ครั้งหนึ่งประเทศของเราเคยมีศูนย์สร้างสรรค์งานการออกแบบ (Thailand Creative and Design Center) ครับ เราเรียกกันสั้นๆ ว่า TCDC
ที่จะเล่าให้ฟังนี่บอกก่อนนะครับว่าไม่เกี่ยวกับคุณทักษิน ใครจะเกลียดจะชอบอะไรแกผมไม่เกี่ยว จะเล่าให้ฟังในฐานะคนไทยที่เสียภาษี คนไทยที่รักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ คนไทยที่เชื่อในประชาธิปไตย และเชื่อในคนไทยด้วยกัน TCDC นี่เกิดจากคนไทยกลุ่มเล็กๆ ที่บังเอิญมีอาชีพเกี่ยวข้องกับการออกแบบ มีทั้งสถาปนิก มัณฑนากร นักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักออกแบบเสื้อผ้า ครีเอทีฟโฆษณา ได้มีโอกาสเข้าไปวิ่งวนกันอยู่ในแวดวงของรัฐบาลที่แล้ว และก็คิดเหมือนกับหลายๆ คนในปัจจุบันที่ชอบคิด (แต่ไม่ชอบทำ) ว่าประเทศเราเดินมาไกลขนาดนี้มีอะไรที่เราทำได้ให้กับอาชีพที่มีความคิดสร้างสรรค์แบบพวกเราได้บ้าง อะไรที่ช่วยทำให้คนรุ่นหลังที่อยากเดินตามรอยเรานั้นเก่งกว่าเรา และทำให้คนที่ยังไม่พบทางเดินเหล่านั้นค้นพบตัวเอง
พวกเรารู้กันในวงแคบๆ ดีว่าในภาพรวมระดับประเทศจากนี้ไป การออกแบบไม่ใช่เรื่องราวฟุ้งเฟ้อหรูหราอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับภาคการผลิตของประเทศ ถ้าไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในถ้ำก็จะรู้ดีว่าปัจจุบันสินค้าในโลก ส่วนใหญ่ต่างก็ผลิตในเมืองจีนแทบทั้งสิ้น ไม่มีทางเลยที่การผลิตในประเทศไทยจะสามารถสู้กับราคาสินค้าที่มาจากเมืองจีนได้ เราผลิตขาย 10 บาท เขาทำแค่บาทเดียว และนับวันคุณภาพของสินค้าที่มาจากเมืองจีนก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ครั้งหนึ่งเราเคยสบประมาทและมีความหวัง คุยโม้โอ้อวดว่าของจากเมืองจีนแม้จะถูกแต่ก็ไม่มีทางมีคุณภาพเท่ากับที่ผลิตจากประเทศไทย คนที่เคยพูดอย่างนั้นอาจจะลืมตาให้ดูกว้างขึ้น อีก 10 ปี ภาคการผลิตของไทยอาจจะหายไปเกือบหมดเกือบครึ่ง เลยก็ได้นะครับการออกแบบเป็นวิธีเดียวที่เห็นได้ชัดเจนที่จะทำให้ภาคการผลิตของเราเจริญเติบโตต่อไปได้ ภายใต้ทรัพยากรที่เท่ากัน แก้วน้ำใบเดียวกัน จาก 10 บาท เราสามารถขาย 100 บาทได้ ด้วยอานุภาพของการออกแบบ คนในรัฐบาลปัจจุบันยังคิดว่าการออกแบบเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างชนชั้นซึ่งไม่จริงเลย หนทางเดียวที่เราจะสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าภายใต้การใช้ทรัพยากรเท่าเดิม ชาวบ้านทอผ้าขายปรกติหลาละ 50 บาท วันนี้นักออกแบบไทยเข้าไปสร้างลวดลายการทอให้ใหม่ ขายได้หลาละ 250 บาท ฝ้ายใยต่างๆ ก็เท่าเดิม นี่คือสิ่งที่การออกแบบทำให้เกิดขึ้น
พวกเราก็คิดกันเองว่า หากประเทศไทยมีนักออกแบบเพิ่มขึ้นจาก 20,000 เป็นซัก 200,000 คนได้ ใน 5 ปี จะเกิดอะไรขึ้น คนเหล่านี้จะกระจายลงสู่ภาคการผลิตได้อย่างทั่วถึง และทำให้เกิดคุณค่าเพิ่มพูนกับอุตสาหกรรมโดยรวมของประเทศ ลองนึกถึงการผลิตของเราที่ต้นทุนเท่าเดิม เครื่องจักรเท่าเดิม แต่มูลค่าของสินค้าเพิ่มขึ้น 10 เท่า แค่ใช้สมองเท่านั้น สมองของคนไทยเราที่ไม่เป็นรองใคร หน้าที่ของเราเพียงแค่สร้างสมองเหล่านั้นให้เกิดขึ้นมาใหม่อีกมาก ๆ เท่านั้นถ้าสมมุติว่าในปีหนึ่งเราผลิตสินค้าได้ 10,000 ล้านบาทต่อปี ลองคิดถึงความแตกต่างที่จะกลายเป็นไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปีดู เป็นคุณคุณจะยอมลงทุนเท่าไหร่ที่คิดว่าจะคุ้มกัน เราคิดว่าปีละ 200 ล้านบาทนี่คุ้มมากนะครับ และเงิน 200 ล้านบาทต่อปีเพื่อการศึกษาของเยาวชนและประชาชนที่จะกลายเป็นการผลิตที่เพิ่มขึ้น 90,000 ล้านบาท ไม่ต้องเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ฉลาดเฉลียวก็พอจะเข้าใจได้ เราคิดว่าเราอยากจะสร้างสถาบันกันสักแห่งหนึ่งเพื่ออาชีพของเรา ศูนย์สร้างสรรค์เพื่อการออกแบบถึงได้เกิดขึ้นจากตรงนั้น
คนกลุ่มเล็กๆ นี้ได้มีโอกาสคุยกับอาจารย์พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ซึ่งท่านเป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จริงๆ ท่านก็เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมาหลายสมัยนะครับ สมัยท่านนายกชาติชายก็เคย ท่านเป็นที่ปรึกษาสมัยไหนประเทศดูเหมือนจะเศรษฐกิจดี ทำไมมีคนชอบนำท่านไปเชื่อมโยงกับคุณทักษิณเหนียวแน่นนักก็ไม่ทราบ ผมว่าท่านเป็นนักคิดนักปฏิบัติของชาติที่ไม่ชอบคุยโม้โอ้อวดว่าเก่งกาจเหมือนหลายคนที่พูดแต่ไม่ทำ หรือไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร อาจารย์พันศักดิ์ มีแนวความคิดและดำเนินการจัดตั้งสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) อยู่แล้วตั้งแต่ท่านเข้ามาดำรงตำแหน่ง และจัดตั้งขึ้นโดยใช้กฎหมายองค์การมหาชนที่มีอยู่แล้ว ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็นสมัยของท่านนายกอานันท์ ปันยารชุน เข้ามาเป็นโครงสร้าง และ TCDC ก็เกิดขึ้นโดยมี OKMD รองรับ รวมทั้งโครงการอื่นๆ อีกหลายโครงการ อาทิเช่น สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ (สวร.) ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ (สมพช.) อุทยานการเรียนรู้ (สอร.) สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (สคบ.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (ศลชท.) และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) เป็นต้น แต่ดูเหมือนอาจารย์พันศักดิ์ และคุณไชยยง ซึ่งเป็นผู้ช่วยของท่านในขณะนั้นให้ความสำคัญกับ TCDC เป็นพิเศษ อาจจะเป็นเนื่องด้วยท่านมีวิสัยทัศน์เดียวกัน และมองเห็นความสำคัญของการสร้างบุคคลากรที่มีความสามารถในการออกแบบ เพื่อประโยชน์ในภาคการผลิตของประเทศ และเป็นความจำเป็นเร่งด่วนเกือบจะเป็นวาระแห่งชาติในขณะนั้น TCDC จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ฐานะคนที่ไปยุไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ต้องรับผิดชอบ ถ่ายทอดสิ่งที่คิดออกมาเป็นรูปธรรม ผมเองก็อยากให้มีการประกวดแบบคัดเลือกกันอย่างเปิดเผย แต่เวลามีน้อยมากและเราเองก็ไม่อยากเสี่ยงให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ถ้าศูนย์สร้างสรรค์งานการออกแบบ แต่สื่อสารด้วยภาษาทางด้านการออกแบบที่ผิดพลาดก็ไม่น่าจะเป็นผลดี การออกแบบให้นักออกแบบด้วยกันตำหนิได้น้อยที่สุดเป็นเรื่องยาก และ Political มาก หันซ้ายหันขวาผมก็เลยต้องรับหน้าที่นี้ไป คิดว่าถ้าออกมาดีก็โชคดี แต่ถ้าออกมาไม่ดี ก็ต้องเตรียมรับคำด่าว่าได้TCDC เป็นโครงการแรกของประเทศก็ว่าได้เลยที่มีการคุยกันอย่างเข้มข้นว่าจะบริหารจัดการองค์กรอย่างไร ก่อนที่จะมีการออกแบบสร้างขึ้นมา ถ้าใครคุ้นเคยกับงานราชการ หรือโครงการหาเสียงของรัฐบาลโดยทั่วไปไม่ว่าสมัยของคุณทักษิน หรือสมัยไหนก็จะต้องเสนอโครงการกันก่อนว่าจะสร้างที่ไหน พื้นที่เท่าไหร่ งบประมาณอย่างไร แต่ไม่เคยมีสักโครงการเดียวที่มีความชัดเจนว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า ประเทศไทยจึงมีโครงการประเภทที่สร้างก่อนแต่บริหารไม่ได้อยู่เต็มไปหมด สุดท้ายก็ทิ้งร้างกันไปและค่อยๆ หายไป มีโครงการหนึ่งที่ถูกเสนอขึ้นมาในสมัยรัฐบาลที่แล้วเป็นโครงการพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย ขนาดหลายหมื่นตารางเมตร ซึ่งค่อนข้างจะใหญ่ติดอันดับโลก และผมเองก็พลอยตื่นเต้นชื่นชมว่าก็ดีสำหรับประชาชน ศิลปินก็ยกยอปอปั้นว่าดีก็อยากจะมีกัน แต่คนเสนอโครงการแกอยากจะสร้าง แกอยากจะเป็นกัณทารักษ์แต่ไม่รู้ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร คุณไชยยงซึ่งทำงานอยู่ในทำเนียบในสมัยนั้นก็ส่งสัญญานให้ถามไปว่าจะบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ขนาดมหึมานี้อย่างไร ถามสั้นๆ คนเสนอก็กลับไปคิดกลับมาเสนออีก 4-5 ครั้ง แกก็ตอบไม่ได้ เรื่องก็เลยตกไป ไม่รู้ว่านี่เป็นสาเหตุให้แกตามมาอาฆาตถึงปัจจุบันหรือไม่ เพราะแกอยากทำของแกมาก เราก็เข้าใจ
TCDC มีการจ้างบริษัทที่ปรึกษาจากต่างประเทศมาเขียนโครงสร้างและเสนอวิธีบริหารจัดการทั้งในระบบห้องสมุดและระบบการจัดนิทรรศการ ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาระบบนิทรรศการนั้นเป็นบริษัทที่ให้คำแนะนำการออกแบบและบริหารจัดการกับพิพิธภัณฑ์ทั่วโลกอีกนับร้อยแห่ง การออกแบบห้องแสดงนิทรรศการนี้สถาปนิกไทยเก่งแค่ไหนก็ยังฟังเขานะครับ ถ้าเราออกแบบไม่ได้มาตรฐาน โอกาสที่เราจะยืมนิทรรศการดี ๆ จากต่างประเทศอย่าง Vivienne Westwood นี่ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเขากลัวของเขาจะเสียหาย ผมยกตัวอย่างแค่การออกแบบระบบระบายอากาศต้องเป็น laminar flow ระบบดูดลมกลับต้องอยู่ต่ำ ช่องปล่อยลมต้องอยู่สูง เพื่อรักษาระดับความชื้นและฝุ่นละอองให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่นี้ก็ปวดหัวใช้ได้แล้วละครับ
พอรู้ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ถึงจะเริ่มออกแบบได้นะครับ ตอนแรกเรามองสถานที่กันไว้หลายที่ เนื่องจากความคิดเดิมโครงการใหญ่กว่านี้มาก เราอยากจะมีห้องแสดงนิทรรศการเอาไว้ยั่วยุให้เด็กของเราคัน เห็นเขาทำแล้วอยากทำเป็น เดินออกมาก็จะมีห้องสมุดรออยู่เป็นห้องสมุดเพื่อการออกแบบโดยเฉพาะ มีหนังสือ 20,000 กว่าเล่มที่ว่าด้วยเรื่องราวของการออกแบบล้วน ๆ ก็มาศึกษาเพิ่มเติมกันในห้องสมุดจะได้เข้าใจมากขึ้น หันซ้ายขวา มีโปรแกรมสัมมนาและปฏิบัติการ (Workshop) ต่าง ๆ เอากันจนทำเป็น เสร็จแล้วก็อยากมีส่วนที่สามซึ่งเป็นห้องแสดงผลงาน ว่าพวกนี้มาอ่านหนังสือทำ Workshop แล้วผลงานออกมาเป็นอย่างไร แล้วมีส่วนที่สี่ที่ภาคธุรกิจโรงงานหรือผู้นำเข้าสินค้าจะได้มาเดินดู เป็นนิทรรศการกึ่งถาวร ลองนึกภาพงาน BIG หรือ TIFF ที่มีแสดงสินค้ากัน 365 วันก็ได้ ว่าจะมีประโยชน์เพียงใด แสดงผลงานของนักออกแบบและผู้ผลิตไทยที่สั่งซื้อกันได้ทุกวันด้วยเหตุผลของงบประมาณ และความยากเข็ญของราชการในการทำความเข้าใจกับเรื่องราวก้าวหน้าแปลกใหม่ ทำให้โครงการไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิดไว้ ถึงแม้ในสมัยนั้น หลายคนจะคิดว่ารัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรื่องราวง่ายดายเลย แค่อธิบายให้สำนักงบประมาณเข้าใจว่าทำไมต้องซื้อเก้าอี้ที่ออกแบบอย่างดีตัวละ 50,000 บาท มาให้ประชาชนนั่ง เพื่อที่เด็กไทยของเราจะได้รู้ว่า อ๋อ มันตัวละ 50,000 เพราะอะไร ฉันจะได้ทำเป็นมั้ง แค่นี้ยังต้องอธิบายกันเมื่อย ราชการไทยที่ส่วนใหญ่ยังคิดช้าอยู่มากนะครับผมขอยืนยัน แต่ก็ดีแล้วก็จะได้กลัวคนโกง มัวแต่กลัวจะได้พัฒนากันช้าๆ คนเดือดร้อนคือภาคเอกชนครับไอ้ช้าๆ นี่ ราชการเขากินภาษีเราอยู่แล้ว ไม่ต้องรีบร้อนอะไร พวกเราก็ต้องหาเงินไปจ่ายภาษีไปเลี้ยงพวกเขา สุดท้ายเราก็ทำให้โครงการเลิกลงนะครับ จะได้เหมาะสมกับสถานที่ที่ได้ที่ Emporium นี้ด้วย ก็เหลือแต่ส่วนของห้องสมุด ห้องแสดงนิทรรศการ กับห้องปฏิบัติการ ส่วนประกอบอื่นที่เหลือก็พอจะมีหน่วยงานอื่นที่พอจะรองรับได้
องค์ประกอบสำคัญที่เพิ่มเข้ามาในภายหลังคือ Material Connexion ซึ่งเป็นห้องสมุดวัสดุเพื่อใช้ในการออกแบบ แห่งแรกในประเทศไทยและ 1 ใน 4 สาขาทั่วโลก เป็นห้องสมุดที่รวบรวมและคัดเลือกวัสดุที่ใช้ในการออกแบบตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ , สิ่งทอและเครื่องเรือน ไปจนถึงสถาปัตยกรรม ที่เชื่อมโยงกับสาขาอื่นที่นิวยอร์ก , มิลานและโคโลญจน์ นอกจากนักออกแบบไทยจะได้มีโอกาสเห็นวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบใหม่ๆ จากทั่วโลก ก่อนใครแล้วยังเป็นโอกาสที่เราจะได้ส่งออกตัวอย่างวัสดุใหม่ ๆ ออกไปให้ทั่วโลกได้รูจัก ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมในการค้นคิดวัสดุใหม่ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ทำเอาวัสดุท้องถิ่นมาใช้หรือการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ เชื่อหรือไม่ตอนที่ผู้บริหารของ OKMD ชุดปัจจุบันที่อยากจะปิด TCDC ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน จะให้ปิดส่วนห้องสมุดวัสดุนี่ก่อนเลยนะครับดีว่ามีสัญญากับต่างประเทศไปยาว 3 ปี ก็เลยปิดไม่ได้ ท่านว่ามันเปลืองเงินนะครับ แต่เคยคิดบ้างไหมว่าโอกาสที่คนไทยจะนำวัสดุท้องถิ่นออกไปขายทั่วโลกนี่มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน วิสัยทัศน์ท่านทั้งหลายเหล่านั้นนี่เยี่ยมไปเลยนะครับเวลาที่ผ่านไป 2 ปี TCDC กลายเป็นหน่วยงานทางด้านการออกแบบที่ดีที่สุดในโลก ทุกคนที่มาเห็นพูดเหมือนกันหมดนะครับ ผมไม่ได้พูดเอง และความดีก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานที่ หรือการออกแบบสถานที่ แต่เป็นความคิด ปรัชญา และการบริหารจัดการที่เยี่ยมยอดอาจารย์พันศักดิ์ และคุณไชยยง ทุ่มเทพลังงาน และความสัมพันธ์ส่วนตัวกับมิตรในต่างประเทศทั่วโลก ทำให้ TCDC เป็นองค์กรที่ทั่วโลกยอมรับ และสร้างกระแสความคิดความสำคัญของการออกแบบออกไปในภูมิภาคอย่างรุนแรง เป็นครั้งแรกที่วิชาชีพการออกแบบในประเทศไทย เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ และก้าวนำทุกประเทศในเอเชีย ไม่นานนักหลังจากที่ TCDC เปิด ฮ่องกง สิงค์โปร์ ญี่ปุ่น และจีน ก็ประกาศที่จะนำเอาการออกแบบเป็นวาระสำคัญในการพัฒนาประเทศ และตั้งใจที่จะสร้างองค์กรในลักษณะเดียวกันบ้าง นานๆ ที่เราจะทำอะไรให้ชาติอื่นเขาอยากลอกได้นะครับ ทุกทีเราทำเป็นแต่ลอกเขา
คนที่ไม่ชอบ TCDC อยู่บ้างก็คงจะมีแต่คนไทยด้วยกัน สถาปนิกหรือ นักออกแบบบางท่านก็อาจจะว่าบ้างว่า TCDC ดูแล้วเป็นฝรั่งไม่เห็นสนับสนุนรากเหง้าของประเทศ สงสัยท่านเหล่านั้นจะไม่ได้ชมนิทรรศการแรกที่จัดขึ้นที่ TCDC นะครับ ที่ว่าด้วยวัฒนธรรมอีสาน ทีมงานเอาเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เราอาจยังไม่รู้จักดีมาเล่าในแง่มุมใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ทำให้คันไม้คันมือ อยากออกแบบอะไรที่ได้กลิ่นอายอีสานขึ้นมาทันที ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเวลาเรารู้จักใคร เราควรจะตัดสินเขาจากหน้าตา รูปร่าง หรือจิตใจ นิสัยกันแน่ อย่าสัมผัส TCDC แต่เพียงผิวเผินก่อนวิพากษ์วิจารณ์ นะครับ มารู้จักกันให้ใกล้ชิดสนิทสนม แล้วจะว่ากันบ้างก็คงไม่เป็นไร ให้เวลาเขาอีกหน่อยก็คงปรับปรุงตัวให้ถูกใจทุกๆ คนได้สักวันประเทศไทยของเราก็คงยังมีกรรมอยู่มาก ผมคิดว่ามีเครื่องจักรที่ดีว่าได้ช้าบ้าง เร็วบ้าง ก็ยังดีกว่าไม่มีเสียเลย ยิ่งเป็นเครื่องจักรที่เป็นอนาคตของความก้าวหน้าของเศรษฐกิจของชาตินี้ จะสร้างขึ้นมาขนาดมีอำนาจล้นฟ้ายังยากเย็น กว่าจะของบประมาณได้เลือดยังออกตา นี่ถ้ารัฐบาลง่อนแง่น ก็ไม่ต้องพูดถึงกันเลยนะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าคนที่เขาดูแลเราตอนนี้คิดอะไร ถึงมารื้อเครื่องจักรที่ว่านี้เล่น ถอดเป็นชิ้นๆ ให้วิ่งไม่ได้ หัวเทียนใหม่ดี ก็เปลี่ยนหัวเทียนเก่ามาใส่ น้ำมันก็ไม่เติมให้ฝืดเคืองเสียอย่างนั้น มัวแต่คิดว่าไอ้คนขับเก่ามันไม่ดีมันโกง มันเกี่ยวอะไรกับเครื่องจักรอันนี้ไม่ทราบ คนขับมันตายไปแล้วนะ ก็ต้องทำลายเครื่องจักรนี้ให้ฉิบหายบรรลัยไปด้วย ก็ดีนะครับจะได้ลงเดินกันทั้งประเทศให้ล้าหลังสมใจ จะได้ปกครองกันง่ายๆ ว่านอนสอนง่าย หันซ้าย หันขวาได้ตามใจ
วันนี้ประธานบริษัท OKMD ท่านใหม่ ท่านก็มีวิสัยทัศน์เยี่ยมครับ รื้อเครื่องจักร TCDC จนเกลี้ยง ด้วยว่าท่านกลัวจะมีการคดโกงกัน ท่านวิ่งหามาปีกว่าแล้วหาไม่เจอรอยรั่วแม้แต่บาทเดียว ท่านเลยรื้อทิ้งเสียเลย อ้างว่ามีแล้วเปลืองเงิน ผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นความแค้นส่วนตัวหรือเป็นความแค้นระดับชาติ แต่ที่แน่ๆ คนไทยทุกคนเสียประโยชน์ ไม่ใช่เฉพาะสถาปนิกหรือนักออกแบบเท่านั้น แล้วที่คิดที่กล่าวอ้างกันว่าเป็นผลงานของรัฐบาลที่แล้วต้องทำลายให้เกลี้ยง กลัวว่าเดี๋ยวเขาจะกลับมา ก็อยากจะบอกว่าที่ท่านทำลายไปนี่ก็ผลงานของคนไทยกลุ่มหนึ่งด้วย คนไทยที่ตั้งใจเสียภาษีมาจ่ายท่าน คนไทยที่อยากให้ประเทศชาติร่ำรวยก้าวหน้าแบบพอดี ถามว่าคนที่คอยทำลายล้างสิ่งดีๆ ในสังคม จนถึงวันนี้ ทำคุณูปการอะไรให้กับประเทศบ้าง ที่ว่าเขาโกงเขาโกงไปเท่าไหร่กัน ที่ท่านทำให้เสียหายวันนี้เสียหายไปแล้วเท่าไหร่กันวันนี้บอร์ดของ TCDC โดนสลายไปแล้วเรียบร้อย โดยยุบรวมกับองค์กรอื่นใน OKMD ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อประหยัดงบประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี ที่อาจจะทำให้ทั้งประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น 90,000 ล้านบาทต่อปี คุณไชยยงที่ร่วมสร้างสรรค์องค์กรนี้มาแต่ต้นและดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ก็โดนให้ออกตามกระบวนการทางด้านเทคนิคในการยุบรวมองค์กร ในฐานะคนไทยผมต้องขอบคุณคุณไชยยง ที่อดทนต่อแรงเสียดทานมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยที่ท่านไม่ได้ต่อสู้เพื่อคุณทักษิณหรือเพื่อใคร แต่ท่านต่อสู้เพื่อหลักการที่ถูกต้อง โดยมีความปรารถนาดีต่อวงการนักออกแบบและภาคการผลิตของประเทศ เป็นคนอื่นก็คงทิ้งกันไปนานแล้ว แต่ท่านก็ต้องอดทนมาก แล้วนี่คือสิ่งที่ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราตอบแทนคนที่ตั้งใจทำความดีเพื่อประเทศชาติ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมถึงออกมาเรียกร้องกันให้ทำความดี พอคนทำดีจริงๆ ก็ทำลายล้างกันเนื่องด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน ก็แปลกดี
