่างเดียว ที่ไม่ชอบเขี่ยออก มันก็ไม่เกิดงานน่ะดิ เพราะค่านิยม อย่างนี้ เมืองไทยถึงไม่พัฒนา ดูฝรั่งเค้าทำงานดิ ทำหนังสือเล่มหนึ่งเค้าให้เครดิตแม้แต่คนที่ นั้งเรียงหนังสือรอการส่งออกไป ให้อีกฝ่ายรับไปดำเนินการ เค้าถือว่าเป็นทีมงาน ให้เครดิต แต่คนที่ออกหน้าหรือ มีอีก ตั้ง หกสิบ เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ที่เกี่ยวข้องกันน่ะ

  23. 55555555

    ทำไมเราจะไม่รู้ว่าเค้าคนนั้น ที่ท่านว่าน่ะจะอยู่ได้ถ้าไม่มี TCDC แหงล่ะ ไม่มีใครตายหรอก ถ้าไม่มี ที่แห่งนี้น่ะ

    สมกับเป็นคำตอบของเค้าคนนั้น ของท่านจริงๆ หุหุ
    แล้วเค้าคนนั้นน่ะ ไม่ได้มีความสุขที่ได้ทำ TCDC หรือ มันไม่ได้เป็นอะไร อย่างที่เค้าคนนั้นฝันอยากที่จะทำเหรอ รวมทั้งตัวท่านด้วย 3d

    ไม่มี ไทยรักไทย อีกต่อไปแล้ว อันนี้เป็นสัจจะพจน์ คำพูดที่เป็นความจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์

    ปูนนี้แล้วอ่ะนะ ความสำเร็จแห่งการงานก็เป็นที่พอใจ ไม่อยากทำอะไร ให้ประเทศบ้างเหรอ มันเป็นการเมือง แต่ไม่ใช่การเมืองอย่างที่ท่านคิดหรอกนะ เรามั่นใจ อย่างมาก หุหุ ไม่เชื่อ ลองตั้งปุจฉา ถามมาดิ

    เพราะ พรรคดังว่า แม้ไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็จะต้องเกิด อะไร อย่างนี้ ขึ้นอีกแน่นอน แต่เป็นไปเพื่อรากหญ้าน่ะ อุอุ ลองเป็นผู้ให้กันหน่อยไหม มีความสุขน้า จา บอก ให้

  24. ที่เค้าจะยุบ นี่ดิ การเมืองล้วนๆ แบบ ออน เดอะ ร็อค เลยล่ะ

    การเมือง หมายถึงเรื่องของรัฐ หรือเปล่า กรณี ที่ว่านั้น ไม่ใช่ซะทีเดียวนะ แต่เป็นเรื่องของกลุ่มเถื่อนๆ ที่สถาปนาตัวเอง แล้ว โกยสมบัติของชาติ เข้าพกเข้าห่อตัวเอง

    ที่นี่ถ้าการเมือง หมายถึงเรื่องของรัฐ ก็คือ ทำในเงื่อนไข ของสิ่งที่ขึ้นตรงกับรัฐบาล และคณะรัฐบาลผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ คือนักการเมือง

    เมือ สิ่งอันไม่ชอบเหล่านี้ เกิดจากการทำผิดกฏแห่งรัฐ หรือก็คือกฏหมาย กฏของราชการ ก็ต้องล้าง หรือ แก้ไขด้วยส่วนของรัฐ (ดังเช่นที่ได้แนะนำต่างๆ นาๆ ไปในกระทู้ มิสเตอร์ดวง) คือว่าไปตามกฏหมาย ทีนี้ ไปเกี่ยวข้องกับ ใครจะมาบริหารประเทศอย่างไร ก็ท่านไม่คิดบ้างเหรอ ทำไม่สางชมพู ถึงได้อุกอาจขนาดนี้ ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องผิดกฏหมาย เล่า แถมทำกันอย่างซึ่งๆ หน้า ไม่สนว่าประชาชน จะว่าอย่างไร (นั้นเพราะท่านไม่ค่อยสนการบ้านการเมือง หรือเปล่า เป็นเหตุให้สาขานี้ ไม่มีเพาเวอร์ที่ ทั้ง ชอบ และมิชอบทางการเมือง เลยกลายเป็นเหยื่อให้เค้ามาอุกอาจทำกันซึ่งๆ หน้า แบบ หักเหลี่ยมนักเลงแบบนี้ —- นี่แหละคำว่าเหยื่อการเมืองของแท้) ก็เพราะเค้ามีความสัมพันธ์พิเศษ กับ กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม ที่มีความสัมพันธ์ อย่างลึกซึ้งที่เค้าจะมาวางตัวเป็นรัฐบาลน่ะ