ก็มีความพยายามมากมายเหลือเกินที่นอกจากจะกำจัดผู้อำนวยการศูนย์แล้วก็อยากจะย้ายที่ตั้งของศูนย์ไปอยู่ที่อาคารจามจุรี ผมเอง เรียนตามตรงก็ไม่ได้โกรธแค้นเสียใจแต่ประการใดที่จะรื้อถอนงานของผมลงไปอย่างที่หลายคนชอบพูดกันหรอกนะครับ ผมเพียงแต่ไม่เข้าใจว่าจะย้ายไปเพื่อประหยัดค่าเช่าเดือนละ 1-2 ล้านบาท แต่ต้องลงทุนสร้างใหม่อีกเป็นร้อยล้าน กับของเดิมที่ลงทุนไปแล้วเกือบ 100 ล้านบาท ถ้าคิดค่าเสื่อมราคาด้วยก็แปลว่าส่วนที่ต้องเสียไปรวมกับที่ต้องลงทุนใหม่ก็ไม่ต่ำว่า 200 ล้านบาท กับสัญญาเช่าที่เหลืออีก 3 ปี อย่างมากก็ประหยัดงบประมาณค่าเช่าไม่ถึง 100 ล้านบาท ผมคิดเลขไม่ค่อยเก่ง เงินที่เสียไปแล้วจะต้องเสียใหม่ รวมกับค่าเช่าใหม่ 3 ปี ก็ไม่เข้าใจว่าประหยัดงบประมาณได้อย่างไร ที่ใหม่ที่จะย้ายไปก็มีขนาดเล็กลงครึ่งหนึ่ง แปลว่าพื้นที่สำหรับแสดงนิทรรศการก็จะพิการหรือหายไป ทั้งๆ ที่ทุกวันนี้ก็ขนาดใหญ่ไม่ค่อยจะพออยู่แล้ว มองไม่เห็นเหตุจริง ๆ ครับ
ถ้าอยากจะย้ายกันจริง ผมคิดว่าน่าจะเอาแรงไปขยายส่วนต่อในต่างจังหวัดน่าจะดีกว่า เหตุและผลขององค์กรแบบนี้ต้องลงเงินเพิ่มครับ ไม่ใช่ประหยัดเงิน เราก็พูดกันปาวๆ ว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ สังคมต้องอุดมปัญญาแต่พอปัญญาจะเกิดจริงก็บอกว่าต้องประหยัดงบประมาณ มีส่วนอื่นของประเทศต้องใช้เงิน (เช่น รถถังและเครื่องบินรบ) แขน ขา อาวุธ เป็นเรื่องสิ่งสำคัญ แต่สังคมไทยต้องเดินด้วยสมองครับ ไม่ใช่ใช้แรงแต่อย่างเดียว การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เป็นปัจจัยสำคัญนอกจากความรู้ทางด้านการบริหาร ที่จะก่อให้สังคมเกิดผู้นำใหม่ 200 ล้านบาทต่อปีนี้ยังน้อยไปเลยครับ สร้างประชาชนให้มีคุณภาพเท่าไหร่ก็ต้องลงทุนครับ ผมว่าจะสร้างคนให้มีปัญญา ก็ต้องใช้คนที่มีปัญญากว่ามาสร้างกันนะครับ ธรรมดาคนมีปัญญาในราชการก็มี เอกชนก็มี แต่จะจูงใจกันด้วยจิตวิญญาณอย่างเดียวก็เห็นทีจะไม่ไหว ต้องจ้างมานะครับ ทีมงานทุกคนที่ทำงานอยู่ใน TCDC นี่ก็เข้าขั้นหัวกะทิทั้งนั้น เป็นธรรมดาที่เงินเดือนจะไม่น้อย เงินน้อยแล้วคนมีปัญญาแต่ไม่มีเงินที่ไหนเขาจะมาทำกันไหว ก็กล่าวหากันว่าบางตำแหน่งเงินเดือนสูงกว่านายกรัฐมนตรี ผมว่าความผิดอยู่ที่ตรงเงินเดือนนายกรัฐมนตรีมากกว่านะครับ ถึงต้องคดโกงกันมาทุกยุคทุกสมัยนั่นไง แล้วผู้บริหารของ OKMD ที่ตั้งกันเข้ามาใหม่นี้ก็เงินเดือนไม่น้อยเลยนะครับ มีใครดูกันบ้างหรือเปล่า แก้ปัญหาให้ถูกจุดนะครับ ช่วยๆ กันหน่อย
ถึงวันนี้คงไม่มี TCDC แบบที่เรารู้จักกันอีกต่อไป ด้วยอำนาจการตัดสินใจของคนสองคน ที่นั่งอยู่บนหอคอยที่ OKMD กับทำเนียบรัฐบาล สองคนที่ไม่เคยลงมาสัมผัสรากหญ้า แถมเราไม่ได้เลือกตั้งเข้ามาด้วย ก็คงถึงวาระที่ TCDC ก็คงต้องแตกดับไปพร้อมกับความหวังของประชาชนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่มุ่งเปลี่ยนแปลงประเทศชาติให้ดีขึ้น ถ้าเป็นระบบการเมืองปรกติก็คงโดนโจมตีจนเละราบคาบ แต่นี่เป็นระบบแปลก ๆ แบบไทย ๆ ประชาชาชนก็ต้องก้มหน้ารับกรรมกันไป ไม่งั้นอาจจะโดนตีหัวแตกได้ ที่เขียนที่เล่าให้ฟังก็เสียดายและเสียใจครับ ไม่ใช่เสียดายสถานที่หรือบุคคล แต่เสียดายโอกาสที่จะได้เห็นสังคมไทยดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ของไม่เสียก็ไม่รู้ไปซ่อมทำไม ซ่อมแล้วประกอบใหม่ นอกจากไม่แน่ว่าจะดีขึ้นแล้วยังอาจจะแย่ลงอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตผมทำสิ่งที่เป็นรูปธรรม จากความคิดและความเชื่อ เพื่อที่จะพยายามเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น จากความปรารถนาดีอันบริสุทธิ์ใจจนกระทั่งถึงวินาทีที่นั่งเขียนตัวหนังสือเหล่านี้ แค่อยากจะถามว่าแล้วทุกท่านที่อ่านอยู่ตรงนี้ทำอะไรบ้างเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมของเราให้ดีขึ้นบ้าง
ถ้าคิดไม่ออกตรงนี้อย่างน้อยก็ช่วยกันส่งต่อเรื่องราวของ TCDC ให้ทุกคนได้รู้จักกันมาก ๆ นะครับ
ดวงฤทธิ์ บุนนาค
ตุลาคม 23, 2007 ที่ 12:03 pm
เห็นด้วยค่ะ
ตุลาคม 23, 2007 ที่ 6:45 pm
เอาTCDC คืนมา
ตุลาคม 23, 2007 ที่ 8:28 pm
เห็นด้วยกับคุณด้วงบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด ถึงแม้จะไม่ชอบใจและตั้งคำถามหลายอย่างกับการดำเนินงานของ TCDC โดยเฉพาะในแง่มุมที่เป็นการสร้างภาพพจน์ที่บิดเบือนให้กับ ‘การออกแบบ’ แต่ก็นับถือและชื่นชมวิสัยทัศน์ของอ.พันธุ์ศีกดิ๋ และไม่อยากเห็นหน่วยงานที่สนับสนุนการออกแบบเพี่ยงหน่วยงานเดียวของประเทศจะต้องหายไป สำหรับ TCDC ไม่รู้ว่าจะสายไปในตอนนี้ที่จะมาทบทวนการทำงานของตนเอง เชื่อว่า TCDC ต้องปรับกระบวนทัศน์และกระบวนการอีกมาก เพื่อให้อยู่รอดได้ น่าจะคิดเสียว่าเป็นธรรมดาขององค์กรใหม่ๆ ที่มักต้องมีการปรับเปลี่ยนเมื่อได้ทำงานและได้มีการเรียนรู้จากความผืดพลาด
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 3:02 am
ไม่ได้ว่า TCDC ไม่ดี การมี Design Center นับว่าเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของประเทศ แต่ขอให้คิดถึงการใช้งานและงบประมาณอย่างคุ้มค่าด้วย การเลียนแบบต่างประเทศโดยไม่ได้หันมาดูตัวเราเลยว่าเรามีพื้นฐานอย่างไร คงไม่ได้ทำให้เรามีความก้าวหน้าขึ้นได้อย่างยั่งยืน
งบประมาณที่ TCDC ใช้ไป เทียบกับเศรษฐกิจของประเทศ เทียบกับรายได้ต่อหัวของประชาชนไทยดูสิ ว่าผลที่ได้รับ คนที่ได้ประโยชน์ มีไม่ถึง 5% ของจำนวนประชากรไทย
และลองดูดีๆ รัฐบาลก็ไม่ได้ “ยุบ” แต่นำไปรวมกันกับอีกหน้วยงานต่างหาก และTCDC ก็ไม่ได้เป็นหน่วยงานเดียวที่สนับสนุนด้านการออกแบบของประเทศหรอก มีที่อื่นๆอีกเยอะแยะ หากไม่มีTCDC แล้วอนาคตการออกแบบของชาติจะสูญสลาย ก็คงต้องหันไปพิจารณาระบบการศึกษาของประเทศไปด้วย ว่าสอนกันมายังไง ผลิตนักออกแบบกันมาเยอะแยะ แต่ไม่สามารถช่วยงานสร้างสรรค์ได้ ต้องมีแต่ TCDC เท่านั้น
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 4:03 am
เคยได้ฟังความเห็นในงานอภิปราย เกี่ยวกับผลงานและการดำเนินงานของ tcdcตอนครบรอบหนึ่งปี มาแล้ว ในตอนนั้นมีบรรดาเกจิหลายท่านมาร่วมชุมนุม ฟังๆไป เลยรู้ว่า มีทั้งคนเชียร์ มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ เราพอเข้าใจที่มีคนชอบ แต่ไม่เข้าใจที่มีคนไม่ชอบ ไม่ชอบได้ยังไงหว่า (ถ้าคุณเป็นแค่ผู้ใช้ อย่างเรานะ)
ส่วนตัวเราเองน่ะ ไม่ได้ออกความเห็นอะไร เพราะเราชอบ tcdc เป็นทุนเดิม และมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยังแนะนำให้คนรอบตัว แม้กระทั่งแฟนตัวเองที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับวงการออกแบบมาสมัคร อยากบอกว่า เราคิดแบบโง่ๆเลย ยังไงการมี tcdc ในเอ็มโพเรียม ณ เวลานี้ และสถานที่นี้ มันดีที่สุดแล้ว มาเที่ยวห้าง แถมได้ดูอะไรเพลินๆ ดีๆ และมีห้องสมุด (ที่หน้าตาดี) เพราะอย่างน้อย มันจูงใจคน(ทั่วๆไป)ให้หันมาดู ว่าการออกแบบ และงานออกแบบ มันคืออะไร (แล้วใครบอกจะได้ประโยชน์แค่คนส่วนน้อย ในวงการนี้)
คิดกลับกันว่า ถ้ามันดันไปเกิดที่อื่นๆ ที่เข้าถึงยากๆ หรือไปอิง กับสถาบันใดโดยเฉพาะ เราเองคงไม่กล้าเข้าไป กลัวบรรยากาศ เลยคิดว่าถ้าวันนึง ที่นี่ถูกย้ายไปที่อื่น เราคงเกิดอารมณ์ เซ็ง จนได้กลับไปใช้วิธียืนอ่านหนังสือ ตาม คิโน หรือเอเชียบุ๊คอีกแน่ๆ วิบากกรรม…..
อย่ายุบ อย่าย้าย ให้ปวดหัวกันเถอะครับ ช่วยดูกันไปนานๆหน่อย แล้วค่อยตัดสิน ไม่งั้นวันนึงจะมานั่งเสียใจกันทีหลังไม่รู้ด้วย
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 4:16 am
ขอสนับสนุน tcdc ครับ ผมว่าคนที่พูดว่า tcdc เป็นเรื่องของคนเฉพาะกลุ่มคงไม่เข้าใจว่า งานออกแแบบสามารถสร้างมูลค่าได้ จริงๆ แล้ว TCDC เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ระดับชาติ เราต้องเข้าใจว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า การผลิตของประเทศไทยไม่มีทางแข่งกับประเทศจีนได้แล้ว แก้วใบหนึ่งเราทำราคา 10 บาท แต่เมืองจีนทำราคาแค่บาทเดียว ผมถามว่า ในทรัพยากรเท่ากัน จะทำยังไงให้แก้วเรา 10 บาทแล้วขายได้ หรืออยากให้แก้ว 10 บาทมันราคาร้อยบาท ก็ต้องพึ่งสมองนักออกแบบ เป็นวิธีเดียวในการเพิ่มผลผลิตของประเทศ เป็นวิธีเดียวในการเพิ่มผลผลิตของประเทศ” หรือว่าเราจะ copyเค้าอย่างเดียว ถามว่าสู้จีนเรื่องนี้ได้หรือเปล่า ตอนนี้จีนก็พัฒนาทางด้านงานออกแบบอย่างมาก เห็นได้จากการสนับสนุยทุนของนักศึกษาออกแบบ และการนำนักออกแบบระดับโลกมาออกตึกต่างๆ ในประเทศจีน ผมว่าไม่มีใครบอกว่าเรายังต้องมีการเกษรกรรมครับแต่ผมก็ไม่เห็นว่ารัฐบาลจะช่วยชาวไร่ชาวนาเลย ก็ปล่อยให้เกษรกรตกเป็นทาศนายทุน ผมว่าคนที่มีอำนาจในประเทศนี้คงไม่อยากให้ประเทศเราเจริญก็แค่นั้นเอง แล้วเราไม่อยากจะช่วยให้สิ่งที่มันดียังคงอยู่หรือครับ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 5:01 am
ผลประโยชน์ ส่วนรวม หรือส่วนตัว
คิดดีๆ ทุกอย่างมีจุดเริ่มต้นทั้งนั้น เมื่อเริ่มต้นแล้ว มันเป็นสิ่งที่ดีของประเทศชาติ
คนที่ไม่เข้าใจความหมาย หรือประโยชน์ของมัน ย่อมไม่เข้าใจ
เพียงมีอำนาจ ก็สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น การที่จะเปลี่ยนความคิดจาก made in Thailand มาเป็น Created in Thailand ถ้าทำได้ เราจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน อย่ามองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก การทำตามแบบ กับการคิด ทำแบบของตัวเองที่อาศัยสิ่งที่มีอยู่ที่นับวันเหมือนดูไร้ค่า ทำให้มันมีค่าขึ้นมา ช่วยชาติได้มากมายแค่ไหน สิ่งไหนที่เราจะภูมิใจมากกว่ากัน คนที่คิดถึงอนาคตของชาติ คนที่คิดถึงส่วนรวม ย่อมรู้ดี ต่างจากพวกที่ต้องการ ปรับเปลี่ยน อ้างนู่นนี่นั้น สุดท้าย ก็เพื่อ ผลประโยชน์ตัวเองเท่านั้น
การจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง ต้องเป็นสิ่งที่ทำแล้วเกิดผลดีขึ้น ไม่ใช่ปรับเปลี่ยนแล้วเลวลง แย่ลง ไม่เกิดผลดีอะไร เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ถ้าต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ข้าพเจ้า คนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 5:57 am
ท่านทหารเผด็จการและคณะรัฐบาลที่ถูกแต่งตั้งมาโดยทหารเผด็จการทั้งหลาย
ท่านรู้หรือไม่ว่า แม้แต่รถเกราะหุ้มล้อยาง หรือเครื่องบินขับไล่ที่ท่านใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทที่ท่านกำลังจะซื้อมาและตั้งหน้าตั้งตารอแดกค่าคอมมิชชั่นกันอยุ่นั้น
ล้วนต้องผ่านกระบวนการ”ออกแบบ” มาทั้งสิ้น
กระผมว่างบประมาณของ TCDC มันน้อยกว่าค่าคอมมิชชั่นที่ท่านกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันมากมายนัก
ทำไมถึงจะยุบ TCDC เหล่าครับ ท่านทหารเผด็จการและรับบาลหัวถ้วยที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมและจริยะรรมทั้งหลาย
หรือองค์ความรู้ในการออกแบบในสายตาของพวกท่าน
มันมีค่าน้อยกว่าค่าคอมมิชชั่นในการซื้ออาวุธครับท่าน
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 6:09 am
T^T
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 8:58 am
…
จะให้ทำอะไรก็ยอม อย่ายุบเลย
TT^TT
…
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 9:01 am
…ประท้วงครับ…
เส้นสุดท้ายสำหรับอนาคตการเมืองไทย
F*** Politic save TCDC
……………………………………………………………………………………………
ใครเห็นว่าไงครับ ผมว่าเราควร รวมกลุ่มเคลื่อนไหวกันครับ…
ใครอยากร่วมด้วย ลองคุยกันครับ
kokoyadi@hotmail.com
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 9:12 am
ร่วมค้านด้วยคนค่ะ
ถ้าไม่มีTCDCที่มาจากต่างประเทศ แล้วของคนไทยมีตรงไหนที่ทำแบบที่นี่ได้บ้าง
ให้คนทั่วไปได้รู้จักถึงการออกแบบบ้าง
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 9:19 am
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ร่วมกันผ่านอุปสรรค ทั้งปวง
เสียใจแทนวัยรุ่นไทยที่จะไม่มีศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบอีกต่อไปแล้ว
สิ่งดีๆเหลือน้อยลงทุกที ในกรุงเทพฯ
หวังว่าหอศิลป์ที่กำลังจะสร้างคงไม่มีปัญหาแบบนี้อีก
ด้วยจิตคารวะ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 9:24 am
เห็นด้วย F*** Politic, save TCDC
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 9:26 am
ตกลงเค้าย้าย ไม่ใช่เหรอ
ไม่ได้ยุบทิ้ง
ส่วนจะออกมาเป็นยังไง รอดูก่อนดีมั้ยครับ
อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่เราคิดกันก็ได้
จำได้ว่า ตอนย้ายตลาดนัดสนามหลวง ไปจตุจักร ก็มีคนด่าเหมือนกัน
หรือว่า หัวใจของ TCDC ผูกติดกับ Emporium และ ทีมผู้บริหารเก่า ไปแล้ว
ส่วนการบอกว่า TCDC จะทำให้รายได้ประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า (90,000 ล้านบาท)
ผมว่าเป็นการมองเชิงอุดมคติ ไปหน่อย ปัจจัยคงไม่ได้มีแค่นี้หรอกมั้งครับ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 9:57 am
อย่างน้อยการที่ประเทศชาติเรามีเงินเหลือมาทำ TCDC ผมว่าถึงมันจะโกงกินไปบ้างมันก็บ่งบอกถึงความมีตังของรัฐบาลครับ (รวมทั้งความสามารถในการดูแลไมให้โดนปิด)
ถ้ายังคิดจะปิด ผมว่ามันงี่เง่ามาก แล้ว…หนังสือที่เหลือๆจะโยนทิ้งที่ไหนครับ?
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 10:08 am
จัดการลูก ๆ ของพวกที่ยุบเลย
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 11:01 am
ขอช่วยด้วยหนึ่งเสียงครับ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 11:17 am
ไม่แสดงเจตนารมณ์ร่วมว่า “ไม่เห็นด้วย” ที่จะปิดแบบนี้
มันไม่ค่อยยุติธรรม แล้วก็รู้สึกว่า “ใจแคบ” กันไปหน่อยนะคะ
ผู้ใหญ่ที่โตแล้วแต่หัวคิดไม่ทันสมัย แล้วเมืองไทยจะก้าวทันโลกที่หมุนรึคะ??
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 12:22 pm
ลงชื่่อคัดค้านได้ที่
http://aspspider.info/savetcdc/RegisterPO.aspx
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 1:16 pm
หากคุณคิดว่า TCDC ดีจริงแล้วทำไมต้องมีการใช้งบประมาณแผ่นดินมากขนาดนั้น
แล้วทำไมไม่ยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง
ทำไมต้องพึ่งรัฐบาล
ถ้าพึ่งก็ต้องพึ่งตามนโยบาย ต้องหาเงินได้เองด้วยสิครับ
มันถึงจะดี ต้องทำเป็นตัวอย่างที่ดี ใช่ว่าจะต้องแบมือขอเงินภาษีอย่างเดียว
ผมเห็นด้วยว่าต้องมีหน่วยงานแบบนี้ ถ้ารัฐบาลไม่เลี้ยงเราก็ต้องระดมทุนสิครับ
ขอบคุณมากครับ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 1:35 pm
ไม่เกี่ยวการเมืองเหรอ
เกี่ยวแน่ๆ
ถ้าอยากให้TCDC
-อยู่ที่เดิม
-อุดมการณ์เดิม
-จิตวิญญานเดิม
คุณก็รู้อยู่ว่าควรเลือกพรรคไหน
23 ธค.นี้คือโอกาสสุดท้ายของท่าน
ที่จะใช้1เสียงและคนรู้จักกอบกู้TCDC
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 2:06 pm
เอาตังค์ไปซื้อรถถัง อิอิ ชาติเจรืญ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 2:27 pm
อย่าย้ายเลย แล้วจะไปหาแหล่งข้อมูลดีๆที่ไหน
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 2:30 pm
แม้ตัวผมเองจะหงุดหงิด TCDC บางครั้ง ในเรื่องของการ “หรู” โดยไม่จำเป็นในบางคราว
และคิดว่าควรจะต้องมีการทบทวนเรื่องบอร์ดเสียหน่อย ว่าทำงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างที่จ่ายแพง ๆ ไปไหม ?
(จ่ายแพงไม่ว่า ถ้าได้งานเต็มที่ ไม่ใช่คนคนเดียว เป็นบอร์ดหลาย ๆ ที่ แล้วมีงานบริหารอีก แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาทำงานได้เต็มที่ ?)
อย่างไรก็ตาม ผมไม่เห็นด้วยกับการยุบรวม TCDC ในลักษณะที่กำลังจะเกิดขึ้น
ผมมองว่ามันผิดฝาผิดตัว
โอเค ใช่ TCDC มีงานห้องสมุดทรัพยากรการเรียนรู้ ที่คล้าย ๆ TK Park
TCDC มีงานนิทรรศการ ที่คล้าย ๆ กับที่ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ทำ
แต่ถามว่า กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเดียวกันรึเปล่า ?
กลุ่มเป้าหมายของ TK Park คือประชาชนทั่วไป พ่อแม่ผู้ปกครอง เด็ก ๆ
กลุ่มเป้าหมายของ TCDC คือกลุ่มวิชาชีพ และนักศึกษาประชาชนที่ต้องการจะเข้าไปสู่/เกี่ยวข้องกับวิชาชีพนั้น
งานของ TCDC คือเรื่องของวิชาชีพ
นอกจากเรื่องของการใช้ความรู้และนิทรรศการแล้ว
ยังมีเรื่องของการสร้างเครือข่าย การขยายโอกาสของผู้ประกอบการไทย
มีเรื่องของการส่งเสริมธุรกิจ
เหล่านี้เป็นมิติที่ TK Park หรือ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ไม่ได้จับ
ผมกลัวว่าการยุบรวม มันจะทำให้ของที่มันดี ๆ ของมันอยู่ (แม้จะไม่ดีมากหรืออะไรก็ตาม)
ต้องแย่ลง ถอยหลังกันไป
…
ตอนนี้รอดูว่า โครงการ mini TCDC ที่กระจายโอกาสเรื่องงานออกแบบ
ออกไปตามภูมิภาค ใต้ เหนือ อีสาน จะเป็นยังไงต่อไป
หรือหลังจากยุบรวมแล้ว จะยกเลิกตรงนี้ แล้วโอกาสทุกอย่างก็ยังคงอยู่ในกทม.ต่อไป
ด้วยความเคารพ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 3:12 pm
“หากคุณคิดว่า TCDC ดีจริงแล้วทำไมต้องมีการใช้งบประมาณแผ่นดินมากขนาดนั้น
แล้วทำไมไม่ยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง
ทำไมต้องพึ่งรัฐบาล
ถ้าพึ่งก็ต้องพึ่งตามนโยบาย ต้องหาเงินได้เองด้วยสิครับ
มันถึงจะดี ต้องทำเป็นตัวอย่างที่ดี ใช่ว่าจะต้องแบมือขอเงินภาษีอย่างเดียว”
Fact: ฟรีแมน เลา MD ของ Hong Kong Design Center เพิ่งมาพูดในงาน Creativities Unfold ว่ารัฐบาลจีนเพิ่งประกาศงบลงทุน 3,000 ล้านเหรียญยูเอสดอลลาร์ เพื่อเกียร์ประเทศเข้าสู่ Creative Economy พร้อมจัดตั้ง Design Center ทั่วประเทศประมาณ 2000 ที่
ผมเองไม่ได้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับด้านการออกแบบเลย แต่เข้าใจและสนใจแนวคิดของ TCDC เกี่ยวกับการพยายามผลักดันนโยบาย Creative Economy มาก จากการติดตามมาตั้งแต่ศูนย์นี้เปิด ผมพบว่านักออกแบบส่วนมาก โดยเฉพาะที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่มีความรู้ ไม่พยายามรู้ ไม่เข้าหัว ไม่เข้าใจ การออกแบบใน context ทางเศรษฐกิจที่ทาง TCDC พยายามสื่อสารออกไปเลย เถียงกันอยู่ได้เรื่องงบประมาณในบริบทแคบๆ Emporium บ้างล่ะ เก้าอี้แพงบ้างล่ะ หรูไปบ้างละ่
โถ ถ้าประเทศนี้มันซื้อเครื่องบินรบ 12 ลำราคา 37,000 ล้านได้ คุณไม่ต้องไปห่วงงบประมาณ TCDC ปีละ 200 ล้านหรอก
รอให้ต้องปรับพื้นที่ประเทศไทยปลูกยูคาลิปตัสขายจีนเพื่อไปทำกระดาษเมื่อไหร่ แล้วจะรู้สึก
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 4:30 pm
ผมยอมเสียเงินภาษีทุกบาททุกสตาค์เพื่อให้ภาครัฐนำเงินไปอุดหนุนโครงการดีๆ อย่าง TCDC หรือโครงการเสริมการศึกษาอื่นๆ ให้กับเยาวชนไทย
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 4:32 pm
ในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเวียดนาม หรือประเทศที่พัฒนาแล้วเขาจะให้ความใส่ใจในการส่งเสริมพัฒนาเยาวชน เพราะนี่คือจุดแข็งของการพัฒนาประเทศในระยะยาว
การส่งเสริมทางด้านการศึกษา,ออกแบบ,อุตสาหกรรม แก่เยาวชน ทางภาครัฐควรให้ความสนใจทุ่มงบประมาณในส่วนที่ขาดเหลือลงไป
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 4:38 pm
เห็นด้วยค่ะ
ออกจากมีประโยชน์ ไม่มีโทษเลย
แล้วจะยุบไปทำไมมิทราบ????
‘ SAVE TCDC ‘
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 4:40 pm
แล้วจะช่วยนำไปเผยแพร่นะคะ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 5:31 pm
สงสัยครับ…
TCDC ดีจริง คุ้มค่ากับงบประมาณรึเปล่า เอาอะไรวัดคับ…
มีตัวเลข หรืออะไรที่เอามายืนยันได้รึเปล่าครับ ว่า เมื่อมี TCDC แล้ว
มีนักออกแบบที่มีคุณภาพ มากขึ้น
เพราะส่วนตัวผมว่า TCDC ล้มเหลวในการสื่อสารกับคนหมู่มากอย่างสิ้นเชิง
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 5:36 pm
ได้ไปฟังเค้าแถลงข่าววันจันทร์ที่ 23 ที่ okmd …
เค้าอ้างว่า..
TCDC มันฟุ่มเฟือย.
ใช้งบแพงเกิน
ค่าเช่าที่เอ็มโพเรียม เดือนละ ห้าล้าน.
เค้าเรยบอกว่า จะยุบรวมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ..
แล้วไปตั้งอยู่ที่ จตุรัส จามจุรี หรือตรง สามย่าน.
โดย ลดพื้นที่ ลง ครึ่งหนึ่ง จาก 5000 ตารางเมตร
เหลือ 2000 ตารางเมตร..
โดยที่จุฬาจะไม่คิดค่าเช่าเลยในสามปีแรก และการตบแต่งจะย้ายของจากที่เดิมไปให้มากที่สุด..
material connextion อาจจะหายไป..หรือไม่เค้าก็ตอบกันไม่ได้.
มีอีกหลายคำถามที่เค้าตอบกันไม่ได้
เค้าอาจจะเปิดที่ใหม่ให้ใช้ฟรี.
แล้วเค้าจะชดเชยสมาชิกเก่าอย่างไร.
ทำไมไม่ให้ผู้บริหารเก่าบริหารต่อหากมีที่ใหม่เกิดขึ้นมา.
ทำไมเค้าเองอ้างว่ามันก็ดีแต่ถูกข้างบนตัดงบ แล้วทำไมไม่ค้านหละ.
และคนที่เป็นของเหตุการณ์ครั้งนี้คือ
1.ผู้อำนวยการศูนย์คนปัจจุบัน ที่จะต้องถูกบีบให้ออก
2.สมาชิกและพนักงานปัจจุบัน
3.สังคมไทยจะขาดแหล่งการศึกษา
หากรัฐบาลเน้นเพียงแต่การแก้แค้นเพื่อให้สะใจกลุ่มคนบางคนแล้ว
แต่ลืมที่จะคิดถึง การลงทุนระยะยาวเพื่อการศึกษานั้น…สังคมไทยคงตกอยู่ในวิกฤตอย่างไม่ต้องพูดอะไรไปมากกว่านี้… แม้แต่รัฐบาล.. ยังออกนโยบายเพื่อตัวเอง…แล้วคนตาดำๆอย่างเรา จะทำอย่างไรนอกจากทำใจ…
เรายังคงมีความหวังอีกสองหรือสามหนทาง.
เลือกตั้งครั้งนี้หวังว่าคงได้กลุ่มคนที่เห็นชอบกับความคิดเดิม
กับให้ฝ่าย……ประกาศว่าห้ามยุบTCDC พวกเค้าก็ทำอะไรไม่ได้.
ทุกคนร่วมกันลงชื่อที่ http://aspspider.info/savetcdc/RegisterPO.aspx
เพื่อหยุดยั้งการทำลายอนาคตแห่งการเรียนรู้ของเรา
ขอบคุณ
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 5:52 pm
หากคุณทุกคนได้มาสัมผัส TCDC อย่างแท้จริง คุณจะรู้ว่ามันให้อะไรมากกว่า
ความหรูหรา.หรือความสวยงามหรือความสะดวกสบาย..และมากกว่าเป็นที่มานั่งอ่านหนังสือสอบ.
ผมได้รู้จักกับ ดีไซนเนอร์ชื่อดัง ทั้งจากเมืองไทยและต่างประเทศ ก็ที่ TCDC
ได้เห็นแนวคิดของเค้า ได้พูดคุยกันแบบตัวเป็นๆ ได้เปิดโลกกว้าง.ทางวิสัยทัศน์
ได้ร่วมออกแบบผลงานให้เค้าวิจารณ์และสอนให้ความรู้
ผมก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่ที่นี่มันทำให้ผมได้ก้าวไปข้างหน้า…
มันไม่ต้องการตัวเลขทางเศรษฐกิจมายืนยันหรอก แค่ดูจากตัวเลขคนมาชมนิทรรศการ คนมาร่วมบรรยายต่างๆ เป็นแสนกว่าคน ก็ พอจะอธิบายได้.
แม้มันจะดูฟุ่มเฟือย.หรูหรา.. แต่คุณใส่กางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ ก็เข้ามาได้..เค้าไม่ได้ห้าม..
มันเหมือนศูนย์ให้การศึกษาที่รุ่นพี่ดีไซนเนอร์เก่งๆในสังคม ให้ความรู้และเล่าประสบการณ์ให้กับน้องๆ นักเรียนนักศึกษา หรือดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่.จะได้ดึงให้เก่งๆกันขึ้นมาแข่งกับต่างประเทศเค้า…
หากรัฐบาลไม่ซื้อเครื่องบินรบสักลำ..
ก็สนับสนุนงบ TCDC ได้เป็นสิบปี
หากรัฐบาลประหยัดโกงกินกันสักนิด
ก็เปิดศูนย์ให้การเรียนรู้ได้อีกหลายที่เลยที่เดียว.
หากTCDCปิดลง..เราคงต้องไปหอสมุดแห่งชาติที่(น่าไปมาก) หรือไม่ก็ไปห้องสมุดที่มี(มากมาย)เต็มไปหมด..
ไม่รู้ต้องรออีกเมื่อไรกว่าจะมีศูนย์ดีๆแบบนี้ขึ้นมาอีก คงต้องรอนานพอๆกับหอศิลปกรุงเทพ ตรงข้ามมาบุญครอง..ละมั้ง.
พวกเรามาช่วยกัน…สุดท้ายหากการตัดสินใจของกลุ่มคนบางกลุ่มเป็นเช่นไร..อย่างน้อยเราก็บอกได้ว่าเราสู้ให้ถึงที่สุด ดีกว่านิ่งเฉย..กับผลลัพธ์ที่เราไม่ต้องการ
ขอบคุณ
เฮนรี่…
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 6:05 pm
วิธีการของผู้มีอำนาจที่ตัดสินใจทำอะไร ด้วยพื้นฐานความคิดที่คับแคบ ไม่สนใจผลที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และเรื่องอื่นๆที่จะตามมาของผู้บริหารประเทศแห่งนี้ควรจะหมดไปได้แล้ว
ทำไมสิ่งต่างๆในประเทศของเรามันถึงต้องเป็นไปในทิศทางที่คนไม่กี่คนชี้นิ้วให้มันเป็น
ทำไมเราต้องยอมรับสิ่งที่คนเหล่านี้กำหนด อย่างเรื่อง TCDC ท้ายที่สุด ก็ถูกพิพากษาประหารชีวิตด้วยข้อหาว่าเป็น “ของเหลี่ยม”!
หรูไป แพงไป ผมว่าไม่ใช่ปัญหาครับ สิ่งที่เราควรตระหนักก็คือ เราจะอยู่กับพวกนักการเมืองเหล่านี้ต่อไปยังไงมากกว่า เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นตลอดเวลา การอนุมัติอะไรก็ตามที่ใช้หัวสมองและข้อมูลน้อยๆ แต่ใช้เล่ห์กลทางการเมืองมากๆ สั่งซื้ออาวุธ แจกวัว แจกควาย สร้างเขื่อน ซื้อที่ดักแล้วตัดถนนให้ควายเดิน งบเหลือก็ทุบถนนดีๆ แล้วซ่อมใหม่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มันถ่วงความเจริญของบ้านเรามาไม่ต่ำกว่า 40 ปี และมันก็จะไม่หมดไป ไม่ว่าพรรคไหนเข้ามาเป็นรัฐบาล มันก็ยังชำเราประเทศชาติของเราเหมือนเดิม แถมที่หน้าเศร้าก็คือเรายังถูกทำให้รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณพวกมันเสียอีก
ของทุกอย่างในโลกนี้มีดี มีไม่ดีครับ สำหรับคนหลายๆคนที่อาจจะไม่ชอบ TCDC ในบางด้าน ผมก็ยังรู้สึกว่าข้อด้อยเหล่านั้นสามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ของทุกอย่างก็จะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบอยู่ดี ไม่ชอบตรงไหนก็แก้ตรงนั้น ไม่ใช่มักง่ายทำลายทั้งหมด
TCDC ไม่ใช่เป็นสถานที่สำหรับนักออกแบบเพียงอย่างเดียว เรากำลังจะสร้างลูกค้า นักเรียน และคนทั่วไปให้เป็นคนที่มีความลึกซึ้ง รู้จักความงามการแก้ปัญหา รู้ที่มาที่ไป และคุณค่าของสิ่งต่างๆ จะเป็นผู้บริโภค ก็จะเป็นผู้บริโภคที่ฉลาดรู้ทันตัวเอง รู้ทันคนอื่น ไม่ใช่แห่ตามเขาโดยไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร อีกอย่างหนึ่ง แหล่งท่องเที่ยวในเชิงศิลปะ วัฒนธรรม และการออกแบบร่วมสมัยมันขาดแคลนมากๆ เราก็เลยต้องไปแกร่วอยู่ตามห้าง และห้างมันก็ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ทุกที่มีห้างเยอะแยะไปหมด จนมันแทบจะไม่มีคนซื้อของอยู่แล้ว
ผู้ปกครองของเด็กๆในโรงเรียนอนุบาลที่ลูกผมเรียน ซึ่งไม่ได้เป็นนักออกแบบ หลายๆคนพาลูกมาชมนิทรรศการ Machanical Alive! มากกว่า 3 ครั้ง และทดลองทำหุ่นไม้เล่นกับลูกอย่างมีความสุข มันไม่เกี่ยวกับการออกแบบเลย มันคือความสนุก มันคือความคิดสร้างสรรค์ล้วนๆ ลองคิดดูสิครับ เด็กๆเหล่านี้ได้คลุกคลีกับสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ตั้งแต่ปฐมวัย เผลอแผล็บเดียว เด็กเหล่านี้ก็จะเติบโตขึ้นมาแทนที่คุณ แทนที่ผม ตอนนั้น ประเทศของเราคงเป็นที่ๆน่าอยู่กว่าตอนนี้เป็นแน่ และเด็กๆเหล่านี้คงฉลาดพอที่จะไม่ยอมให้ใครมาชำเราประเทศชาติง่ายๆอีกต่อไป
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 6:58 pm
…………..ความรู้+การศึกษา คุณว่ามันจำเป็นไหม?????
…………..เราควรจะทุ่มให้กับการศึกษา ที่เป็นพื้นฐานของคนที่ควรจะมีอยู๋ในทุกคนไหม???
…………..แล้วเราจะมีสมองไว้ทำไม กั้นหู!!
…………คิดดูเอาเองแล้วกันว่าสถานศึกษาสำคัญไหม?ควรที่จะกระจายมันออกไป หรือยุบมันซะงั้น
…………โตๆกันแล้วนะ ใช้ไอ้ที่กั้นหูให้เป็นประโยชน์หน่อยยยย (เด็กถาปัด)
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 7:35 pm
แทนที่จะเพิ่มสิ่งที่มอบประโยชน์เหล่านี้..แทนห้างอะไรที่เพิ่มขึ้นทุกวัน…
กลับจะทำลายมัน…
คิดอะไรกันอยู่…
ตุลาคม 24, 2007 ที่ 11:15 pm
ไม่เห็นด้วยกับการยุบศูนย์ อย่างแรกอาจต้องสอนให้เราทุกคน เคารพในงานผู้อื่น ความคิดผู้อื่น หัดทำงานโดยการต่อยอด และพัฒนาของที่มีอยู่ให้ดีขึ้น การรื้อนั้น มันไม่ต้องอาศัยสติป้ญญาเท่าไหร่หรอก แต่การต่อ ยอดความคิดและผลงานคนอื่นนั้น ต้องเจ๋งจริง
ถ้าอยากให้ช่วยลงมือลงแรงอะไรบอกด้วย ยินดีเสมอ… นพดล
อ้อ… ขอบคุณที่เป็นกระบอกเสียง
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 12:24 am
ใจเย็นครับพี่น้อง
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 2:55 am
ตอนแรกที่เห็นบ้านเมืองอันเจริญรอยตามการก็อปปี้ แบบ ประเทศไทย
มีสูญพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบอย่างที่นี่ บอกตรงๆ
ว่ามัน Cool!!!! มาก. . .และคิดว่าคนที่ลงทุนลงแรงทำองค์กรนี้ขึ้นมาช่างกล้า
ทั้งการนำบุคคลสำคัญในแวดวง ออกแบบที่ผู้ใหญ่หลายๆคนบ้านเราไม่เคยรู้จักเลยยยย
มาให้ ผู้คนที่ชื่นชอบใหม่ๆ ได้รู้จักและเข้าใจในผลงานของบุคคลเหล่านั้น
และ แนวคิดของบุคคลเหล่านั้นมากขึ้น. . . . .
ไม่ทราบจริงๆว่า คนที่ต้องการจะยุบเล็งเห็นถึงผลเสียด้านใดของTCDC
เอาเวลาตรงนี้ ไปแก้ปัญหาใหญ่ๆของบ้านเมืองก่อนจะดีกว่ามั้ยค้ะ?
เห็นวันๆเอาเวลาโคน่ล้างทุกสิ่งทุกอย่างของอำนาจเก่า อย่างไม่มีเหตุมีผล
บางอย่างดีเลิศ ก็พยามจะฝังมันลงดินให้จงได้ . . . . ไม่น่าแปลกใจทำไมเศรฐกิจถึงดิ่งลงเร็ว
ซ้ะยิ่งกว่า โดดลงเหว. . . .
ถ้ายุบไปอีกหน่อย เด็กๆเยาวชนที่สนใจด้านนี้โดยตรงคงไม่พ้นต้องบีบเลือดคั้นเนื้อตัวเอง
ออกมาซื้อหนังสือ ดีไซน์ดีๆ ของดีไซน์เนอร์ดังๆ สั่งเข้าจากเมืองนอกเมืองนา
เพราะว่า ไม่มีหอสมุดที่ไหนใจกล้าเอามาให้อ่านอีกแล้ว. . . .
อีกหน่อยสถานที่ที่พูดได้ว่าคือความภูมิใจของพวกเราก็เหลือแค่ “สถานที่ ที่เคยพูดได้ว่ามี”
เอาเป็นว่า ยังไงก็ขอยืนยันว่า TCDC มีประโยชน์ในวงกว้างกว่าที่ใครหลายๆคนคิด
เพราะอย่างน้อยตอนที่หนูไปครั้งแรกหนูยังไม่มีบัตรประชาชน. . .!!!!
อย่างน้อยที่แห่งนี้ก็ส่งเสริมให้คนรักการเรียนรู้ รักการแตกความคิดต่อยอดมุมมอง
ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำอาชีพอะไรก็ตาม. . . .
ยิ่งดูนิทรรศการ อิสาน แล้วก็ยิ่งชอบในการดึงจุดที่เป็น ซิมโบลของอิสานออกมาจัด
ตอนที่ดูวีดีโอ ที่เป็นพ่อครัวร้านอาหารญี่ปุ่นแร่ปลานี่ทึ่งเลยน้ะ . . .
แล้วตอนที่บอกว่าจะมีนิทรรศการ ของ วิเวียน เวสวูด อีก. . .
พี่TCDC เขาแน่นอนจริงๆ
สุดท้ายนี้ พูดก็พูดเถอะค่ะ คนไทยยังตระหนักไม่ได้อีกหรือ?
ว่าการออกแบบไม่ใช่เรื่องไร้สาระและน่าเพิกเฉย. . .
ทำไมโอทอปของคนไทยของคนไทยจึงไม่ดึงดูดแม้แต่คนไทยกันเอง?
ทำไมสินค้าบางอย่าง คุณภาพสูงราคาต่ำแต่กลับไม่น่าใช้?
แล้วรู้หรือไม่ว่าสินค้าส่วนใหญ่ ขายดีเทน้ำเทท่า ส่วนหนึ่งก็เพราะ แพคเกจจิง
มีอะไรให้ช่วยเหลือก็พร้อมเสมอค่ะ. . .