    แล้วมันเกี่ยวอะไร เรื่องนี้
    ก็ตอนนี้ ก่อนหน้านี้ในช่วงที่ประเทศเราเป็นยุคมืด เพราะสางเขียวเนี้ย ท่านไม่สังเกตหรือว่า ขบวนการยุติธรรม หรือฝ่ายนิติบัญญัติของเราเป็นอย่างไรไปแล้ว ดังนั้น จะทำเชิงกฏหมายอย่างไรคนพวกนี้ ก็ย่ามใจ

    ทีนี้ ท่านลองมองย้อนไปไกลกว่านั้นว่า เราพึ่งกฏหมายได้ขนาดไหน อาจไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วมันก็ยังดูเป็นรูปเป็นร่างไหม ก่อนการปฏิวัติน่ะ หุหุ

    อย่างไร ก็ตาม ไม่ว่าจะพึ่งพิงได้ หรือไม่ ก็ต้องดำเนินการ หาหลักฐานต่างๆ เข้ามาสู้ ถ้าถึงที่สุด ก็ต้องมีการฟ้องร้องกัน ดังนั้น จึงอาจจะต้องมีการเชื่อมโยงต่อไปกะโครงการแม่ เพราะเป็นความผิดต่อเนื่องกัน และเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับเคส เรื่องที่จะเล่นงานเค้ากลับ

    ที่นี้ถ้าเราชนะเชิงกฏหมายในระดับหนึ่ง แล้วการดำเนินการต่อล่ะ
    ถ้าภาครัฐไม่สนับสนุน หนุน งบประมาณต่อ ก็เฉาอีก แม้จะมีอนาคตที่จะเลี้ยงตัวเอง ก็ได้เหอะนะ แต่ตอนนี้ ขาเราแข็งแรงหรือยัง

    สิ่งที่ทุกคนทราบดี ว่า พรรคที่ทุกคนตั้งข้อรังเกียจนี่(แล้วไม่รังเกียจพรรคอื่นหรือไงนะ สงสัยง่ะ) เข้ามาก็ต้องสานต่ออยู่แล้ว ก็ทำมาจนขนาดนี้แล้ว พวกคุณจะเกลียด จะชอบเค้ายังไง เค้าก็สานต่ออีกนั่นแหละ (เป็นการเมืองอย่างที่ท่านคิดเปล่าเนี้ย ก็หน่วยงานของรัฐน่ะ มันก็ต้องขึ้นกับรัฐบาล เรื่องออกจะธรรมดา)

  25. ถ้ากลัวเป็นเครื่องมือทางการเมือง ก็จะบอกให้ลอง มองเหรียญ ซะหลายๆ ด้าน ข้างๆ เหรียญด้วยนะ ว่า อารมณ์ ความรู้สึก เกลียดใคร ชอบใคร เชิงการเมือง มาจากอะไร จากกระแส หรือจากอะไร คำเล่าลือ หรือจากผลประโยชน์ส่วนตัว เข้าไปร่วม เพราะถ้าไม่ใช่เหตุเพราะทำให้ประเทศชาติเสียหาย (เค้าสร้างกระแสว่าเสียหาย แต่ไหง ประเทศได้รับการสรรเสริญจากต่างชาติ ได้ขนาดนี้ ใช้หนี้ได้ก่อนเวลาและอื่นๆ อีกมากมาย) แล้ว ถ้ากลุ่มการเมืองนี้ เสียหาย มีผลกับประเทศเชิง บวก ลบ ต่อประเทศอย่างไร แล้ว ใครได้ประโยชน์ เป็นประโยชน์ ที่อยู่บนผลเสียของคนทั้งประเทศหรือเปล่า

    ท่านเอง ก็กำลังเป็นเครื่องมือทางการเมืองอยู่แล้วหรือเปล่า อย่างไม่รู้ตัว ถ้าเค้าเกิดทำประโยชน์ให้ประเทศ ที่เราอาศัย เกิด แก่ เจ็บ ตาย ตรงนี้ แล้วเราไป เกลียดและทำให้เกิดอะไร อย่างที่เกิดอยู่นี่