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 3:34 am
มีศูนย์สร้างสรรค์ การออกแบบอ่ะดีแล้ว ส่วนตัวอ่ะชอบนะ จะย้ายก็ไม่ว่า ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะต้องอยู่ที่ Emporiumแล้ว แต่ก็น่าจะมีการพัฒนาในเรื่องการชักนำประชาชนให้เข้ามาใช้บริการให้มากกว่านี้ เงินประเทศจะใด้ดูคุ้มค่ากับการทำ TCDC ตอนนี้มีความรู้สึกว่า TCDC มันได้ให้ประโยชน์กับคนเฉพาะกลุ่ม เพราะคนนอกวงการออกแบบก็เข้ามาน้อย จริงๆน่าจะมีการเข้าไปโปรโมทตามโรงเรียนมัธยมเยอะๆนะค่ะ
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 3:37 am
ทำไมมันถึงมามีปัญหาเอาตอนนี้หล่ะครับ สงสัยจัง แต่ก่อนไม่เห็นมีปัญหา ทำไมต้องพูดว่าใช้งบเท่านั้นเท่านี้ มากเกินไป ในขณะที่มันก็เคยเป็นเช่นนั้น หรือว่าการบริหารประเทศมันห่วยลงจนไม่มีเงินมาซัพพอรต์ด้านนี้เลยเหรอ
เหตุผลบางข้อก็เป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้นเอง ความจริงคืออะไร เรารู้ๆกันอยู่ มันมีให้เห็นบ่อยแล้ว
เข้ามาอ่านความคิดเห็นที่แตกต่าง (จริงๆมาดูคนร้อนตัวแทนคณะรัฐมนตรี เฉยๆ)
สู้ต่อไปนะครับ
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 3:37 am
ถ้าม่มีการเริ่มต้น ก็คงจะไม่มีโปรเจคต่อ ๆ ไป ไม่มีการต่อยอด
TCDC อาจจะไม่ได้ถูกใจไปหมด แต่มันก็เป็นรูปธรรม
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 3:43 am
ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะคิดว่า TCDC เป็นแค่จุดเล้ก ๆ ที่แค่กำจัดออกไปก็จบ เนื่องด้วยปัจจัยต่าง ๆ ที่ว่ามา แต่ทุกอย่างที่ยิ่งใหญ่มันก็เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ไม่ใช่หรอ
เราจะหวังว่า แค่เปิด TCDC มาสองสามปีมันจะทำให้ วงการออกแบบไทยเราไปสู้กับ อิตาลี ฯลฯ ได้มันคงจะเป็นไปไม่ได้ ทำไมไม่ให้เวลากันบ้าง มองว่า ผ่านมาสองสามปีแล้วยังไม่เห็นอะไรคืบหน้า ขอบอกว่า ต่างชาติกว่าเค้าจะมาถึงจุดนี้ได้เค้าใช้เวลาสั่งสมกันมาเป็นร้อยปี TCDC ถ้าดูให้ดี ๆ คือตัวเร่งปฏิกิริยาแล้วนะ ที่จะกระตุ้นให้คนไทยมองศักยภาพของตัวเอง
ไม่ทราบแน่ชัดว่าตกลงจะยุบหรือแค่ไปเปิดใหม่ ถ้ายุบจริง ๆ ล่ะก็น่าเสียใจมาก ดิฉันเคยแนะนำเพื่อนชาวต่างชาติหลายคนให้ลองไปใช้บริการ พวกเค้าเกิดมุมมอง ทัศนคติที่ดีขึ้นกับคนไทย สังคมการศึกษาไทยขึ้นมาทันที และยังได้บอกต่อกับเพื่อนฝูงคนในประเทศเค้าด้วย ว่าเมืองไทยมีอย่างนี้ด้วยนะ นี่เป็นจุดเริ่มเล็ก ๆ ที่จะค่อย ๆ ทำให้ในสายตานานาอารยประเทศเห็นว่า เราก็มีดี
เรื่องการตกแต่ง TCDC นั้นก็เห็นว่าเหมาะสมแล้ว มันกระตุ้นให้คนที่เข้าไปรู้สึกถึงการออกแบบ ชีวิตไม่ใช่จะมานั่งบนแคร่ไม้ไผ่หรือเก้าอี้พีวีซีโมลเป็นร่องก้นอย่างเดียว ดิฉันมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า สิ่งแวดล้อมช่วยกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ได้ดีมาก
ดิฉันเป็นสมาชิกมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เมื่อต้องต่อสมาชิกเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก็สมัครใจต่ออายุแบบสองปี ทั้ง ๆ ที่พอจะทราบมาว่า อาจจะยุบ TCDC ในเร็ววันนี้ เพราะคิดว่าคุ้มค่ามาก
อย่าลืมว่า TCDC คือ ตัวเร่งที่กระตุ้นความสนใจและการตระหนักถึงความสำคัญ และศักยภาพของคนไทยในวงการออกแบบ ถ้าหากเราจะบอกว่า ถ้าอยากจะส่งเสริมให้คนไทยเห็นความสำคัญของการออกแบบ ก็ไปทำที่โรงเรียน ระบบการศึกษาอื่น ๆ สิ ทำไมต้องมาที่ TCDC ที่เดียว ขอให้คิดว่า แล้วจะอีกกี่พันปี กว่าที่คนไทยจะรุ้ว่าการออกแบบคืออะไร
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 4:41 am
ไม่มีการชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกกระทำเหรอครับ อยากได้ยินเหมือนกัน ถ้าโดนใส่ร้ายก็น่าจะออกมาชี้แจงนะครับ ไม่อยากฟังคำแถลงจากฝ่ายรัฐผู้มีอำนาจฝ่ายเดียว
อีกอย่างไม่มีการร่วมกันประท้วงเหรอครับ กระจายอยู่ตาม net อย่างงี้มันไม่พอหรอกครับ โดนข่าวดาราตบกันกลบหมด ผมว่าน่าจะมีหัวเรือสักคน เชื่อว่าจะมีคนร่วมกันสู้เยอะนะครับ ส่วนตัวผมว่าคุณดวงฤทธิ์นะครับ
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 4:46 am
ตกลงเค้าย้ายไม่ได้ยุบนี่ น่าจะเป็นปัญหาด้านงบประมาณนะ
ฉะนั้นถ้าพวกเหล่านักออกแบบอยากให้อยู่ที่เดิม EMPORIUM สมาคมวิชาชีพนักออกแบบก็น่าจะช่วยรัฐออกค่าใช้จ่ายนะ เค้าจะได้ไม่ว่าเราเอาภาษีของคนทั้งชาติมาใช้เพื่อประโยชน์เฉพาะเหล่า DESIGNER
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 5:02 am
ผมไม่เข้าใจนิดนึงก็ตรงที่ไอ้คำว่าไม่จำเป็นเนี้ยแหละ ผมไม่รู้นะว่าไม่จำเป้นเนี้ย มองแค่ว่าไม่จำเป็นของคุณกลุ่มเดียว หรือ ไม่จำเป็นสำหรับประเทศ คือถามว่าสมมุติว่าย้ายไปแล้วเนี้ยนะ เงินที่พวกคุณบอกว่าไม่จำเป็นเนี้ย ได้ส่วนที่เหลือเนี้ย มันจะไปอยู่ที่ไหนละ ถ้ามันไปอยู่ในที่ๆถูกก็โอเค แต่ถ้ามันไปอยู่กับเศษเหล็ก เพื่อความมั่นคงอะไรเถือกนั้นละก็ ……….
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนใหญ่คนคนโตแต่สมองกลับไม่ใหญ่ตามไป วันๆคิดแต่ว่าจะแก้แค้น เหมือนหมาบ้า
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 5:21 am
การแยกองค์กรออกมาบริการหารจัดการหน่วยงานเดียว มันก็คล่่องตัวไม่ขึ้นอยู่กับใคร ทำหน้าทีตัวเองไปไม่ต้องฟังคำสั่งจากคนๆ เดียวที่คุมหน่วยงานทั้งหมด ผู้บริหาร TCDC เองก็คงจะเข้าใจคนในองค์กรด้วยกัน จะให้คนไม่รู้เข้าไปทำนั้นคงยาก
ส่วนที่บอกว่าคุ้มค่าหรือเปล่า ขอให้อย่ามองแค่ฉาบฉวย ให้มองไปถึงอนาคต เวลาไมไ่ด้หยุดเิดินอยู่แค่นี้ ประเทศยังต้องก้าวหน้าต่อไป ตราบใดที่เรายังต้องพึ่งต่างประเทศ เราก็ไม่มีวันโต
ส่วนเรื่องกอปไม่กอป ผมว่ามันไม่เกี่ยว จีนก็กอป เพราะ การกอป คือจุดเริ่มต้นของ “โนฮาว” นี่หล่ะคือหัวใจสำคัญ เมื่อกอปแล้วจะทำยังไงให้มันเปนแบบนั้น กอปแล้วต้องแอปพลาย ญี่ปุ่นก็กอปมาก่อน
ถามว่าการออกแบบสำคัญแค่ไหน ก็ลองดูเครื่องเบญจรงค์ดูละกัน เครื่องถ้วยธรรมดา ไม่มีลายแล้วเอามาลงลายเบญจรงค์อย่างไหนจะน่าซื้อกว่ากัน
อย่าไปมองว่าคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า ลงทุนย่อมมีขาดทุน-กำไร เรื่องปกติ ผลกำไรของ TCDC คือบุคลากรคุณภาพ ชิ้นงานคุณภาพ ไม่ใ่ช่ตัวเงิน เปนสำคัญ ด้วยการบริหารจัดการที่ดีผมว่า TCDC คงไปได้อีกไกล
ส่วนเรื่องที่เค้าจะยุบคงเป็นเพราะว่า รัฐบาลชุดนี้วิสัยทัศน์และการจัดการต่างจากชุดก่อนเนื่องจากแนวคิด การบริหารของคนมันคนละคน คนคิดที่จะตั้งคงเข้าใจมากที่สุด
ลองคิดดูว่า..ถ้าคุณได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาล แล้วรัฐบาลให้คุณทำงานชึ้นนึงเพื่อชาติ คุณเดินเข้าไปเสนอโปรเจค รัฐบาลอนุมัติ แล้ววันนึงโครงการถูกยกเลิกเพราะคำว่า ไม่คุ้มทุน นั่นเปนเพราะว่าเค้าเล่นการเมืองแบบธุรกิจ ถามว่ารถไฟฟ้าตอนนี้คุ้มทุนยัง ก็ยังไ่ม่คุ้มทุนเพราะอะไร เพราะอยากให้คนไทยได้ใช้ ได้สะดวกในการเดินทาง สุวรรณภูมิคุ้มทุนหรือยัง ก็ัยัง เพราะอะไร ใหญ่ขึ้น ก็รองรับคนได้มากขึ้น เที่ยวบินก็มากขึ้น คนก็เดินทางมากขึ้น TCDC ก็เหมือนกัน ลงทุนเพื่ออนาคต…
การซื้อประกันก็ใช่ว่าจะเห็นผลตอบแทนในทันตา จะได้ก็ต่อเมื่อ เจ็บป่วยตาย ถ้ามองว่าวันนี้เรายังไม่เป็นอะไร ยังไม่ตาย เราไม่ทำประกัน เรามองแบบนี้ทุกวันๆ ไมทำสักที ถ้าเกิดวันนึงเดินออกไปโดนรถชนตาย สุดท้ายเราก็ไม่ได้อะไร
งบประมาณชาติอ่ะมันมีมหาศาลเอาไว้พัฒนาชาติ แล้วไอ้พวกไหนที่บอกชาติโดนกัดเหลือแต่กระดูกจากรัฐบาลที่แล้ว งบประมาณไม่ได้เอาไว้ซื้อรถถัง เครื่องบิน ไอ่พวกนี้มากกว่า ที่สมควรมองว่าให้กำไรที่เปนตัวเงินกลับมาให้ประชาชนมากแค่ไหน ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากรถถัง สำหรับท่านที่บอกว่าไม่คุ้มทุน เปลืองงบประมาณ คิดแบบโง่ๆ เลย รถถัง เครื่องบินนี่แมร่งโคตรคุ้มทุนเลยหว่ะ ลงทุนคุ้มค่าชิบ 40000 กว่าล้าน สุดท้ายมันก็เอามาปฏิวัติตามเคย
ไม่ว่าองค์กรไหนที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของชาติ ผมสนับสนุนให้อยู่ต่อ เปนกำลังใจให้ทุกคนครับ…
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 7:18 am
คนที่ไม่เห็นด้วยแล้วอ้างว่าใช้งบเยอะ หรือ ทำไมต้องใช้เงินรัฐช่วย ตอบมาได้ไงเนี่ยอ่านแล้วฉุนขาดๆ
ไหนว่าจะช่วยพัฒนาด้านการศึกษา ตั้งแต่รัฐบาลไทยทำมาเราว่าTCDCนี่เป็นอะไรที่เข้าท่าไม่กี่อย่างที่เห็นมา
แล้วเรื่องก๊อป จะพูดไปทำไม หนังสือมีไว้ให้ศึกษาจะบอกว่าเค้าพิมพ์หนังสือมาแล้วมารวบรวมให้คนศึกษาจะมาหาว่าก๊อบ ฟังแล้วปัญญาอ่อนสิ้นดี พูดเหมือนหนังสือที่ต่างชาติทำขึ้นเราต้องไม่อ่านงั้นแหล่ะ
ไม่ชอบรัฐบาลชุดก่อนหรอกนะ แต่รัฐชุดนี้มาทำยังงี้ยิ่งเกลียดใหญ่ เซ็งมาก เอาเรื่องเศนษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาอ้างอยู่ได้ รู้ไปถึงแก่นแท้ของคำพูดท่านรึเปล่าไม่ใช่อะไรก็ตัดงบๆบอกเปลืองๆ ยุคไหนแล้ว ประยุกต์กันมั่งสิ ฮึ่ย
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 7:23 am
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ….
อาจถูกมองเป็นงานเพื่อคนกลุ่มเล็ก เหมือนชนกลุ่มน้อยของสังคม
หลายคนกังขาเรื่องการใช้งบประมาาณมากมายเพื่อคนหนึงหยิบมือ
…ไม่ขอเถียงกับคำว่า “มากไป” เพราะด้วยสมองของคนบริหารบ้านเมือง ที่มีทั้งคนดีและคนเก่ง คงหาจุดดุลยภาพในการจัดสรรงบประมาณเจอ ว่าจะทำอย่างไร ให้คำว่า “ไป” มันหลุดออก!!!
… ส่วนคำว่า “มาก” ในสัดส่วนเรื่องเิงิน เราก็ว่ามันค่อนข้างไม่ยุติธรรมที่จะพูดคำว่า “มาก” หรือ “น้อย”นี้ จากการเปรียบเทียบ!!!
ไม่ว่าจะเอาไปเปรียบกับงบรถถัง(ล้อยาง) หรืองบซื้อหนังสือเรียน หรืองบอะไรก็ตาม
แต่ก็ฟังดูแสลง เมื่อมีการใช้คำว่า “มาก” เมื่อเอามาเทียบกับชนกลุ่มน้อย …นักออกแบบ เพียงไม่กี่คน!!!
เรื่องการพัฒนาชาติ ต้องทำหลายเรื่องๆ พร้อมๆ กัน จะทำเรื่องหนึง ตัดเรื่องหนึ่งคงเป็นไปไม่ได้!!!
หากแต่ต้องมียุทธศาสตร์ชาติเหมือนกัน (เหล่าเสนาธิการท่านน่าจะเข้าใจคำนี้ดีกว่าพวกเรา) ว่าเราจะไปทางไหน นั่นคือจุดเริ่มการจัดสัดส่วนการใส่ใจพัฒนา!!!
สิ่งที่เราเสียดาย…กับการสลายขั้ว TCDC จริงๆ แล้วไม่ใช่เสียดายตึก เสียดายห้องสมุด เสียดายนิทรรศการ
แต่เป็นการเสียดาย “วิสัยทัศน์” ของการเพิ่ม Value Creation ของผลิตภัณฑ์ชาติ ด้วยพลังสมอง!!… ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ต่ำที่สุด เพราะเป็นการลงทุนกับคน
อาืิืทิ ประเทศเกาหลีที่เคยปักธงว่าจะไล่ญี่ปุ่นให้ทันอย่างรวดเร็วที่สุด ยุทธศาสตร์เล็งไปที่ ธุรกิจภาพยนตร์และคอมพิวเตอร์ การลงทุนมหาศาลจึงถูกมุ่งไปที่ “คน” ไม่กี่คนใน field แต่มูลค่าต้นทุนสูงลิ่ว ก็ได้กลายเป็น “คุณค่า” ชาติมหาศาลอย่างที่เราๆ ท่านๆ หายใจเข้าออกเป็นเกาหลีตอนนี้
ไม่ได้บอกว่าเราต้องตามเกาหลี อย่าเข้าใจผิด!!!
ไทยต้องมีวิถีของตัวเอง… แต่ว่าคืออะไร?
แต่ถ้ายังไม่ชัดว่าคืออะไร แต่ฟันธงว่างานออกแบบเป็นเรื่องจำเป็นในอัตราต่ำที่สุด… อันนี้น่าเสียดาย
งานออกแบบไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ไม่ใช่เรื่องของศิลปินผมยาวพูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่เรื่องของคนพูดไทยคำ อังกฤษคำ หรือคนทำตัวโก้เก๋ไปวันๆ (Lifestyle ของคนไม่กี่คน ไม่ใช่ภาพที่แท้จริงของงานของพวกเขา)
… แต่เป็นงาน “การผลิต” รูปแบบหนึ่ง ดังนั้นงานออกแบบไม่ได้เกี่ยวเฉพาะ designer เท่าหยิบมือ
มันเกี่ยวข้องกับคนขายข้าว คนทอผ้า โรงงานเหล็ก คนร้อยพวงมาลัย แผงลอยที่ภูเก็ต คนทำไร่ชาที่เชียงราย…หรือแม้แต่คุณเอง
หากทิศทางของเมืองไทยกำลังจะหักเลี้ยวไปในทางอื่น โดยการส่งสัญญาณปิด TCDC และปรับรูปโฉมการพัฒนาการเรียนรู้ (อีกครั้ง) …ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เราคงมีหน้าที่ในการเป็นพลเมืองที่ดี ในการร่วมือทำให้แผนมหภาคมันเป็นจริงให้มากที่สุด … แต่จะห้ามไม่ให้เราคิดต่างนั้น คงเป็นไปไม่ได้
เพราะโลกนี้มันยังหมุนได้… เพราะความต่างนี่เอง
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 7:23 am
ผู้ใหญ่บ้านเราฉลาดหัวก้าวหน้า เด็กน้อยในวันข้างหน้าควรเอาเป็นแบบอย่าง
ประเทศชาติจะได้เจริญๆ
ปิดมันเขาไปอะไรที่สร้างสรรค์
เปิดมันเข้าไปอะไรที่เป็นผักชีโรยหน้า
ช่วงชีวิตของผม คนไทยคนหนึ่งอยากจะได้เห็นประเทศพัฒนาก่อนตาย คงจะยากหาก รัฐบาลปิดกันความคิดไม่ให้ประชาชนฉลาด
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 9:59 am
Fact: ปัจจัยสำคัญในการก้าวไปสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่อยู่บนพื้นฐานของสังคมฐานความรู้ หรือ Knowledge Society ประเทศอังกฤษเป็นแบบอย่างความสำเร็จที่ทั่วโลกยอมรับ กระบวนการสร้างสังคมฐานความรู้ในประเทศอังกฤษผ่านการศึกษานอกระบบอย่าง ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ design center มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นร้อยปี จนกลายเป็น “วัฒนธรรม” หล่อหลอมคนของเขาให้ปรับตัว ปรับธุรกิจไปสู่ระบบเศรษฐกืจเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย เราไม่เคยลงทุนสร้างสังคมฐานความรู้อย่างจริงจัง คนของเราไม่พร้อมที่จะก้าวกระโดดในทันที TCDC จึงต้องทำหน้าที่สำคัญ 2 อย่างพร้อมๆ กัน คือในเชิงนโยบาย ทำงานผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างรรค์ที่ว่ากับเครือข่ายพันธมิตร หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้าง infrastructure และ facilities ของประเทศในการเตรียมประเทศให้พร้อม ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ให้กับผู้คนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของโรงงาน ผู้บริโภค และนักเรียน นักศึกษา
จะเห็นได้ว่าการสร้างองค์ความรู้ที่ TCDC ทำผ่านเครื่องมืออย่าง ห้องสมุด นิทรรศการและการประชุมสัมนาต่างๆ นั้น เป็นไปในลักษณะของ informal education เพื่อรองรับกลุ่มคนที่ไม่ได้อยู่หรือหลุดวงโคจรจากระบบการศึกษาแบบปกติของกระทรวงศึกษามาแล้ว คนส่วนใหญ่ที่เรียนจบจากระบบการศึกษาปกติแล้ว แทบไม่เคยกลับเข้าห้องสมุด ไม่สามารถลงทุนซื้อหนังสือดีดี เข้ารับการอบรมต่อยอดความรู้แพื่อสร้างอง์ความรู้ที่ทันสมัย สามารถนำกลับไปประยุกต์ปรับใช้กับธุรกิจตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่นงาน Creativities Unfold ที่เพิ่งจัดไปเป็นปีที่ 2 ได้นำนักคิด นักปฎิบัติ นักธุรกิจ นักออกแบบ ทั้งคนไทยและต่างประเทศที่มีชื่อเสียงในระดับโลกมาประชุมสัมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมทำ workshop กับคนไทยหลากหลายวิชาชีพ ในราคาที่ถูกมาก ถ้าเทียบกับการประชุมสัมนาอื่นที่เคยจัดกัน ไม่ว่าในหรือต่างประเทศ
การทำงานขับเคลื่อนในเชิงนโยบายยังคลอบคลุมถึงการลงทุนในห้องสมุดวัสดุ หรือ Material Connextion เพื่อผลักดันให้วัสดุสัญชาติไทย เข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลวัสดุระดับโลกที่มีลูกค้าระดับ BMW, Nike, Toyota และนักออกแบบชั้นนำทั่วโลกใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการเลือกวัสดุไปผลิตสินค้าของตนเอง ในเวลาไม่ถึง 2 ปี TCDC ได้ทำงานกับกลุ่มพัฒนาชุมชนในระดับหมู่บ้าน กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดเล้กและขนาดกลาง จนสามารถนำเอาวัสดุไทยที่ไม่เคยได้ถูกรับรู้จากตลาดโลกอย่างผ้ากระดาษสมุนไพร ผ้าลูกหลี ผ้าฝ้ายทอกับรังไหม จำนวนทั้งสิ้นกว่า 80 ชนิด เข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลที่นักออกแบบและบริษัทท่วโลกสามารถสั่งซื้อได้โดยตรง ท่านทั้งหลายคงจะมองภาพออกว่าผลประโยชน์ของห้องสมุดวัสดุนี้ จะเกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับชุมชนและประเทศอย่างไร
เนื่องจากรู้ตัวดีว่าประเทศนี้ไม่มีเวลามากนักในการเตรียมตัวสำหรับรองรับการฟื้นตื่นของประเทศจีนและอินเดีย TCDC จึงพยายามใชักลยุทธและกลวิธีทุกอย่างที่จะดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาตักตวงข้อมูลและความรู้ที่เตรียมไว้ให้ “การ เอาความรู้ไปหาคน” แทน “การให้คนเข้ามาหาความรู้” ในประเทศที่คนอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 8 บรรทัด ก็เป็นแนวคิดหนึ่งในการกำหนดยุทธศาสตร์เรื่องที่ตั้งของศุนย์ การร้อยเรียง content ของนิทรรศการให้ต่อเชื่อมกับ content ในห้องสมุด และ content ของงานสัมนา บนพื้นที่ที่ต่อเนื่องเชื่อมต่อกันเพื่อให้เกิดการผสมผสานระหว่าง knowledge + creativity ก็เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของการบริหารจัดการพื้นที่
ผมคิดว่าพนักงาน TCDC ไม่ได้มีปัญหากับการยุบหรือย้าย TCDC ถ้ามันสามารถตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ตอนแรกได้ และถ้าตอบโจทย์ได้ดีกว่าเดิม ก็จะยิ่งดีมาก เพียงแต่เป็นห่วงว่า รถมันวิ่งมาได้ไกลพอสมควร แม้ว่าทรัพยากรจะสู้รถคันอื่นไม่ได้ ก็ต้องหยุดเปลี่ยนเครื่องยนต์ทั้งที่เครื่องก็ยังไม่เสีย แล้วไม่รู้ว่าเครื่องใหม่จะมีทรัพยากรดีเท่าเดิมหรือเปล่า ทำไปทำไม แทนที่จะวิ่งไล่จีน กลับต้องมาโดนเวียดนามแซง ซวยสองต่อเลยพี่น้อง
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 2:44 pm
ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับ TCDC เท่าไหร่ แต่อยากร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยเพราะเห็นที่ผ่านมา 1 ปีของรัฐบาลชุดนี้ไม่มีอะไรดีกว่ารัฐบาลชุดก่อน มีแต่เศรษฐกิจที่แย่ลงอย่างไม่รู้เมื่อไหรจะดีขึ้น ทุกวันมีแต่ข่าวการเอาชนะกัน แย่งชิงอำนาจ ความต้องการทำลายล้างคนเพียงกลุ่มเดียวโดยไม่คำนึงถึงคนอีกหลายสิบล้านคนที่ต้องลำบากและไม่มีงานทำเพราะเศรษฐกิจที่กำลังล่มสลาย ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้องคะ
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 3:05 pm
ประเทศไทย !!!!!!!!
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 3:26 pm
คนฉลาดปกครองยากครับ รัฐบาลส่งเสริมให้คนไทยโง่เพื่อชักจูงได้ง่าย
การเมืองจะกลับเ้ข้าสู่ยุคเก่า ศักดินาจะกลับมาเหยียบย่ำึคนจน
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 5:07 pm
เคยได้ยินใครคนหนึ่งบอกว่า เรากำลังเอา รปภ.มาบริหารประเทศ ดังนั้นคงหวังอะไรมากไม่ได้ครับ กับการบริหารเชิงปกครอง
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 6:00 pm
อัจฉริยะ…สร้างไม่ได้
คงเป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง
การอ้างเรื่องประหยัดงบประมาณเป็นเรื่องฟังไม่ขึ้น …การศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องลงทุน ดูตัวอย่างจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ของ ม.มหิดล สิ ถ้ายังไม่หนำใจ ลองอ่านบทความของ ดร.สุกรี เจริญสุข ผู้ทำให้วิทยาลัยเป็นรูปเป็นร่าง แล้วจะรู้ว่าทำไมการศึกษาจึงไม่ใช่ของฟรี
http://www.mcgp-mahidol.com/activities/columns/manual_for_parent.pdf
ในฐานะคนกินเงินเดือนที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบไม่มีทางหลบเลี่ยง เห็น TCDC แล้วยังดีใจว่าภาษีของเราได้ทำประโยชน์ เมื่อเทียบกับการเอาภาษีไปซ่อมถนนที่พังจากการก่อสร้างด้อยมาตรฐานเพราะเจ้าหน้าที่รัฐฮั้วกับผู้รับเหมา หรือพังเพราะเจ้าหน้าที่รัฐกินส่วยจากรถบรรทุกที่น้ำหนักเกิน ทั้งๆ ที่เขาก็กินเงินเดือนที่มาจากภาษีของเราด้วย
การแก้ปัญหาเรื่องภาระค่าใช้จ่าย ยังมีอีกหลายวิธี เช่น เก็บค่าเข้าชมนิทรรศการ (หอศิลป์ฯ ที่สะพานผ่านฟ้าฯ ก็เก็บ คนละ 20 บาท ซึ่งไม่ได้หนักหนา) หรือหาวิธีจัดการคนหลบเลี่ยงภาษี เก็บให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น หรือถ้าเขาอ้างว่าไม่ได้หลบ แต่กฎหมายไม่ครอบคลุม ก็ไปแก้กฎหมายได้ ..อย่าลืมดูแลคนของตัวไม่ให้โกงกินด้วยล่ะ รัฐจะได้มีทุนทรัพย์ในหน้าตักเพิ่มขึ้น
อีกสิ่งหนึ่งที่คนไทย (ไม่ใช่แค่รัฐบาล) ควรจะปรับปรุง คือค่านิยมในการเลือกเสพเลือกใช้เฉพาะของฟรี คนเรามันต้องมีทั้งให้และรับเพื่อลดละความเห็นแก่ตัว …วันก่อนไปดูหุ่นไม้ ท่านทั้งหลายคงจำได้ว่าที่ทางออกมีงานสุดอลังการของคนไทยซึ่งต้องหยอดเหรียญ 10 บาท จึงจะได้ชมกลไกขยับ แม้ว่าจะมีบริการแลกเหรียญที่ด้านหน้าศูนย์ฯ และบนกล่องที่หยอดเหรียญก็บอกชัดเจนว่ารายได้จะนำส่งให้กลุ่มศิลปิน แต่กลับมีคนจำนวนไม่น้อยยืนรอให้คนอื่นเป็นผู้หยอดเหรียญ …อนิจจา…..
กรณีติดหรู ถ้าหมายถึงสถานที่ตั้งบนห้างเอ็มโพเรียม ก็ไม่คิดว่าเป็นปัญหานะ หลายๆ ครั้งก็เคยไปทั้งๆ ที่ใส่เสื้อ T-shirt กางเกงยีนส์ไร้ยี่ห้อ ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายสามัญ แต่ถ้าคำว่าหรูหมายถึงการจัดแสดง (display) อันโดดเด่นดึงดูดแบบที่หาไม่ได้ในพิพิธภัณฑ์ของไทย ต้องถามกลับว่าแล้วมันดูน่าสนใจไหมล่ะ ลองนึกดูว่าหากเรามีผลงานดีๆ แต่การนำเสนอไม่น่าสนใจ ใครจะมาชม ..ตรงส่วนนี้อยากให้มองว่ามันเป็นกุศโลบายในการจูงใจมากกว่ามองเรื่องความฟุ่มเฟือย นอกจากนั้น ลองนึกอีกทีว่าถ้าขนาด TCDC ยังจัดนิทรรศการให้ดีไม่ได้ จะเรียกศรัทธาในฐานะศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบได้หรือ แล้วพอไปเห็นพิพิธภัณฑ์เจ๋งๆ ในต่างประเทศก็จะมาบ่นว่าทำไมเราทำไม่ได้อย่างเขา
สำหรับเรื่องที่มีคนค่อนว่าเอื้อประโยชน์แก่คนกลุ่มน้อย ..ขออนุญาตยกตัวอย่างของตัวเองที่มาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่ทุกคนเรียนและทำงานสายวิทย์หมด ตัวเองก็จบวิทยาศาสตร์เคมี ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งไม่ได้เน้นความสวยงามของการออกแบบผลิตภัณฑ์เลย แต่ก็มีความสุขกับการชมนิทรรศการเพื่อชื่นชมผลงานออกแบบดีๆ ..บ้างอาจจะแค่สวยดี บ้างก็ใช้งานได้ดี ถึงกระนั้นก็ยังไม่เคยมีอันไหนที่เอามาใช้ในงานประจำได้ ยกเว้น “แรงบันดาลใจ” ที่ทำให้เราไม่ยอมหยุดพัฒนาเพียงเพราะพ่ายแพ้แก่คำว่า “มันทำได้แค่นี้ ต้องรับสภาพ”
นอกจากเสพงานออกแบบตามนิทรรศการต่างๆ ช่วงเย็นก็ได้เสพงานออกแบบดนตรี เพราะชอบไปนั่งฟัง live jazz ที่ร้านกาแฟหน้าห้องสมุดด้วย ..นี่ก็สร้างแรงบันดาลใจให้กลับไป improvise เวลาร้องเพลงกับวงดนตรีของบริษัท และยังคิดเล่นๆ ว่าถ้ามีลูกมีหลานจะพามาบ่อยๆ เด็กจะได้ซึมซับทั้งดนตรีและศิลปะซึ่งทั้งสองสิ่งจะช่วยขัดเกลาให้เป็นคนอ่อนโยน หรือถ้าในที่สุดเขาจะแตกแถวไปสายศิลป์ก็ไม่เห็นจะน่าอายตรงไหน เพราะศิลปินก็ใช้เซลล์สมองเท่ากับไอสไตน์เหมือนกัน
TCDC อาจจะไม่ได้ดีเลิศในทุกด้าน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ควรจะปรับปรุงเป็นเรื่องๆ ไป สำหรับการย้ายที่ ยังรู้สึกว่าที่เดิมเข้าถึงง่ายกว่ามาก ยังไม่นับเรื่องพื้นที่ใช้สอยที่ใหม่ซึ่งจะเล็กกว่าเดิมนะ ส่วนเรื่องการประชาสัมพันธ์ เห็นด้วยเลยว่าต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน สาบานได้ว่าคนที่ทำงานในฝ่ายเดียวกันกว่า 40 ชีวิตซึ่งจบปริญญาทั้งหมด มีไม่ถึง 10 % ที่รู้จัก TCDC ..เศร้าจัง..T__T
สุดท้ายคืออยากให้เราเปิดใจกว้าง องค์กรนี้จะก่อตั้งในสมัยใครก็ช่าง ถ้าทำงานได้ดีก็ควรสานต่อเพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศ บกพร่องตรงไหนก็แก้ไขตรงนั้น และควรเปลี่ยนทัศนคติที่จะเหนี่ยวรั้งการพัฒนา ตัวอย่างเช่น บริษัทที่ทำงานอยู่ตอนนี้เคยถูกบังคับให้จ่ายเงินสนับสนุนเป็นจำนวนหลายล้านบาท ในฐานะที่เคยไปเยี่ยมชมอยู่หลายครั้ง กล้าพูดว่าเป็นแหล่งความรู้ที่ควรค่าแก่การสนับสนุนอย่างยิ่ง และเป็นการถูกบีบคอที่มีเกียรติและสมศักดิ์ศรีกว่าการจ่ายเงินให้หน่วยงานการเมืองเสียอีก
แต่ที่น่าเสียใจคือ บริษัทฯ ไม่เคยประชาสัมพันธ์ให้พนักงานทราบเลย ทั้งที่เสียเงินไปตั้งมาก ผลงานก็ออกมาดีเทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้ว จะว่าอายก็คงไม่ใช่ แม้แต่จะเขียนลงวารสารของบริษัทเพื่อแนะนำเป็นแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ก็ยังโดนเบรค สงสัยจังเลยว่า…
“การเมืองเป็นเรื่องใหญ่กว่าการศึกษาของคนในชาติ”
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 6:01 pm
คงไว้ซึ่งสถานที่ความรู้ ไว้เถอะ ครับ
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 6:35 pm
บทความแถลงข่าวของ สบร.
22 ตุลาคม 2550
การควบรวมหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ( สบร. )
การดำเนินการของ สบร. ภายใต้การบริหารของกรรมการบริหารชุดนี้ (เป็นชุดที่ 2 หลังก่อตั้งเมื่อปี 2547) ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2549 ซึ่งเมื่อได้เริ่มทำงาน คณะกรรมการได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์สถานภาพขององค์กร เพื่อสรุปทิศศทางและการดำเนินการของ สบร. และหน่วยงานเฉพาะด้านว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์กรหรือไม่ และได้ดำเนินการโครงการ กิจกรรมเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่อย่างไร และศึกษาถึงปัญหาอุปสรรค เพื่อให้ข้อเสนอแนะ แนวทางการแก้ปัญหาต่อคณะกรรมการบริหารต่อไป และจากการศึกษาในหน่วยงานเฉพาะด้าน ของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ( ศสบ. ) หรือ ทีซีดีซี ปรากฏว่า ศสบ. ควรปรับทิศทางและเป้าหมายให้ได้ประโยชน์กับคนกลุ่มใหญ่ นำความคิดสร้างสรรค์ออกสู่แหล่งชุมชน ลดความหรูหราฟุ่มเฟือย ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่สูงมากลง ซึ่งพบว่าสัญญาจ้างบุคลากรขาดความสมบูรณ์ของเอกสาร และขาดการประเมินผลงานที่ชัดเจน
และเมื่อเดือนเมษายน 2550 ได้มีหนังสือจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินรายงานว่าจากการตรวจสอบประเมินผลการดำเนินงานของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.)และหน่วยงานเฉพาะด้านตั้งแต่ปี 2547-2549 ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินพบปัญหาของ สบร. ใน 4 ประเด็น คือ ประกาศการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้าน การใช้จ่ายเงินไม่ประหยัดและไม่คุ้มค่า การบริหารงานของ สบร. และหน่วยงานเฉพาะด้านไม่มีประสิทธิภาพ การกำหนดอัตราเงินเดือนของ ผอ. สบร. และหัวหน้าหน่วยงานเฉพาะด้านไม่เหมาะสม ต่อมาเมื่อมีการชี้แจงต่อ กรรมาธิการงบประมาณเมื่อวันที่ 7-9 สิงหาคม 2550 ก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ศสบ. ว่าผลงานส่วนใหญ่เป็นงานจัดนิทรรศการที่ค่าใช้จ่ายสูงมาก ค่าเช่าสถานที่และงบประมาณในส่วนของบุคลากรสูงมาก โดยเฉพาะเงินเดือนของผู้บริหาร ซึ่งมีกรรมาธิการเสนอให้พิจารณาตัดงบประมาณของ ศสบ. ทั้งหมด ซึ่งภายหลังคณะกรรมาธิการงบประมาณได้สรุปอนุมัติงบประมาณของ ศสบ. จำนวน 75 ล้านบาทเศษ โดยให้ดำเนินการในการลดค่าเช่าลง 50% และลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร (เงินเดือน) ลง 30% ซึ่งเหล่านี้คณะกรรมการบริหารฯ ได้ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ เหตุผลและข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆอย่างรอบคอบมาตลอด
ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นที่มาของการควบรวม
12.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2550 ณ ที่ทำงานของสำนักบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) เซ็นทรัลเวิร์ล ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารฯ โดย ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ เป็นประธานในที่ประชุม
ในที่ประชุมคณะกรรมการ สบร. ครั้งนี้ มีการพิจารณาปัญหาต่างๆรวมทั้งมีมติควบรวมบางหน่วยงานในสังกัดของ สบร. ดังนี้
1. สถาบันวิทยาการเรียนรู้ (NBL) ควบรวมกับศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ (NGT) เป็น สถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ (IGIL)
2. ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ควบรวมกับ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (NDMI) เป็น ศูนย์การเรียนรู้และสร้างสรรค์แห่งชาติ (Thailand Discovery & Creative Center)
หลักการควบรวม
ให้ดำเนินการในส่วนที่เป็นไปได้ก่อน นั่นคือส่วนอำนวยการสร้างองค์ความรู้และส่วนงานวิชาการ เพื่อให้ความเป็นเฉพาะทางของผลงานมีความเป็นอิสระอย่างเต็มที่
ทำไมต้องควบรวม
การควบรวมหน่วยงานทั้ง 2 แห่งนี้ เป็นไปเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย 4 ป.ของรัฐบาล นั่นคือ ประหยัด ประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม และลดค่าใช้จ่ายที่เกินจำเป็นในด้านต่างๆอีกด้วย
ที่สำคัญ คือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ สบร. กับหน่วยงานเฉพาะด้านให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีการประสานงานและทำงานอย่างมีบูรณาการ และจัดการระบบองค์ความรู้ภายใน ให้ต่อยอดเชื่อโยงงานซึ่งกันและกัน เพื่อส่งผลให้งานต่างๆสร้างผลกระทบในด้านดีต่อสังคม อันเป็นการขยายโอกาสส่งเสริมความรู้ให้คลอบคลุม ไปสู่ระดับท้องถิ่นและชุมชนมากขึ้น รวมทั้งเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกับนานาชาติอีกด้วย ( local link, global reach )
ทั้งนี้เพราะคณะกรรมการ สบร. ได้ใช้ช่วงเดือนที่ผ่านมาศึกษา ความเหมือนความต่างของ 2 หน่วยงานเฉพาะด้าน คือ ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ (TCDC) และสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (NDMI) จนได้ข้อสรุปในชั้นนี้ ว่ามีส่วนเหมือนและคล้ายกันมาก ตั้งแต่งานอำนวยการ การจัดนิทรรศการชั่วคราว การจัดฝึกอบรม เครือข่ายการตลาด และงานด้านต่างประเทศ และมีส่วนที่ต่างกันคือ เนื้อหาและจุดเน้น นั่นคือ
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) คือหน่วยงานที่นำภูมิปัญญาจากอดีตมาทำเป็นนวัตกรรมไปสู่งานสร้างสรรค์อุตสาหกรรม (creative industry) ในอนาคตเพื่อให้เกิดผลต่อการแข่งขันเชิงธุรกิจระดับนานาชาติ
สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (NDMI) คือหน่วยงานที่เน้นเนื้อหาที่มาของความเป็นคนไทย จากสุวรรณภูมิสู่สยามประเทศและประเทศไทย (historical perspective) เพื่อให้ความรู้ที่สะสมจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ(TCDC) และสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (NDMI) มีส่วนเหมือนและคล้ายกันมาก ตั้งแต่งานอำนวยการ การจัดนิทรรศการชั่วคราว การจัดฝึกอบรม เครือข่าย การตลาด และงานด้านต่างประเทศ และมีส่วนที่ต่างกันคือ เนื้อหาและจุดเน้น
ดังนั้น ทั้ง 2 หน่วยงานที่ควบรวม จึงมีประเด็นของเนื้อหาที่ทั้งเหมือนและแตกต่าง ทว่าเป็น “ความต่างที่ต่อกันได้สนิท”
รวมแล้วดีอย่างไร
ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
ที่ผ่านมา TCDC มีประสบการณ์ในการจัดนิทรรศการในระดับสากลและในระดับประเทศ มีการจัดและเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญทุกระดับ เพื่อเน้นงานสร้างสรรค์และออกแบบ การจัดนิทรรศการที่สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นการเสริมหนุนให้กับ NDMI เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่กับสังคมไทย
ในขณะเดียวกันทาง NDMI ก็มีข้อมูลองค์ความรู้ ความเข้าใจในภูมิปัญญา รู้รากลึก อีกทั้งมีเครือข่ายข้อมูลองค์ความรู้พื้นบ้าน ที่สามารถนำไปเชื่อมต่อกับระบบความคิดใหม่ ก่อให้เกิดผลงานหรือนวัตกรรมด้านการออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ตลาดโลกยอมรับ ตัวอย่างเป็นรูปธรรมที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ผลงานการออกแบบเสื้อผ้าของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณวรีนารีรัตน์
นั่นคือ ความรู้ความสามารถของบุคลากร ที่สมารถหนุนเสริมและเชื่อมโยงเติมเต็มซึ่งกันและกัน อันจะนำไปสู่ประสิทธิภาพ
ประหยัดค่าใช้จ่าย
ที่ผ่านมา บางหน่วยงานของ สบร. มักถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนอยู่เสมอๆ ในเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงเกินความจำเป็น ทั้งในเรื่องเงินเดือนของบุคลากรและค่าเช่าสถานที่ทำงาน
ปัจจุบัน TCDC เช่าอาคาร เอ็มโพเรียมทาวเวอร์ชั้น 24 และชั้น 6 ในส่วนบริการห้องสมุด / นิทรรศการและสำนักงาน ในอัตราค่าเช่าที่ 47.5 ล้านบาท/ปี (ค่าเช่า + ส่วนกลาง 1120 บาทต่อตรม./ปี รวมพื้นที่ 5196 ตรม.) และค่าสาธารณูปโภคที่สูงมาถึง 6.9 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา
ดังนั้น ทันทีที่สัญญาเช่าในเดือนพฤษภาคมปีหน้า ทั้ง สบร. และ TCDC รวมทั้งบางหน่วยงานในสังกัด ได้เตรียมการย้ายสำนักงานทั้งหมด ไปยังอาคารจัตุรัสจามจุรี เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ถูกลง รวมทั้งการเข้าถึงของสาธารณชนและกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นเด็กและเยาวชนมากขึ้น
ในส่วนของ NDMI ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน นั่นคือ สัญญาเช่าสำนักงานที่อาคารทิปโก้ จะสิ้นสุดลงในเดือนมกราคม 2551 ทาง NDMI ก็จะย้ายที่ทำการทั้งหมดไปยังอาคารพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ณ กระทรวงพาณิชย์เดิม ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ
นอกจากนั้นการควบรวมยังทำให้ค่าใช้จ่าย ในการประชุมคณะกรรมการจาก 2 ชุดเหลือเพียง 1 ชุด และยังลดค่าใช้จ่ายเงินเดือนผู้อำนวยการอีกด้วย เพราะปัจจุบันผู้อำนวยการ TCDC ได้รับเงินเดือนสูงที่สุดในบรรดาหน่วยงานสังกัด สบร. นั่นคือ 300000 บาท ต่อเดือน บวกกับผลประโยชน์ตอบแทนอื่นอีกร้อยละ 25 TCDC ยังมีรองผู้อำนวยการอีก 3 คน คนแรกรับเงินเดือน 262500 บาท และอีก2 คนๆละ 189000 บาทต่อเดือน
ส่วน NDMI ปัจจุบันยังไม่มี ผอ. แต่มีรักษาการ ผอ. รับเงินเดือน 125000 บาทต่อเดือน มีรอง ผอ. 2 คน รับเงินเดือน 1 แสนบาทและ 9 หมื่นบาทต่อเดือน
นอกจากนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการ สบร. ดังกล่าว ยังเห็นชอบกับการแต่งตั้งให้ ศาสตราจารย์ ชัยอนันต์ สมุทรวณิช เป็นประธานกรรมการ โดยมี ศาสตราจารย์ กิตติคุณ สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้และสร้างสรรค์แห่งชาติ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตามในวันที่ 25 ตุลาคม 2550 จะมีการประชุมใหญ่คณะกรรมการสบร.อีกครั้งหนึ่ง เพื่อรับรองการประกาศควบรวมหน่วยงานดังกล่าว ในสังกัดของ สบร.อย่างเป็นทางการอีกต่อไป