    ไม่ได้บอกให้ชอบ หรือเกลียด

    แต่จะบอกว่า จะให้เค้ามาเป็นรัฐบาล นะ ไม่ใช่มาเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัว ที่ต้องมีการพิจารณาที่แตกต่างกัน เป็นรัฐบาลต้องทำให้รัฐ รุ่งเรือง ไม่ใช่มาเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับเราอย่างใกล้ชิดสักกะหน่อย เหมือนรับลูกน้องเข้าทำงานในที่ทำงานเรา เราจะพิจารณาอะไร เค้าทำงานให้เรา และไม่สร้างความเสียหายให้กับบริษัท ใช่มะ หรือคุณ จะสาวใส้ ให้ปรุโปร่งไปกว่านั้น แค่พนักงานในบริษัท น่ะ

  26. หากเรากำลังอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร “เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าอะไรลวง อะไรจริง”

    ยิ่ง งงงงงงงง ไปกันใหญ่ครับ

    อืมมม…แล้วอีกอย่าง คนเราเนี่ยน่ามหัศจรรย์จริงๆที่มีสมองไว้ขบคิดเชื่อมโยงความรู้ต่างๆได้เป็นคุ้งเป็นแคว แต่ทำมั๊ยๆ กับคำถามง่ายๆว่า “เราควรใช้ชีวิตของเรายังไง” กลับตอบตัวเองกันไม่ได้ซักที

    ปุจฉา

    jelจะใช้ชีวิตของเจลยังไง?

  27. ทางธรรมะ เค้าเรียก ” กาลมสูตร”

    เป็นเครื่องมือเอาไว้ช่วยพิจารณาว่าจะเชิ่ออะไร รายละเอียดของพระสูตรตัวนี้ ถามกูเกิ้ลได้

    และอีกอย่าง สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ

    การเชิ่อมโยงของเรา ไม่ได้เป็นเรื่องมหัศจรรย์ของสมอง แต่อย่างใด ทั้งสิ้น

    มันเป็นประสบการณ์ตรงของเราทั้งน้าน
    ก็แค่เข้าไปอยู่ในจุดต่างๆ ที่เราเชิ่อมโยงนั่นแหละท่าน

    เริ่มจากชักไม่เข้าท่า เกี่ยวกะสภาสถาปนิก จากนั้น วิเคราะห์ หาสมมุติฐาน จากพฤติกรรมของกลุ่มทำงาน ในหลายๆ ด้าน หลายๆ มิติ

    มันเป็นเรื่องกฏหมาย รู้ไหมตอนนั้นเราหัวฟูนั่งอ่านกฏหมายขนาดไหน ไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลก็หลายรอบ ปรึกษาทนายความเป็นระยะ

    รู้สึกว่าความรู้ไม่เพียงพอ ก็ไปเรียนต่อคลอสสั้นๆ ในสาขาต่างๆ นับไม่ถ้วน ถึงขั้นต่อ ปริญญาโท ก็ไปเยื่ยมชม ซะหลายที่

    เมื่อทำไปตามนั้น เริ่มเห็นภาพเป็นรูปเป็นร่าง ก็สรุป สมมุติฐานเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เราชอบวิชาวิทยาศาสตร์ที่สุด มากกว่าศิลปะเสียอีก (วิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งที่เราชอบ แต่ศิลปะเป็นสิ่งที่เราทำได้ดี) ดังนั้นเราจึงใช้พื้นฐานการคิดแบบวิทยาศาสตร์ คือเมื่อตั้งสมมุติฐานแล้ว ก็ต้องทำการพิสูจน์ ทดลอง จนได้คำตอบ

    ไม่ยากสำหรับเรา เพราะเราคบค้าสมาคม กับคนหลายกลุ่ม หลายวงการ อยู่แล้ว มีคนให้เราทำเป็นโมเดล ได้ทดลองศึกษา และจากการที่เราเสาะแสวงหาความรู้เหล่านั้น เราก็ทำการสังเกตการณ์ความเป็นไปของแต่ละจุดที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

    น่าแปลก และน่ามหัศจรรย์กว่าที่ท่านตั้งข้อสังเกตเสียอีก ที่ทุกเรื่อง กลับเชิ่อมโยงไปแหล่งเดียวกันหมด หุหุ

    คิดว่าเป็นเรื่องง่ายหรือ
    มันไม่มหัศจรรย์เลย แต่มันใช้ความทุ่มเทต่างหาก ร่วมสิบปี ทีเดียว

    ยิ่งสาว ก็ยิ่งพบเรื่องน่ากลัว
    ณ วันนี้ มันคลี่คลายไปแยะมากแล้ว

    ถามว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร น่ะหรือ
    ก็ใช้ชีวิต ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ทำตัวให้เป็นประโยชน์ แก่ทุกที่ที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญ ประเทศนี้ เพราะเราแค่เห็นแก่ตัวตรงที่รู้ว่า ประเทศแย่ เราก็แย่ เศรษฐกิจภาพรวมเสีย เราก็ซวยไปด้วยไง