การควบรวมหน่วยงานเฉพาะด้านของ สบร. ทั้งหมด คณะกรรมการบริหาร สบร.มีเจตนาที่จะปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆและสร้างเสริมประสิทธิภาพให้กับองค์กร และจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการดำเนินงานของทุกหน่วยงานเฉพาะด้าน เพราะต้องการเน้นการเชื่อมโยงเพื่อการสร้างพลังให้กับองค์กรมากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างรูปธรรมที่ขอยืนยันไว้ ณ ที่นี้ คือ ได้มีแผนงานเตรียมการจัดนิทรรศการผลงานออกแบบพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณวรีนารีรัตน์ และรวมไปถึงแนวคิดการทำพิพิธภัณฑ์แฟชั่นของประเทศ
ตุลาคม 25, 2007 ที่ 10:15 pm
แหล่งความรู้ที่มีอยู่น้อยนิด ถ้าต้องมาปิด มายุบ มาย้าย
ก็ไม่รู้หาแหล่งความรู้ราคาถูกที่ไหนแล้ว
เหตุผลดีๆมีเยอะแยะ อ่าน 1comment ข้างบน ก้อเขียนกันมาเยอะแล้ว
อย่าปิดเลย…. T__T
สงสารตัวเอง สงสารดีไซเนอร์ สงสารอนาคตประเทศ …
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 1:45 am
เห็นด้วย และยังข้องใจเล็กน้อยค่ะ
อย่าให้มองบ้านอื่น เมืองอื่นกันบ้าง ว่าการที่เขาโดดเด่นเรื่องดีไซน์ เรื่องออกแบบ หรือรวมถึงแขนงอื่นๆ นั้น……..เค้าเตรียมทรัพยกร แหล่งความร้อะไรไว้ให้ประชากร และเด็กๆซึ่งแรงแรงสำคัญในอนาคตของเขาบ้าง
ตอนนี้บ้านเราก็ล้าหลังชาวบ้านเขาอยู่แล้ว ทีแรกที่ตั้งศูนย์TCDCขึ้นมา หวายก็นึกดีใจที่อย่างน้อยบ้านเราก็มีแบบนี้กับเขาบ้าง การตั้งศูนย์ขึ้นมาต้องใช้เวลาในการประชาสัมพันธ์และต้องลงทุนนะคะ ไม่ใช่ตั้งมาเดือนนึง หรือปีนึง แล้วจะมาเอากำไรอะไรจากตรงนี้ ……ขอเถอะค่ะ ขอที่ๆให้คนไทยได้หาความรู้อย่างนี้ไว้เช่นเดิม ถ้าจำเป็นต้องรวมหรือย้าย ก็คงให้คงแนวทาง แนวความคิด ของTCDCไว้ ยิ่งใช้ชื่อเดิมยิ่งดีค่ะ ชอบ บ บ บ บ บ
ไม่รู้จะพูดอะไรค่ะ แต่นึกเสียดายอยู่ลึกๆ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่จะสู้นะคะ และจะไปลงชื่อด้วยค่ะ
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 1:55 am
ใจหาย จัง
รู้สึกว่าประเทศไทย เจ๋งมากที่มีห้องสมุดดีๆ
แต่เค้าไม่สนับสนุนค่ะ คนไทยเลยอ่านหนังสือได้กันแค่ปีละ เจ็ดบรรทัด
เค้าอาจจะคิดว่าคนฉลาดปกครองยากมั้งคะ
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 3:18 am
งงจริงๆ กับ “คนไทย” เรื่องนี้มันมีวี่แวว มาเป็นปีแล้ว ทำไมเพิ่งจะมาตื่นตัวสำนึกกันในวันนี้ก็ไม่ทราบ บรรดาพวกที่เขาต่อต้านรัฐบาลเผด็จการสมองนิ่ม เค้าแหกปากโวยวายกันมานานแล้ว ที่วันๆไม่เคยคิดอะไรสร้างสรรค์ เป็นแต่ทำลาย สัญลักษณ์ขั้วอำนาจเก่าของดร.ทักษิณเท่านั้น และยังมีอีกมากมายหลายๆโครงการ ที่มีการวางระบบเอาไว้เป็นอย่างดีก็ถูกดอง ถูกกำจัดไปด้วย เช่นโครงการ GFMIS ระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐ ที่ทุกวันนี้ไม่มีการขยับขับเคลื่อน สานต่อ อะไรอีกต่อไปแล้ว น่าเสียดายแทนคนรุ่นหลังๆ ที่ยังต้องจมปลักดักดานกันต่อไปในประเทศนี้… หวังว่า มันคงจะช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของคนไทย ให้เห็นถึงภัยอันตรายของรัฐบาลเผด็จการศักดินา ชุดนี้ได้บ้างไม่มากก็น้อย เรื่องนี้มันเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 4:47 am
TCDC นับว่าเป็นห้องสมุดทาง design ที่ดีที่สุดที่เคยใช้บริการมา นับว่าเป็นสิ่งประเสริฐสุดสำหรับสายอาชีบออกแบบที่รัฐบาลทักษิณได้กระทำ ไม่ต้องพูดถึงเพราะโครงการอย่างกรุงเทพฯเมืองแฟชั่นล้มอย่างไม่เป็นท่า ปล่อยพนักงานลอยแพอย่างเลือดเย็น อันที่จริงแล้วสถานที่อย่างเอ็มโพเรียมเป็นที่ๆ เหมาะกับนักออกแบบทั้งหลาย เดินทางสะดวก เหมาะกับคนกรุง นักศ๊กษาที่กล้าพอที่จะเดินเข้สไปในห้างหรูแห่งนี้ แต่หลายๆ ครั้งก็เกิดความสงสัยว่า แล้วเด็กบ้านนอก หรือคนที่ไม่มีความมั่นใจมากพอจะกล้าแม้แต่จะก้าวเข้ามาในห้างแห่งนี้ เพื่อมาใช้ห้องสมุด TCDC ได้อย่างไร ถ้าเป้าหมายคือการให้บริการแก่ประชาชนคนไทย ก็นับว่า TCDC ยังไม่สามารถเข้าถึงประชากรทั่วๆ ไปของประเทศได้ ดิฉันหวังว่าการย้ายไปสู่ที่ใหม่ของ TCDC จะยังนำบุคลากที่มีความรู้ ความสามารถอย่างที่ปรึกษาหลายๆ คนไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือชาวต่างประเทศไปด้วย มีบางอย่างที่รับไม่ค่อยได้เกี่ยวกับ TCDC คือเงินเดือนที่ใช้จ่ายไปกับ Staff ทำไมมันสูงได้ขนาดนั้น คงเป็นเพราะว่าต้องใช้งบประมาณให้หมดๆ ไปในแต่ละปี ใช่มั้ย หรือ นักออกแบบต้องอยู่กับความหรูหรา ภาษีที่เราจ่ายไปแต่ละปีนี่ไปตกอย่กับ G5 รืเปล่า เงินส่วนนี้น่าจะเอามาทำอะไรให้กับประเทษชาติได้มากกว่านี้ อันที่เล้วการย้ายไปที่ใหม่ในรั้วจามจุรีนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะ ค่าเช้าก็ไม่สูง ประชาชนคนทั่วไปสามารถเยื้องกายเข้าไปได้ ไม่ต้องฝ่าด่าน LV CHANEL VERSACE เข้าไป อ้อ สำหรับผู้ที่ติดใจสถานที่เก่าอย่าง EMPO คุณก็ทราบแล้วไม่ใช่หรือว่าค่าเช่าเดือนละ 5 ล้าน แถมยังจะมีการเพิ่มค่าเช่า ถามนิดนึงว่าจะเอาเงินจากไหนมาจ่าย โครงการนี้ตั้งมา เพื่อให้สามารถดำเนินงาน หาเงินเพื่อมาดำรงค์อยู่ได้ด้วยตัวเองไม่ใช่หรือ ทางออกนี้เป็นสิงที่เรียกว่าสายกลางนะคะ มันไม่ได้แปลพนักงานจะถูกลอยแพ หรือผู้อำนวยการจะไม่สามารถกลับเข้ามาทำงานได้ มันมีกระบวนการที่ท่านจะสามารถเข้ามาดำรงค์ตำแหน่งได้ไม่ใช่หรือ อย่าไปยึดติดเลยนะกับความหรูหรา ฟู่ฟ่า จุฬา หรือพิพิธภัณฑ์มันเลวร้ายตรงไหน ยังตั้งหน้าตั้งตารอที่ใช้บริการนะคะ TCDC ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว เป็นสิ่งเดียวที่น่าภูมิใจสำหรับรัฐบาลชุดที่แล้วเลยก็ว่าได้
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 6:55 am
I’m a Thai designer, living in New York. I just want to let you know that your ‘Junta’ goverment or the Ministry of information Technology has blocked the sign-up page to save TCDC. I can’t get to it. Anyone has same problem? I’d like to help save TCDC, where do I go now? This is the page I’m talking about…
http://aspspider.info/savetcdc/RegisterPO.aspx
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 8:00 am
i just do it at http://aspspider.info/savetcdc/Public/RegisterAdd.aspx
hv a good day
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 8:32 am
“TCDC นับว่าเป็นห้องสมุดทาง design ที่ดีที่สุดที่เคยใช้บริการมา ”
“มีบางอย่างที่รับไม่ค่อยได้เกี่ยวกับ TCDC คือเงินเดือนที่ใช้จ่ายไปกับ Staff ทำไมมันสูงได้ขนาดนั้น”
แปลกนะ เป็นทัศนคติที่น่าสนใจมาก กระทรวงวัฒนธรรมน่าจะลงทุนทำวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจังสักที อาจจะได้คำตอบชัดๆ ว่า ทำไมประเทศนี้มันถึงไปไม่ถึงไหนซักที
หรือ
งานดีๆ มันงอกขึ้นมาได้เอง ไม่ต้องมีคนมาคิด ลงมือทำ พ่น พ่น พูด พูด แล้วสสารก็รวมตัวกันเป็นห้องสมุด เป็นนิทรรศการขึ้นมาได้
หรือ
ใครๆ ก็ทำงานคุณภาพได้เท่าเทียมกัน ความรู้ ประสปการณ์ หรือผลงาน
หรือ
โอ้ ประเทศนี้ยากจนมาก ประชาชนคนธรรมดาไม่สมควรได้รับ excellence service จากรัฐบาลหรอก เอ๊ะ แต่ทำไมผมเห็นคนธรรมดาเยอะแยะ ใส่กางยีนส์ ลากรองเท้าแตะ มาดูนิทรรศการ มางานสัมมนา เข้ามาใช้ห้องสมุด ใช้ G5 ใช้ ipod ด้วยแน่ะ แหมไม่เจียมเลยนะ ประชาชน
หรือว่า
เขาเหล่านั้นมีความมั่นคงทางจิตใจดี ไม่กดขี่ตนนเอง ให้ต่ำต้อย ด้อยค่า เหมือนบางคนเป็น (แอบป้องปาก ไม่ได้หมายถึงใครนะครับ อิ อิ)
น่าสนใจ น่าสนใจ
แต่เอ๊ะ
เรื่องภาษีประชาชนก็น่าสนใจนะ
มา มา เราไปประท้วงทหารเรื่องซื้อเครื่องบินรบกันดีกว่า แหม
“เงินส่วนนี้น่าจะเอามาทำอะไรให้กับประเทษชาติได้มากกว่านี้ ”
อ้าว ไม่ไปเหรอ
ทำไมหล่ะ
อะไรนะ
อ๋อ ใช่ ใช่ เหมือนผมเลย ผมก็ขี้ขลาดเหมือนกัน
ฮิ ฮิ
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 8:43 am
หนูก็เป็นหนึ่งคนที่สมัครสมาชิกทีซีดีซี
ตอนแรกหนูเคยมีความคิดที่ว่าสมัครไปก็ไม่เห็นจะได้อะไร
แต่มันไม่ใช่ … TCDC เป็นมากกว่าห้องสมุด
เป็นที่ๆความรู้ด้านการออกแบบ ศิลปะ ฯลฯ หลายสิ่งอย่างเข้าไปอยู่รวมในนั้น !!!
เป็นสถานที่ศูนย์การศึกษาหาความรู้ที่ดีที่สุดที่หนูเคยพบมา
แล้วทำไมต้องทำให้มันหายไป????
ไม่อยากให้ TCDC เป็นเพียงแค่อดีต
เพราะถ้ามี TCDC ,,
” TCDC คือศูนย์รวมของนักออกแบบไทยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”
หนูเชื่อมั่นว่าอย่างนั้นนะคะ ..
ป.ล. ไม่แปลกใจที่ประเทศไทยทำไมไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนต่างประเทศ
… คงเพราะผู้ใหญ่ไทยบางคนเค้าไม่คิดจะต้องการเป็นผู้นำ
เค้าคงต้องการเพียงแค่เป็นผู้ตามไปตลอดชีวิตเลยมั๊งคะ?
ขออภัยนะคะ ถ้าหนูพูดอะไรไม่เหมาะสมออกไป ..
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 10:28 am
คือไม่เห็นด้วยที่จะย้ายอ่ะคะ ก็เห็นว่าดีอยู่แล้ว อยู่ในที่ๆ คนที่ไม่ใช่นักออกแบบได้ทำความรู้จัก ให้เห็นความสำสัญของการออกแบบ ว่าสามารถทำให้คุณภาพชีวิตนั้นดีขึ้นได้อย่างไร เมื่อคนเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็มีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น ทำงานได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลต่ออนาคตของประเทศที่จะดีขึ้น
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 10:28 am
ไม่อยากให้ยุบครับ ทางรัฐบาลน่าจะหาทางส่งเสริมองค์กรที่มีประโยชน์ต่อเยวชน การยุบทำง่าย แต่จะมีผลกะทบกับการพัฒนา การศึกษาเชิงสร้างสรรค์
หอสมุดแห่งชาติก็น่าจะไดรับการเหลียวแลเช่นกันครับ
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 11:45 am
สก๊อย!!
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 12:30 pm
TCDC อยู่ในที่ที่สมควรอยู่แล้ว
เพื่อประเทศที่พัฒนาต่อ
รัฐบาลควรจะทำอะไร
คงรู้ตัวดี
นักออกแบบเป็นอาชีพที่มีค่านะฮะ
ุทุกอาชีพมีคุณค่าในตัวมันหมด
รึไม่จริง?
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 12:30 pm
ประโยชน์และความสําคัญของการออกแบบที่พูดถึงนั้นดีมาก แต่ไม่แน่ใจว่า TCDC จะเป็นคําตอบที่ดี ในลักษนะการตอบสนองต่อความต้องการที่พูดถึงหรือไม่
แต่การที่คิดว่าวิธีกระจายความรู้ด้านออกแบบคือสร้างสถานที่ที่ดูหรู และอยู่ในห้างซื่งมีมีค่าเช่าและค่าไช้จ่ายสูงมากอาจจะสะท้อนถึง ความไม่เข้าใจถ่องแท้เกี่ยวกับการออกแบบ การออกแบบคือการหาทางออกเชิงสร้างสรรคที่ต้องสามารถตอบโจรท์หลายอย่างในเวลาเดียวกันให้ลงตัว ค่าไช้จ่ายและค่าดําเนินการก็เป็นหนึ่งในนั้น(operational practicality) ถ้าได้คิดไตร่ตรองมาก่อนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ไม่ไช่แค่เป็นโชว์เพื่อสร้างภาพ แต่สร้างประสิทธิภาพ ก็ควรจะลงทุนในสถานที่ที่มีความเป็นไปได้และยั่งยืนกว่านี้ ไม่ไช่คิดว่าห้องสมุดไม่มีประโยชน์แต่ตรงกันข้าม มีประโยชน์อย่างมากที่จะมีศูนย์นําเสนอความรู้สําหรับนักออกแบบ จริงๆแล้วคิดว่าน่าจะมี การกระจายความรู้ทางด้านการออกแบบทั้งเชิงความรู้(ห้องสมุด)และทักษะ(ตัวอย่าง และ การอบรม)กระจายไปหลายท้องถิ่นของประเทศรวมถึงในอินเทอรเนตด้วย โดยแนวการทําอาจจําเป็นที่จะคิดหาวิธี ที่จะร่วมมือกับทั้งทางเอกชนและสถาบัญการศึกษา เพื่อออกแบบระบบการจัดการ ที่สามารถดํารงค์อยู่ได้โดยที่ไม่ต้องมีภาระค่าไช้จ่ายสูงเกินไป
ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาวน่าจะอยู่ในพื้นที่ของหลวงที่เดินทางสะดวก แล้วเพื่อเป็นตัวอย่างที่ครบน่าจะออกแบบทั้งตัวอาคาร(architecture)ที่เห็นแล้วน่าประทับใจ
โดยโจทย์ควรจะสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรทางออกแบบ ี่ที่สามารถสร้างให้สถานที่มีบรรยากาจดูดี และน่าไช้งานแต่ไม่ได้มีค่าไช้จ่ายสูงในเรื่องการดําเนินการระยะยาว เช่นค่าแอร์ปรับอากาศและแสงสว่าง ถ้าจะไปแข่งทางความหรูหรือฟุ่มเฟือยกับต่างประเทศยังไงก็ไม่ได้ผล แต่กลับมาคิดว่าจะทํายังไงให้ คนทึ่งในเชิงประสิททิภาพและความสวยงาม ออกแแบบให้ไม่แพงแต่ดูดีนี่ยากและไช้ทักษะทั้งศาสตร์และศิลป์กว่าแยอะ ต่างประเทษอาจหันกลับมาดูเรา ว่าทําได้ไงนี่ ก็ออกแบบไง
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 1:25 pm
อยากให้นำความจริงมาพูดบ้างก็ดีน้ะค้ะ จากที่ฟังข่าวมา เห็นว่ามีรายงานการตรวจสอบหนาอย่างกับสมุดหน้าเหลืองไม่ใช่หรือ ว่าใช้งบประมาณไปกับอะไรบ้าง แล้วสิ่งนั้น เพื่อความรู้ของประชาชน หรือไม่
เข้าใจและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมการออกแบบ ได้สัมผัสTCDCมาพอสมควร ชอบงานนิทรรศการ และห้องสมุดมากพอสมควร แต่พอมีเรื่องนี้เกิดขึ้น รู้สึกเสียใจค่ะ แนวทางดีมากตั้งแต่ริเริ่มสร้าง และหลายๆศูนย์ที่ตามมาทั้ง7ศูนย์ แต่ทำได้ดีหรือไม่ มีอะไรไม่โปร่งใสหรือเปล่า ใช้เงินงบประมาณเกินไปหรือไม่ อย่างไร น่าสนใจกว่าแค่จะยุบหรือไม่(แต่แถลงข่าวว่าควยรวม ทำไมบอกกันแต่ ยุบล่ะ) และควรช่วยกันเข้าใจ และรับรู้ความเป็นจริงมากกว่าเรียกร้องอย่างเดียว
อย่ามัวแต่โหมกระแสเลยค่ะ เงินภาษีของประชาชน ทั้งที่เคยมาห้างดังที่TCDCตั้งอยู่ หรือ ไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อศูนย์นี้ อย่าปล่อยให้ถูก นำมาใช้เพื่อสนองความต้องการของใครบางคน แล้วนำ งานออกแบบ มารับผิดแทน แล้วเก้าอี้ออกแบบดีนำเข้าจากอิตาลี ของผู้อำนวยการนี้ ช่วยให้ประชาชนเข้าใจ และ เรียนรู้งานออกแบบไหมค้ะ
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 1:30 pm
1. ไม่เห็นด้วยกับการยุบTCDC
2. การควบรวม สิ่งที่ชี้แจงไม่ชัดเจนนะคะว่า การควบรวมจะยังคงรักษาประโยชน์ของTCDCที่มีอยู่แล้วไว้ได้ การควบรวมได้มาอย่างเดียว คือ ใช้เงินน้อยลง การใช้เงินน้อยลงไม่ได้แปลว่าประหยัดนะคะ การประหยัดหมายถึงในคุณภาพเท่าเดิมแต่ใช้เงินน้อยลง แต่เท่าที่อ่านดูเหมือนว่าคุณภาพลดลงไปตามเงินที่ใช้น้อยลงด้วย คุณภาพลดมากกว่าเงินหรือเปล่า
3. การย้ายที่เพื่อลดค่าใช้จ่าย กรุณานำความจริงทั้งหมดออกมาเผยแพร่ว่าประหยัดจริงค่ะ อย่าบอกข้อมูลเพืยงบางส่วน การย้ายนอกจะพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว ต้องพิจารณาปัญหาอื่นๆ ด้วย ที่มีผู้ทักว่า ถ้าย้ายไปจุฬาฯ จะต้องเจอกับปัญหานิสิต นักศึกษาทั้งหลาย ใช้เป็นที่พักผ่อน สอนพิเศษ ปํญหานี้ต้องคำนึงด้วยจริง ๆ นะคะ นอกจากย้ายไปจุฬาแล้ว มีสถานที่อื่น ๆ อีกไหม ทำไมไม่เปิดให้ทุกที่เสนอล่ะคะ แล้วช่วยกันพิจารณาทางเลือกที่ดีที่สุด
4. TCDCดี และมีประโยชน์ค่ะ แต่ยังต้องปรับ และแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ากว่านี้
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 2:58 pm
ถึงไม่ชอบการทำงานของรัฐบาลทักษิณ แต่ผมว่าบางสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคของเขามันดีมาก เช่นtcdc และtk park การจะมีของdesignerราคาสูง เช่น sofa เก้าอี้ หรือโต๊ะทำงาน ล้วนแต่เป็นของจริงที่เราสัมผัสได้
ผมมีลูกชายวัยสองขวบ แล้วนึกอิจฉาเด็กสองขวบที่อยู่ในลอนดอนท่ีเขามี สนามหญ้าในpark ต่างๆให้วิ่งเล่น มี museum มากมายให้เรียนรู้และเข้าฟรี เหล่านี้มันคือการสร้างแรงบันดาลใจที่สั่งสมมาในตัวตนโดยที่เด็กๆก็ไม่รู้ เราไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเป็น designer หรอก เพียงแต่ว่าชีวิตที่มันมีวิธีคิดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ หรืออะไรก็แล้วแต่ล้วนต้องการแรงบันดาลใจ
สถานที่หลายแห่งในบ้านเราที่ลงท้ายด้วย แห่งชาติ เช่น library , museum ยังคงความขลังและความไม่น่าสนใจไว้ได้เหมือนที่ผมเคยเห็นเมื่อเป็นเด็ก ก็สามสิบกว่าปีแล้ว
ล่าสุุดมีโอกาสเข้าไป national museum ก็สลดใจ ไม่ได้ต้องการความทันสมัยหรอก แต่การจัดการและการนำเสนอไม่สมกับคำว่า แห่งชาติ เลยสักนิดเดียว
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 3:26 pm
มี DESIGN CENTER เป็นเรื่องดีค่ะ แต่บางทีก็คิดว่า ค่าใช้จ่ายบางอย่างเป็นเรื่องไม่จำเป็นรึเปล่า LOCATION ก็น่าจะเป็นส่วนสิ้นเปลืองประมาณนึง ถ้าสามารถลดค่าใช้จ่าย แต่ยังคงconcept ได้บางส่วน ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าตอนนี้
ไม่สนับสนุนให้ยกเลิก แต่สนับสนุนให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ก็ต้องยอมรับนะว่าหลายอย่างได้IMAGEมา แต่ก็ต้องลงทุนไปเยอะ DESIGN ไม่ได้แปลว่าต้องแพงรึเปล่า? ถ้าคนทั่วไปคิดว่ายุบซะเป็นเรื่องดี แปลว่า DESIGN CENTER ไม่ประสพความสำเร็จในการทำให้บุคคลทั่วไป เข้าใจ และ เห็นความสำคัญกับการมีอยู่ของมัน ถึงแม้จะเป็น comment ที่ฟังดูไม่เข้าท่า แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องแก้โจทย์นี้ให้ดีกว่านี้เหรอ
การที่มีบทสรุปให้เราต้องพูดกันตอนนี้ ก็อาจจะเป็นผลกลายกลายจากที่เรามองข้าม comment เล็กๆพวกนี้ จนตอนนี้กลายมาเป็นหัวข้อโต้เถียงกัน?
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 4:14 pm
im an architecture student… please dont close down TCDC… dont do this…. TCDC is very useful source for researching and findin inspiring when working on a design project..
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 4:19 pm
1) กางเกงยีนส์สองตัวเหมือนกัน ตัวหนึ่งราคา300 อีกตัวราคา 3,000 ต้นทุนราคาวัสดุอาจไม่ต่างกัน แต่ราคาของความคิดต่างกันแน่
2) Apple ipod iphone Mac ทำไมบ้านเราคิดเองไม่ได้ แต่ขายดีเป็นเทนำเทท่า ลำพังโฆษณาอย่างเดียวแต่ของไม่ดึงดูด ไม่เท่ ไม่น่าทึ่ง ไม่น่าใช้ คงไม่ฮิตระเบิดทั่วโลก
4) นิทรรศการที่จัดแสดงใน TCDC เท่าที่ผ่านมาไม่ได้มีแต่เรื่องดีไซน์อย่างเดียว เราได้เห็นทั้งที่มาของความคิดริเริ่ม ขั้นตอนวิธีศึกษาเพื่อออกแบบในการผลิต และการพามันไปสู่สายตามหาชนทั่วโลก รวมทั้งเป็นสปริงบอร์ดให้คนอื่นๆได้ต่อยอดความคิดให้แพร่กระจายออกไป เห็นสติปัญญาของคนหลายประเภท หลายเชื้อชาติ
5) ทุกอย่างต้องใช้เวลา ถ้ายังดำรงอยู่ต่อไปได้ TCDC จะค่อยๆพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น เป็นที่รู้จักของคนทุกรุ่นที่สนใจศิลปะและวิธีการทำอาชีพกับสิ่งที่มีศิลปะ หรือนำเอาศิลปะเข้าสู่ชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ดีไซน์หรือการออกแบบคือการประยุกต์ศิลปะมาใช้กับชีวิตจริงของคนทั่วไป ไม่ได้มีแค่ศิลปะที่ใช้ตั้งโชว์ ถ้าคนไทยปัจจุบันและรุ่นต่อไปซึมซับรับเอาข้อดีของการดีไซน์มาอยู่ในเลือดเนื้อได้เราก็จะได้ไม่ต้องทนดูอุบาทว์ทัศนะที่หันไปทางไหนก็มีเต็มไปหมด หรือการออกแบบที่ใช้งานจริงไม่ได้ ไม่เป็นที่ยอมรับของชาวโลกสักที
6) ถ้ายังมี TCDC ได้ต่อไปแม้ไม่ได้อยู่ที่เดิม ก็ช่วยคิดหาที่ ที่เยาวชน และคนหนุ่มสาวไปถึงง่ายๆและอยากไป อยากดู เพราะเราต้องยอมรับนะว่าการให้สิ่งดีๆเดี๋ยวนี้ต้องใช้ความพยายามยัดเยียดให้กันสักหน่อย
หอศิลป์อันใหม่ของกรุงเทพฯจะปันที่ให้บ้างได้ไหม ก็ใกล้สยามสแควร์ดีนะ
7) หลายอย่างในบ้านเราน่าท้อใจ กีฬามีอยู่ได้ก็เป็นแค่เรื่องของการพนันกับตำแหน่งประธานสโมสร พื้นที่สีเขียวก็กลายเป็นตึกศูนย์การค้ากันหมด โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสารก็คุณภาพตำ ศิลปะก็ถูกผลักให้เข้าพิพิธภัณธ์ห่างไกลผู้คน จะค้าขายอะไรก็ไม่อยากลงทุนสร้างของจากความคิดตัวเอง ได้แต่ซื้อมาขายไปกินกำไรส่วนต่าง เราจะสร้างชาติกันยังไงถ้าเป็นแบบนี้กันไปหมด?
9) ประเทศชาติไม่ได้มีแค่เรื่องการเมืองกับเรื่องกางมุ้งนะยะคุณสุรยุทธ+สรยุทธ ช่วยๆกันหน่อย
10) เอา TCDC ของเราคืนมา ถ้าไม่ใช่แบบเดิมก็ได้ แต่ต้องดีกว่า เข้าใจมั้ย
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 4:20 pm
คุณๆที่ไม่ต้องการให้ TCDC ถูกย้าย คิดว่าจะทำยังไงกับค่าเช่าที่ๆ สูงขนาดนั้น เดือนละ 5 ล้าน แถมยังจะขึ้นค่าเช่า ย้ายยังดีกว่าถูกยุบ ยังดีกว่าไม่มีห้องสมุดให้ใช้อีกเลย เลิกบ่นได้แล้ว
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 6:02 pm
วันแรกแถลงว่ายุบ มาอีกสองวันเห็นกระแสต่อต้าน มาแถลงใหม่ ไม่ยุบ แต่ย้าย
วันแรกแถลงว่าที่ใหม่มีชั้นเดียว มาอีกสองวันเห็นว่าองค์ประกอบไม่ครบจริงตามกระแส มาแถลงใหม่ว่า ขอพื้นที่เพิ่มให้อีกชั้น (โถ ใจดีซะ)
วันแรกแถลงว่า เปลี่ยนชื่อ TCDC เป็นอย่างอื่น มาอีกสองวันเห็นเขาบอกว่า TCDC มีชื่อ และเอกลักษณ์ที่ดีแล้ว มาแถลงใหม่ว่า ยังคงชื่อ TCDC ไว้เหมือนเดิม
วันแรกแถลงว่า ปลดผู้บริหารเดิมพร้อมจ่ายค่าชดเชยเกือบสิบล้าน มาอีกสองวันเห็นกระแสบอกว่า รัฐจ่ายค่าโง่อีกแล้ว มาแถลงใหม่ ว่ายังปลดไม่ได้เพราะรัฐเสียเปรียบในเรื่องสัญญาจ้าง
“นี่ไงครับ ระดับด๊อกเตอร์ของผู้บริหาร สบร.ที่จะทำหน้าที่ บริหาร TCDC ต่อไปในอนาคต”
ลองคิดเอาครับ เป็นการทำงานที่ไม่มีการวางแผนรองรับเลย สั่งมาไงก็ทำกันไป วันต่อมาคุณหญิงทิพาวดี เห็นว่าเริ่มเละ แกก็เริ่มให้สัมภาษณ์ว่า ไปถามบอร์ด สบร.เอาเอง (555)
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ค่าเช่าแพง หรือใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรอกครับ มันอยู่ที่ว่า TCDC ต้องโดนยุบ และย้าย (ที่สำคัญ คือ ย้าย) ไปที่ใหม่ “ตึกใหม่ของจุฬาฯ” อยู่แล้ว ในทางยุทธศาสตร์ ถือว่า
1. TCDC มีฐานสมาชิกที่มีคุณภาพอยู่แล้ว ไม่ต้องหาใหม่ให้เหนื่อย
2. รู้อยู่แล้วว่า TCDC เป็น magnet ดึงคนได้
3. รู้อีกว่ากลุ่มสมาชิกบางท่านมีอาชีพการงานที่ดี รายได้สูง
เพื่ออะไร = เพื่อนำไปขายพื้นที่ในเชิงพานิชย์ของตึกใหม่ได้ และคาดหวังว่า กลุ่มสมาชิกที่มีอาชีพด้านออกแบบ และสถาปนิก จะมาเช่าพื้นที่ออฟฟิศใหม่ (อันหากจริง น่าจะเรียกว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า)
ที่สำคัญในบอร์ดชุดใหม่เป็นศิษย์เก่าจุฬาฯ กี่ท่าน รวมทั้งบริษัทออกแบบยังเป็นบริษัทในเครือ A49 ของพี่นิธิอีก (ศิษย์เก่าจุฬาฯ เช่นกัน) ไม่รู้นะครับแต่พอรวบรวมเอกสารและความพยายามต่างๆ รวมทั้งระยะเวลาที่เหลือน่าจะเป็นแบบนี้ (หากไม่ใช่กรุณามาชี้แจงด้วยครับ)
อีกอย่างหนึ่งว่าเป็นการยืนยันในผลลัพธ์ข้างต้น คือ ทางบอร์ด สบร. ไม่มีการถามสมาชิกก่อนเลย ว่าอยากย้ายหรือไม่ หรือต้องการอะไรไม๊สำหรับสถานที่ใหม่ ซึ่งผิดวิสัยขององค์กรใดที่มีสมาชิกที่จ่ายเงินให้เป็นรายปี จริงๆ แล้วก็รวมทั้งเป็นเงินเดือนพวกบอร์ดนี้ด้วย นอกจากไม่ถามแล้วยังรีบทำกันตาลีตาเหลือก (เพราะตึกใหม่จะเสร็จปีหน้าไม่เกินเมษา)
และที่อยากรู้มากๆ คือ ค่าเช่าแพง ไม่ทราบว่าบอร์ด สบร. เคยนัดทางห้างฯเอ็มโพเรี่ยม คุยเรื่องนี้หรือยัง เพราะจริงแล้ว สมมุติเล่นๆ หากทางห้างฯ ยอมลดราคาใกล้เคียงกับสถานที่ใหม่ ไม่ทราบว่าทางบอร์ดจะย้ายอีกหรือไม่ (อันอยากรู้จริงๆ ความจริงจะได้ปรากฎ)
ลองดู list งานเปรียบเทียบ
ทางเลือกที่ 1 ต่อรองราคาค่าเช่ากับทางห้างเอ็มโพเรี่ยม (ทำแค่อย่างเดียว หากได้ก็จบ)
ทางเลือกที่ 2 (มติ บอร์ด สบร.)
- ดำเนินการจัดหาบริษัทออกแบบ เพื่อทำการออกแบบสถานที่ใหม่ (มีแล้ว)
- ดำเนินแผนการย้าย (ต้องปิดบริการสองเดือน)
- ติดต่อ รฟม. เพื่อจัดทำทางเชื่อมของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สามย่าน
- ดำเนินแผนการประชาสัมพันธ์ และจัดสรรงบประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งว่า “ย้ายแล้ว”
- ปรับแผนการตลาดเพราะสมาชิกเก่าหายไป
- เพิ่มแผนการเงินเรื่องการชดเชยค่าสมาชิกเก่าที่ไม่สามารถมาใช้บริการได้ในระหว่างปิด
- ดำเนินการแจ้งสปอนเซอร์เก่า และเจรจาใหม่เพื่อปรับค่าสปอนเซอร์ใหม่
- ปรับกิจกรรมนิทรรศการให้สอดคล้องกับพื้นที่ ที่มีเพดานสูงไม่เกิน 3 เมตร
- ปรับเฟอร์นิเจอร์ให้กับ ผอ.คนใหม่ด้วย เพราะผอ.คนใหม่คงไม่อยากใช้ของๆ คนเก่า
- ปรับแผนของ Material Connexion ให้สอดคล้องกับพื้นที่ในสถานที่ใหม่ (อาจจะหายไป)
- รูปแบบการประเมินผลกับสถานที่ใหม่ และผู้บริหารใหม่
ลอง list งานมาคร่าวๆ ครับว่าระดับด๊อกเตอร์ เขาเลือกวิธีไหนมาเป็นทางออกสำหรับ TCDC ในยุคของ “ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย”
ตุลาคม 26, 2007 ที่ 7:36 pm
politic is powerful, but dreams are more powerful than the politic
let them do what they think is best for them
and I’ll do what I’m best at, even if the path is close in front of my eyes
but I can always see the way
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 7:37 am
TCDC IS A GREAT VALUE TO CONTINUE, AND HELP STOP THE AFFAIR HAPPEN IN TCDC
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 9:21 am
TCDC เจ๋งจริงนะ ตอนที่เพื่อนจากญี่ปุ่นมาเที่ยวไทย ยังขอให้พาไปเที่ยวเลย เพราะเค้าเรียนเรื่องดีไซน์เหมือนกันก็เลยสนใจเป็นพิเศษ พอไปถึงเค้าก็ชอบ
พวกคนที่มีอำนาจ แต่ไม่มีดีไซน์ และไม่มีรสนิยม คงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก
ว่าทำไมต้องมี TCDC และทำไมควรอยู่ที่เอ็มโพเรี่ยมด้วย
ถ้าต้องการแค่ทำลายระบบเก่าก็คงไม่รู้จะพูดอะไรอีก
แต่คงยิ่งทำให้ประชาชน คิดถึงระบบเก่ามากขึ้นไปอีกมากกว่า
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 11:40 am
ผมอยากให้ผู้มีอำนาจทั้งหลายได้เรียนรู้จริงๆเลยว่า creative industries หรือ cultural industries สำคัญมากขนาดไหนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ (โดยการเพิ่มพูนทุนทางปัญญา) ถึงขนาดที่ว่ามันเป็น หนึ่งใน agendaที่สำคัญของ UNESCO ด้วยซํ้า
ตอนนี้ผมกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูปเมืองโดยใช้ creative industriesเป็นตัวเร่ง (กรณีศึกษาในอังกฤษ) และ มีโอกาสได้เรียนรู้ถึงบทบาทขององค์กรที่ให้ creative support service ว่า มันมีความสำคัญมากแค่ไหน
creative support service ในที่นี้ไม่ใช่มีแต่ ในรูปแบบของ design centre แบบ TCDC เท่านั้น แต่รวมถึง training and skill development agency, สถาบันที่ให้การสนับสนุนทางด้านการลงทุนและพัฒนา creative enterprises, องค์กรที่ให้คำปรึกษาและความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา, การจัดตั้ง forum (การรวมตัวของ creative professionals จากสาขาต่างๆ), การจัดตั้ง studio space หรือสถานที่ทำงานราคาย่อมเยาให้กับดีไซน์เนอร์ และ ธุรกิจ creative ขนาดเล็ก, การพัฒนา cultural infrastructure และ creative industries hub/cultural quarter ใน scale ของเมืองและภูมิภาค ฯลฯ โดยที่ทุกอย่าง ถูกคล้องไว้กับ (และแตกตัวออกมาจาก) โครงสร้างของนโยบายระดับชาติ
ที่ผมกล่าวมานี้ ไม่ได้ที่จะบอกว่าเราต้องมีอย่างที่อังกฤษมี เพราะรู้ว่าศักยภาพของประเทศไทยในการจัดโครงสร้างแบบนี้ยังตํ่าอยู่ เนื่องมาจาก bureaucracy อีกทั้งยังมีเรื่องของการเมืองนํ้าเน่าเข้ามาเกี่ยวข้องอีก และอีกประการหนึ่ง บริบทของประเทศไทย และประเทศอังกฤษก็ต่างกันมาก อย่างไรก็ดี เราก็ควรที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับ best practice ของเขาเพื่อที่มาปรับใช้ ใช่ไหมครับ
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาก็คือ การที่จะผลักดันให้ creative industriesไปอยู่ใน วาระระดับชาติได้นั้น หนึ่ง…เราต้องมีผู้นำรัฐบาลที่มี วิสัยทัศน์และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก (ซึ่งคงจะไม่ใช่รัฐบาลในปัจจุบันของเราเป็นแน่) รัฐบาลของอดีตนายกฯ แบลร์ ริเริ่มที่จะใช้ creative industries ในการขับเคลื่อนการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่ปี 1997 และก็ค่อยๆปรับและพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆจนเป็นรูปธรรม พื้นฐานของนโยบายนี้อยู่ที่ว่า การแข่งขันในเศรษฐกิจโลก ณ ปัจจุบันและในอนาคต ขึ้นอยู่กับผลผลิตทางปัญญา โดยเนื้อหาเน้นไปที่คุณค่าทางเศรษฐกิจของ ’ความสร้างสรรค์’ และ ‘นวัตกรรม’
สอง…ตราบใดที่เรายังไม่มีหลักฐาน (งานวิจัยทางด้านนโยบายที่เป็นทั้ง quantitative และ qualitative) ซึ่งแสดงศักยภาพของ creative industries ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เราก็ยังคงไม่สามารถผลักดันให้มันเป็นวาระระดับชาติได้ครับ ในปี 1998 Department of Culture Media and Sports ของ รัฐบาลอังกฤษจัดทำเอกสาร Creative Industries Mapping เพื่อที่หามูลค่ามวลรวมของ creative industries และการส่งออกของภาคอุตสาหกรรมนี้ และถ้าผมจำไม่ผิด ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ก็ได้ทำ mapping ลักษณะคล้ายๆกันแล้ว ส่วนในภาคพื้นยุโรป ก็มีหลายๆเมืองที่พยายามปฏิรูปตัวเอง (โดยปรับปรุง infrastructure) ให้เป็น creative industries hub ไม่ว่าจะเป็น เมืองBilbao ในเสปน หรือ เมือง Antwerp ในเบลเยี่ยม เป็นต้น
หลายคนอาจจะคิดว่าประเทศไทยของเราอาจจะทำอย่างนั้นไม่ได้ อย่าครับ…อย่าคิดอย่างนั้น เราต้องสร้าง can-do attitudeให้กับตัวเราเอง คนไทยเรามีศักยภาพ เรามีดีของเรา การที่เรามี TCDC ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากเพราะ creative support service มีคุณค่าต่อการพัฒนาองค์ความรู้และความสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ creative professionals รุ่นใหม่ อาจจะมีคนที่ไม่ชอบ TCDC บอกว่าสิ้นเปลือง หรูไป หรือ ดีไซน์เป็นเรื่องฉาบฉวย แต่ผมคิดว่ามันควรที่จะได้รับการลงทุนและสนับสนุนมากกว่านี้ด้วยซํ้า แต่ีอีกนั่นแหละ คนหลายคนชอบติเพื่อทำลายครับ ไม่ได้ติเพื่อก่อ เมื่อปีที่แล้ว ผมเจอตัวแทนจาก Singapore Design Council ช่วง Design Week ในลอนดอน และมีโอกาสพูดคุยกับเธอ เธอยังเอ่ยชมผลงานของ TCDC เลย
ส่วนปัญหาที่ TCDC กำลังเผชิญอยู่นี้ ผมใบ้กินครับ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้นำรัฐบาลจะเห็นในจุดนี้ไหมและกลุ่มคน creative อย่างเราๆท่านๆจะผลักดัน agenda นี้อย่างไร ผมคงจะทำอะไรไม่ได้มาก ได้แต่หวังว่ารัฐบาลหน้าจะมีวิสัยทัศน์ และการจัดการที่ดีกว่านี้ บอกตามตรงครับ ผมเบื่อ technocrats หัวโบราณที่ดีแต่พูด ยืดยาด ไร้ผลงานที่เป็นรูปธรรม เวลาอ่านข่าวเกี่ยวกับประเทศไทยทีไร ก็รู้สึกเหมือนถูกข่มขืนทุกที
ก่อนจะจบ ผมขอแนะนำ หนังสือดีๆครับ
The Rise of Creative Class (Richard Florida)
The Creative Economy (John Howkins)
The Creative City (Charles Landry)
ไม่ว่าคุณจะเป็น ดีไซน์เนอร์ creative professionals นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ นักวางแผนนโยบาย หรือ ผู้ที่สนใจทั่วไป ถ้ามีโอกาสก็หาอ่านนะครับ
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 1:27 pm
ไม่ให้ปิด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
TCDC .. is great…
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 3:14 pm
อย่ายุบเลยยยยยยยย
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 6:09 pm
เอาTCDC ฉานคืนนนนนนนนนนนนนมาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 7:24 pm
ห้ามยุบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
tcdc มันรกห้าง แต่จะสร้างที่ shopping เพิ่มแทนหรอมีประโยชน์กว่าตั้งเยอะเลยนะเนี่ย
ตุลาคม 27, 2007 ที่ 7:49 pm
วิธีคิดของ tcdc เราว่ามันเป็นการพัฒนา เป็นสิ่งดีๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะมีในประเทศไทย ถ้าไม่เริ่มคิดเริ่มทำแล้วใครจะทำ แล้วจะย้ายไปไหน เพื่ออะไรไม่ชัดเจนเลยดูเหมือนจะยุบทางอ้ออม หากชี้แจงชัดเจน พวกเรายินดีรับฟังนะคะ เราก็มีความรู้ความเข้าใจพอที่จะรับปรับเปลี่ยนได้ ..ถ้ามีเหตุผลที่ดีต่อทุกด้านนะคะ
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 6:46 am
กระทู้ ห้องเฉลิมไทยกำลังจะหล่นแล้วค่ะ ไม่อยากให้เรื่องเงียบเลย ช่วยๆ กันไปโหวตหน่อยนะคะ
เรื่องจะได้ไม่เงียบ
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5932691/A5932691.html
ลิงค์ห้องพันทิพค่ะ ใครที่มีอมยิ้ม ไปกดโหวตกระทู้ด้วยนะคะ
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 12:00 pm
เป็นความคิดที่ฉลาดจริงๆ รื้อของเก่าทิ้งแล้วสร้างใหม่ให้เสียงบประมาณเพิ่มและด้อยคุณภาพกว่าเดิม พวกคนดีแต่หลักการแต่ไม่เคยจะมาสัมผัสหรือทำความเข้าใจถึงสิ่งเหล่านั้น อนาคตเศรษฐกิจและมันสมองของประเทศก็หายไปด้วย แล้วก็จะเกิดอาการสมองไหลตามมาเพราะรัฐบาลมองไม่เห็นค่าความสำคัญของงานออกแบบ มันน่าเศร้าใจ…………-.-
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 3:41 pm
อย่ายุบเลยง้าบบบบบบบบบบบ
TT^TT
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 3:59 pm
ทำเราต้องมีข้าราชการงี่เง่าแบบนี้ด้วย…
ปากก็บอกว่ารักชาติๆ
แม่งก็ห่วงแต่ตัวเอง
อะไรดีดีแม่งไม่เอาหลอก
เพราะไม่ใช่ผลงานมัน
ต้องสลักชื่อมันลงไปด้วย มันถึงจะยอมรับ
TCDC เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมรอคอยให้รัฐบาลเข้ามาสนใจงานออกแบบให้มากขึ้น
ในถาณะนักออกแบบคนนึง
ขอบสนับสนุนTCDCให้คงอยู่ตอไป
และมีหลักการ อุดมการณ์ ที่ก้าวไกล
ไม่ใช่เชื่องช้า อืดอาด
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 4:18 pm
เห็นด้วยว่าไม่ควรยุบ
เพราะเจตนาและผลดีมีมาก
ส่วนมีปัญหาอะไรก็แก้ไขครับ
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 4:55 pm
ตลก จัง ประเทศใทย
สิ่งที่เกิดมา มี ประโยชน์อยู่แล้ว
ทามายต้องมานั่งคิดหน้าคิดหลัง
ยังไงมัน อยู๋ก็ไม่ได้ สร้างความเสียหาย
ทามายไม่ไปแก้อารายที่มันไม่ดีกว่านี้
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 6:22 pm
เห็นด้วยกับหลายทัศนะที่ว่าจะทำยังไงก็ทำไปแต่ให้มั่นใจว่าเอาภาษีเราไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ..มาถึงตรงนี้เลยสงสัยอีกอย่างว่าถ้าไม่เอา emporium เพราะค่าเช่าแพง ทำไมไม่ไปเช่าที่ราคาถูกแล้วทำสาขาย่อย 4 มุมเมืองรอบกรุงเทพฯ มันซะเลย จะได้ไม่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง ..บางทีก็รู้สึกนะคะว่าเลี้ยวรถเข้าโรงแรมม่านรูดหรืออาบอบนวดยังง่ายกว่าหาพิพิธภัณฑ์หรือห้องสมุดดีๆ
อีกประเด็นที่พูดกันมากคือเรื่องการตอบสนองคนกลุ่มน้อย..ไม่อยากให้ด่วนสรุปอย่างนั้นเพราะทุกสาขาอาชีพก็เป็นเฟืองที่ช่วยขับประเทศ ดังนั้น TCDC ก็เหมือนแพทยสภา สมาคมช่างภาพ สมาคมนักข่าว วิศวกรรมสถาน หอการค้าไทย ฯลฯ ถ้าเรารังเกียจเขา เขาก็มีสิทธิ์รังเกียจเราเช่นกัน สิ่งที่ควรทำคือน่าจะช่วยกันยกย่องคุณค่าของความแตกต่างระหว่างบุคคลและความคิด เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนกล้าแสดงออกและใช้ศักยภาพที่มีในการสร้างสรรค์ผลงานออกมา
งาน design ไม่ได้มีเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแก้ปัญหาเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นด้วย ตัวอย่างง่ายๆ ..เคยเทซอสมะเขือเทศออกจากขวดกันไหมคะ พอใช้เสร็จมันก็จะเลอะที่ปากขวดและย้อยลงมาน่ารำคาญใช่หรือเปล่า ถ้าได้ไปนิทรรศการ DNA of Japanese Design จะพบว่ามีคนออกแบบปากขวดให้ตัดเป็นเหลี่ยมไว้ด้านหนึ่งเพื่อแก้ปัญหานี้ แล้วก็มียางลบดินสอที่หน้าตาเหมือนทุเรียน เพราะช่วยแก้ปัญหาเรื่องยางลบแบบเดิมที่ลบไปได้นิดเดียวก็เป็นก้อนมนๆ ทำให้เข้าซอกเข้ามุมได้ลำบาก นี่แค่ตัวอย่างจากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันที่บางคนเคยมองว่ามันทำอะไรดีกว่านี้ไม่ได้ หรือบางคนแม้อ่านเจอข้อควมนี้แล้วก็ยังรู้สึกว่าไร้สาระสิ้นดี แต่เราต้องสร้าง can-do attitude อย่างที่คุณ Nol บอก
ของบางอย่าง แรกๆ อาจจะดูว่ามันใช้ไม่ได้จริงหรือต้นทุนสูง เมื่อผ่านกระบวนการคิดและปรับปรุงจนเหมาะสม คนส่วนใหญ่ก็จะได้ใช้ประโยชน์ด้วยคุณภาพที่ดีและราคาที่เราเอื้อมถึงได้ และถึงแม้ว่างาน design บางชิ้นจะไม่ได้เน้นอะไรนอกจากเรื่องความสวยงาม นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันไร้ประโยชน์ เพราะความสวยงามเป็นสิ่งช่วยจรรโลงใจ เราทุกคนก็แสวงหาความสวยงามกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือ เราถึงต้องดั้นด้นไปตามป่าเขาหรือใต้ทะเล เพื่อสัมผัสความงามต่างๆ เหล่านั้น
เห็นด้วยกับคุณ Apicharn ที่บอกว่า “สิ่งเหล่านี้มันคือการสร้างแรงบันดาลใจที่สั่งสมมาในตัวตนโดยที่เด็กๆก็ไม่รู้ เราไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเป็น designer หรอก เพียงแต่ว่าชีวิตที่มันมีวิธีคิดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ หรืออะไรก็แล้วแต่ล้วนต้องการแรงบันดาลใจ” และเศร้าใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวว่า Natioan Museum ก็ยังคงเป็น Thai-style National Museum อยู่อย่างนั้น
หวังว่า TCDC ยุคใหม่จะให้ประโยชน์ได้ไม่แพ้ของเดิม..รอดูอย่างใจจดใจจ่อค่ะ
ตุลาคม 28, 2007 ที่ 11:33 pm
****ถ้าจะมีการโยกย้ายสถานที่ หากบอกว่าที่บนEmporium มันแพงเกินไป ก็ไม่ว่ากัน แต่อยากให้อยู่ในที่ที่เดียวไปเลย ไม่ใช่ให้นิทรรศการไปทางนึง ห้องสมุดไปทางนึง ****
เราคิดว่ายังงัยก็ควรจะมีTCDC เป็นอย่างยิ่ง และอย่าเอาเรื่องหรูหรา ฟุ่มเฟือยมาอ้าง พูดตรงๆว่า บรรยากาศในTCDCที่เป็นอยู่ตอนนี้ ชวนให้ใช้บริการมากๆ
ยกตัวอย่าง ความจริงที่น่าเศร้า
สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ขนาดเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนรวมของคนทุกกลุ่ม ในชาติไทย
แต่กลับกลายเป็นว่าคนไทยหลายๆคนยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าอยู่ตรงไหน ซึ่งน่าเศร้าใจมากจริงๆ แต่รัฐบาลก็ไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใดๆให้จูงใจคนไทย นั่นเป็นเพียงเพราะว่าพิพิธภัณฑ์แห่งชาตินี้เป็นที่รองรับให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้อย่างเดียวก็พอหรือ? แล้วเยาวชนไทยที่ไป เค้าอยากไปของเค้าเอง หรือ ไปเพราะคุณครูพาไป? แล้วต่อจากนั้น เยาวชนเหล่านั้นติดใจอยากจะไปอีกมั้ย?