    ทำไมจะไม่รู้ว่ากลุ่มทำงานเก่งน่ะ

    ก็กลุ่มตั้งต้นน่ะ เราเลือกมากะมือเราทีเดียว
    หรือ จะว่าเรามหัศจรรย์ สรรหาคำมาพูดอีก

    แล้วท่านละ ใช้ชีวิตอย่างไร เราวิสัชชณาแล้ว ก็จะปุจฉาบ้างล่ะ

  28. เราใช้ชีวิตเหมือนสัตว์ตัวนึง ใช้สัญชาตญานเอาเป็นส่วนใหญ่ ใช้เหตุผลก็แค่ในเรื่องของการทำงานไม่อยากทำให้เขาเดือดร้อน หิวก็กิน อยากนอนก็นอน ไม่อยากทำงานก็ไม่รับงาน ไม่ชอบใครก็ไม่ยุ่งด้วย เดินหนี ชอบใครก็บอกเขาไป ใครมารังแกก็กัดมันกลับไปซักทีสองที ใครเดือดร้อนก็ช่วยเหลือตามสมควรแต่ต้องดูหน้ามันก่อนว่าถูกโลกกันรึป่าว ชอบเดา ชอบด้น อ่านหนังสือบ้าง(ฉพาะภาษาไทย)ชอบพูดคุยกับคน อาศัยอยู่ในเมืองเพราะยังไม่มีที่ไป ชอบกินขนมไม่ชอบกินข้าว บางครั้งไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น แต่ถ้าหน้าคนเนี่ย เห็นก็เชื่อได้เลยว่าแนวไหน ทำงานแบบมีเป้าหมาย ใช้ชีวิตแบบไปวันๆ จนมากกว่ารวย เหมือนมีศัตรูเยอะ แต่ไม่ค่อยเดือดร้อน ใครจะเอาไปทำยา ฟะเนี่ย ดูไร้สาระกว่าท่านเยอะเลย มันมหัศจรรย์ว่ามั๊ย ที่สุดท้าย ที่เหลือแค่เรามาคุยกันเอง

  29. 555555

    ชีวิต (คน) คือความไร้สาระน่ะ

    แต่เรามันโรคจิต เผลอกัดอะไรเข้า ก็ปล่อยไม่เป็น
    ไปๆ มาๆ ดัน กินเวลาชีวิตเราเข้าไปเกือบสิบปี

    แต่มันก็สะใจเราไปอีกแบบง่ะ อุอุ

  30. แต่เราเป็นคนหนึ่งนะ ที่ชอบใช้คำว่า “ไร้สาระ”
    เพราะชีวิตคนในหนึ่งโลกเนี้ย มีเปอร์เซ็นต์ของความไร้สาระมากมายก่ายกอง กว่าสาระมากนัก

    มีแสลงของภาษาปะกิต ว่า “Apple Juice” น่ะ แปลปกติว่า น้ำแอ็ปเปิ้ล แต่ พอเป็นแสลง กลับ แปลว่า เรื่องไร้สาระไปได้อย่างไง มะรู้

    ปกติ เป็นน้ำแอปเปิ้ล มีประโยชน์มากมาย เพราะสารอาหารแยะ
    พอแสลง ดัน เป็นไร้สาระไปได้ อาจจะหมายความว่า จริงๆ แล้ว เรื่องไร้สาระนั้น อาจจะมีประโยชน์ไม่ทางใด ทางหนึ่ง ก็ได้มั๊งเนี้ย

    อิอิ อันนี้ นอกเรื่องไปไหนไม่รู้ เป็นสาระหรือเปล่า ก้อไม่รู้อีก อิอิ

  31. อืมๆ เหมือนใครเคยพูดใว้ เวลาไปดุเด็กๆ ว่าเล่นอะไรไร้สาระ จริงๆมันมีสาระสำหรับเขา แต่ไร้สาระสำหรับเรา จริงมันเข้าใจกันคนละเรื่อง(เดียวกัน) เด็กไม่ผิด ผู้ใหญ่ก็ไม่ผิด ในเหตุผลของแต่ละคน แต่ที่ผิดมันคือการถือเอาตรรกะของตนไปตัดสินผู้อื่น ชีวิตมันจึงวุ่นวายไม่รู้จบ
    ชีวิตมันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ควรไปทำให้มันยาก อายุคนเราสั้นกว่าการย่อยสลายถุงป๊าดสติก สักใบเสียอีก อย่าให้มันหัวเราะเยาะเอา

ใส่ความเห็น