ตัวเรามีโอกาสได้ไปพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลายครั้งเหมือนกัน แต่แทบจะไม่เห็นคนไทยไปเที่ยวที่นี่เลย
ถ้าถามคนไทยว่า พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ นี้ไม่ดีหรอ? ทุกคนว่า ดี
ถามว่าควรมีมั้ย? ทุกคนว่า ควร
แต่ถามว่าตอนนี้ไปกันมั้ย? หลายคนต้องบอกว่า อืมไว้จะไป (แล้วสุดท้ายก็ไม่ไป)
นั่นเป็นเพราะรัฐบาลไม่ปรับปรุงให้ที่ดีๆแบบนี้ ให้น่าสนใจ หรือเปล่า?
ขาดการประชาสัมพันธ์ในหมู่คนไทย หรือเปล่า?
สำหรับTCDC ซึ่งมีบางคนอาจอ้างว่ามีประโยชน์กับแค่คนเฉพาะกลุ่ม แต่TCDCกลับสามารถครองใจกลุ่มบุคคลเหล่านั้นได้อย่างมากมายขนาดนี้ มีผู้ให้ความสนใจไปใช้บริการ โดยเฉพาะ”คนไทย”ไม่เว้นแต่ละวัน แล้วยังจะไม่ให้ความสำคัญอีกเหรอ
ส่วนเรื่องที่อ้างว่ามีประโยชน์กับแค่คนเฉพาะกลุ่มนั้น ก็ไม่จริงเลย ซึ่งประโยชน์ที่ได้กับเยาวชน ได้กับประเทศชาตินั้น เราก็มีความคิดเห็นเหมือนกับคนอื่นๆที่ได้คอมเมนต์มาข้างต้น
****ดังนั้นขอให้ยังไงก็ยังมีTCDCอยู่ อย่าแยกย่อยTCDCไปอยู่ตรงนู้นบ้างตรงนี้บ้าง อย่ายุบนิทรรศการ อย่ายุบMaterial Connecting ขอให้มีทุกอย่างให้เหมือนเดิมในที่ที่เดียว จะอยู่ที่ไหนก็ได้
แล้วเมื่อองค์กรแข็งแรงพอ จะมีสาขาย่อยกระจายไปสู่ต่างจังหวัดก็จะดีมากๆ****
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 2:36 am
savetcdc ด้วยคน
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 3:12 am
ถึงรัฐบาลครับ ผมว่าประเทศ ยังมีปัญหาอื่นที่สำคัญกว่าให้คุณมาดูแลนะครับ และTCDC ไม่ใช่ปัญหาของประเทศนี้นะครับ
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 3:16 am
คนประเทศนี้อ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 8 บรรทัดเองนะ ซึ่งอาจรวมถึงคุณที่คิดจะยุบ ทีซีด้วย คุณยังจะยุบห้องสมุดอีกหรอ ปัญหาการศึกษาอื่นๆทำไมคุณไม่เข้าไปดูแล
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 3:40 am
ไม่เห็นประเทศไหนที่ปกครองแบบเผด็จการทหารแล้วประเทศเจริญซักประเทศ
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 4:27 am
เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
1. ประเทศไทยมีหน่วยงานที่ช่วยเหลือในด้านการออกแบบหลายแห่ง เช่น ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมส่งเสริมการส่งออก ศูนย์ออกแบบของสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ไม่แน่ใจว่ามีอีกหรือเปล่า) แต่การที่จะสร้างให้เห็นความสำคัญของการออกแบบให้เป็นวาระแห่งชาติ ต้องอาศัยการร่วมกันหลายหน่วยงาน การยุบรวม เห็นด้วย แต่ควรจะมีการวางแผนให้เกิดการต่อเนื่อง และการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม
2. การเปลี่ยนสถานที่ ไม่เห็นด้วย เพราะการลงทุนเรื่องเครื่องมือ สถานที่ไปมาก ย้ายก็ต้องลงทุนใหม่อยู่ดี
3. ชอบ TCDC ตรงที่การดำเนินงาน รวดเร็ว มีแนวคิดในการสื่อสาร แต่บางกรณีดูเป็นของนอกมากเกินไป (แล้วแต่ชอบ) ดังนั้นถ้าการดำเนินงานอยู่ในส่วนภาครัฐโดยตรง ยังนึกไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร
4. เอาใจช่วยคนสร้าง และคนทำงาน อยากให้มีนักคิดที่ปฏิบัติจริงครับ
5. การย้าย หรือ ไม่ย้าย น่าจะทำหลังการเลือกตั้งเสร็จดีกว่ามั๊ย
6. Material Connection ควรมีอยู่อย่างยิ่ง เป็นการลงทุนระยะยาว
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 5:09 am
ฟังแล้วน่าเศร้าใจมากๆครับ เสียดายจริงๆที่เกิดในประเทศไทย แล้วมีคนไทยที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเห็นแก่พวกพ้อง หลายๆเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากมีการแปลงแปลงทางการเมือง ฟังดูแล้วน้ำเน่าสิ้นดี น่าเบื่อมากๆ
ผมทำอาชีพทางด้านการผลิตสินค้าเพื่อส่งออก เข้าใจเป็นอย่างดีครับว่าตอนนี้ประเทศชาติป็นอย่างไร เศรษฐกิจที่แย่ลงๆทุกวัน ได้แต่คอยฟังข่าวแก้ตัวของรัฐบาลชุดนี้ไปวันๆ ผมไม่เข้าใจจริงๆว่าคนพวกนี้มีความละอายเหลืออยู่บ้างหรือไม่ หรืวันๆมีแต่คนคอยยกย่องประจบประแจงจนหลงลืมตัวไปหมดแล้ว
เอาครับมาว่ากันเรื่อง TCDC
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 5:31 am
ไปตายซะ
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 5:32 am
ผมชอบมากที่มี TCDC เกิดขึ้นมา ภาคการผลิตสินค้าจำเป็นอย่างมากครับที่ต้องอาศัยการออกแบบ สินค้าทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรรอบๆตัวเรา มีการอกแบบเข้าไปเกี่ยวของทั้งสิ้น และอย่างยิ่งถ้าสินค้านั้นต้องไปต่อสู้กับสินค้าอื่นๆในตลาดโลก ผู้ซื้อที่จะเข้ามาสั่งสินค้าจากบ้านเราอย่างแรกที่เค้าจะมองคือรูปแบบ เคยมีลูกค้าต่างประเทศของผมเล่าให้ฟังว่า สินค้าบ้านเราดี การบริการก็ดีด้วยความที่คนไทยดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่เขาอยากได้มากกว่านั้นคือการมีสินค้าใหม่ๆให้เขา ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆเช่นจีน เขาไปทีไรจะมีสินค้าใหม่ๆตลอดเวลาหรือทุกๆ 6 เดือน ผมเคยเอาเรื่องนี้มานั่งปรึกษากันทางเพื่อนที่ร่วมธุรกิจเช่นเดียวกันหรือคล้ายๆกัน ก็ได้ข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกันครับว่า เราขาดแคลนนักออกแบบ หายากมาก การที่จะมีสินค้าใหม่ๆให้ทันตามช่วงเวลานั้นๆ หรือการวางแผนการผลิตสินค้าที่ดีนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กร จะต้องมีทีมนักออกแบบที่ดี จะเรียกได้ว่าเป็นความจำเป็นที่ขาดเสียมิได้เลยครับ
TCDC เกิดขึ้นมาผมดีใจมาก การสร้างนักออกแบบ หรือการเป้นนักออกแบบที่ดี ผมมีความเชื่ออยู่อย่างนึ่งครับว่า ไม่จำเป็นต้องอาศัยการศึกษาตามระบบ ประสบการณ์สำคัญยิ่ง และสิ่งที่จะสนับสนุนหรือแหล่งข้อมูลก็สำคัญมากไม่แพ้กัน การออกแบบต้องรู้กว้างแลรู้มากครับ จะยิ่งเป็นประโยชน์ ไม่ใช่สักแต่ว่าเห็นคนอื่นทำอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเอามาดัดแปลง ไม่เพียงพอในการเป็นผู้นำด้านการออกแบบ และไม่สร้างคุณค่าใดๆ ไม่ว่ากับบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานทั้งของเอกชน หรือรัฐเลยสักนิดเดียว
การจะได้สิ่งใดมาฟรีๆนั้นหายาก และการที่จะได้สิ่งที่ดีที่สุดก็ต้องลงทุนมากเช่นกันครับ
อย่าคิดหรือมองกันแต่ด้านใดด้านหนึ่ง ผลที่เสียไปกับผลที่ได้รับ อาจเทียบกันไม่ได้เลยครับ
ไม่ว่าจะทั้งทางรูปธรรมหรือนามธรรมครับ
ผมสนับสนุนและอยากเห็นTCDC ไปไกลขึ้น ไม่ใช่เดินถอยหลัง เช่นเดียวกับสภาวะบ้านเมือง ณ ปัจจุบันครับ
ยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมผลักดันเพื่อสิ่งดีๆครับ
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 6:37 am
หน่วยงานดีๆอย่างนี้อย่ายุบนะครับ
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 7:49 am
หรือว่าประเทศเรา การสรางสรรค์ ในลักษณะนี้เป้นสิ่งทีเกิดขึ้นได้ยากและเป้นไปไม่ได้ที่จะมีพื้นที่แบบนี้ น่าเศร้าใจอย่างมากที่องกรแบบนี้จะโดนยุบ เราต้องตามหลังประเทศอื่นอีกนานไหมเนี้ย เฮ้ออ สงสารสังคมออกแบบหรือสรางสรรค์ ในประเทศแห่งนี้ อย่ายุบเลยครับ เฮ้ออ
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 8:46 am
ไม่เห็นด้วยเลยครับ
ขอย้อนกลัไปประเทศญี่ปุ่น นิดนึงนะครับ
เมื่อหลังสงครามโลก ประเทศญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก ในตอนนั้นญี่ปุ่นได้วิเคราห์ตัวเองแล้วว่า เขามีความสามารถทางด้านการผลิต เนื่องจากผลิตอาวุธสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตอนนั้น ทางวัฒนธรรมของอเมริกาได้เข้ามาในญี่ปุ่นมากมาย ผ่านทางสื่อต่างๆ
ญี่ปุ่นได้ส่งคนไปศึกษาว่าจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร หลังจากตัวแทนได้กลับมาที่ประเทศญี่ปุ่น ก็สรุปว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์คือคำตอบ น่าจะมีศูนย์กลางการออกแบบของประเทศ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ทางกลุ่มพ่อค้า และกลุ่มการเมือง ก็เห็นชอบด้วย ได้จัดตั้งหน่วยงานการออกแบบของประเทศญี่ปุ่น ชื่อว่า JIDPO จากนั้นก็เริ่มคิดออกแบบผลิตถัณฑ์ของตัวเองตั้งแต่บัดนั้น จนทุกวันนี้ญี่ปุ่นเป็นผู้นำทางด้านการออกแบบของเอเซียไปแล้ว
มองในปัจจุบันประเทศไทย กำลังประสงปัญหาเรื่องของโรงงานต่างชาติย้ายฐานการผลิตไปจีน และเวียดนาม ทางออกของประเทศไทยคือ การสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเอง ศูนย์ TCDC ควรจะอยู่ต่อไป เพื่อช่วยเหลือทางด้านการออกแบบให้แก่อุตสาหกรรมไทยต่อไป
อย่ายุบเลยครับ
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 9:06 am
ซวยไป
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 9:26 am
save tcdc
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 11:06 am
ไม่เห็นด้วย ที่ยุบ TCDC
เพราะมีอะไรดีๆ ให้ผู้สนใจได้ศึกษาตั้งเยอะ
ยอมรับครับ ว่าค่าใช้จ่ายสูง
แต่น่าจะเน้นการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
แทนที่จะเลือกวิธีง่ายๆแบบนี้
ตุลาคม 29, 2007 ที่ 12:03 pm
ถ้าอ้างว่าใช่งบประมาณสิ้นเปลือง
ถ้าอ้างว่าเงินเดือนผู้บริหารสูงเกิน
ผมถามหน่อยว่าเราควรจะแก้ปัญหาตรงไหน
ระหว่างการแก้ที่การบริหารการจัดการ รวมถึงตัวบุคคล ที่เป็นสาเหตุของปัญหา
หรือแก้โดยการยุบทิ้ง ปัดปัญหาออกจากตัว แบบขอไปที ไร้ซึ่งเหตุผลและ
ไม่สนว่าใครจะได้รับผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะผู้ใช้บริการเพื่อหาความรู้ หาข้อมูล
ถามอย่างสุดท้าย
ถ้าคุณบอกว่าที่อื่นก็ให้ความรู้ได้เหมือนกัน ยุบที่นี่ไปก็ไม่เห็นจะเป็นไร
ผมก็อยากถามกลับว่า ที่เหมือนๆกันที่คุณว่า มีที่ไหนบ้าง
เพียงพอหรือยัง ในต่างจังหวัดหล่ะมีที่ไหนบ้าง
ในหลักสูตรการศึกษาไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี่เพียงพอแล้วหรือ
ที่นี่ถึงแม้จะเป็นจุดเล็ก แต่มันก็เป็นการเริ่มต้นที่เห็นภาพได้ชัดเจน
และผมเองเชื่อว่าถ้าจุดประสงค์ในการดำเนินงานของ TCDC
สำเร็จก็จะมีการขยายตัวสู่ภูมิภาคในอนาคตอย่างแน่นอน
และมันจะเป็นการวางรากฐานที่ดีสำหรับวงการออกแบบบ้านเรา……
แต่สิ่งที่คาดหวังมันจะถูกทำลายลงเพราะความคิดและมุมมองอันคับแคบ
ของคนเพียงไม่กี่คนที่ผมเชื่อว่ามีจำนวนน้อยกว่าคนที่เห็นคุณค่าของที่นี่
เอาใจช่วยครับ SAVETCDC
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 3:01 am
อยากยุบ ก็ไปยุบสภาแทน ……………………………..ดิ
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 5:18 am
ผู้บริหารเขาทำผลงานออกมาได้ขนาดนี้ในเวลาไม่ถึงสองปี โดยการใช้เงินไปน้อยกว่าหน่วยงานรัฐอีกหลายๆแห่งเป็นสิบๆเท่า ทั้งที่หน่วยงานหลายแห่งที่เกี่ยวข้องทำมาร่วมสิบปี ยังไม่ไปไหนกันเลย เราว่าเงินเดือนที่จ่ายให้เขานะ เรารับได้นะ และอย่าลืมนะครับ ว่า”กรุงเทพเมืองแฟชั่น” นั้น พวกไหนทำกัน โดนด่ากันทั้งยวง ยังมีหน้าจะมาขโมย tcdc ไปทำต่อ ทุเรศนะครับ
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 5:49 am
ตกลงแล้วที่พูดกันมาทั้งหมดนี้ มีใครพอจะมีวิธีแก้ที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนบ้างไหมครับ
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 6:28 am
ดีที่สุดในตอนนี้คือ ร่วมลงชื่อคัดค้านครับ ขั้นต่อมาคือ บอกเพื่อนๆต่ออีกสักห้าหกคนให้ไปร่วมลงชื่อคัดค้านครับ และบอกให้ทำต่อไปแบบลูกโซ่ และท้ายสุดใช้วิธีแบบกองโจรน้อยๆ เช่นวันเสาร์นี้ผมและกลุ่มเพื่อนๆ จะทำเสื้อทีมและโปสการด์ออกไปแจกตามสถานที่ต่างๆ(ที่ต้องเกี่ยวข้องกับงานสร้างสรรค์) เพื่อให้ข้อมูล และเชิญชวนทุกๆคนให้ไปลองเยี่ยมชม tcdc ทั้งทางเว็บ และสถานที่จริง ยังมีคนอีกมากครับ แม้กระทั่งอาจารย์ตามมหาวิทยาลัย ที่ทุกวันนี้ยังไม่เคยไปสัมผัส tcdc เลย
การแสดงความเชื่อมั่นในบางสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะเป็นแค่พลังของคนกลุ่มเล็กๆ และวิธีการที่ดูโง่ๆสักหน่อย แต่ผมคิดว่ามันเป็นการแสดงความจริงใจที่จะรักษา tcdc ใว้ได้ครับ
บุญรักษาครับ
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 10:32 am
มีคนไทยเก่งๆด้านการออกแบบมากมาย นี่ถ้ารัฐบาลสนับสนุนซะหน่อย ประเทศชาติพัฒนาไปได้ไกลไม่แพ้ชาติใดในโลกแน่นอน………………เฮ้อ น่าเสียดาย ….(คิดต่อเอาเอง..พูดไม่ถูก)
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 12:03 pm
Hong Kong InnoCentre
http://www.designsmart.gov.hk/l-eng/inno_centre.asp
HK one-stop shop for innovations and creativities.
Jointly run by Hong Kong Science & Technology Parks and Hong Kong Design Centre. It aims to cultivate a cluster of high-value added design activities among design professionals and user industries.
Services that will be provided, including:
* grade A office for small and medium design companies
* design incubation programme for start-up companies
* education, training and professional development
* exhibitions, seminars and workshops
* a resource centre
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 4:19 pm
คิดถึงเวลาเราเสียภาษีเลยนะ จะเป็นค่าซื้อรถถังกี่บาท ซื้อเครื่องบินกี่บาท ใช้หนี้ต่างชาติกี่บาท
เอาไว้สร้างอะไร รื้ออะไรอีกกี่บาท น่าจะรวมตัวกันได้นะ เสียงของดีไซน์เนอร์ในเมืองไทย นักออกแบบ นักศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบ ภาควิชาที่เกี่ยวกับการออกแบบ ลองคิดดูว่ามีจำนวนมากขนาดไหน แต่ละคนทำงานหาเงินมาเสียภาษีให้รัฐขนาดไหน น่าจะลองคิดบ้างนะว่านักออกแบบบางคนนั่งกระดิกเมาส์อยู่ที่บ้านวันเดียว หารายได้ ได้มากกว่าชาวนาทำนาทั้งเดือน แล้วจะไม่ให้นักออกแบบได้ใช้ประโยชน์จากภาษีที่เสียให้รัฐเลยหรือ หรือรัฐทำได้แต่ถนน รถไฟฟ้า ประกันราคาสินค้าเกษตร และซื้อเสียงประชาชน แน่หละ ว่านักออกแบบคงมีเสียงไม่มากนัก แต่รายได้ที่เสียภาษี อาจจะมากกว่านะท่าเทียบต่อคน ใครที่มีเพื่อนทำงานออกแบบ สร้างสรรค์ เขียนบทหนัง เขียนเพลง ออกแบบโฆษณา ออกแบบกราฟิค สร้างหนัง ทำข่าว จัดแสดงงาน และอื่นๆ ที่สร้างสรรค์ ช่วยมาลงความคิดเห็นในนี้ก็คงดีนะครับ
เสียดายนะครับที่ TCDC อาจจะโดนยุบหรือย้าย ผมว่าที่สวยๆ แบบนี้ หาชมยาก ถ้าจะย้าย ก็น่าจะทำให้สวยได้เหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิม ถ้าถามว่าจะคัดค้านไหม ที่จะยุบหรือย้ายก็คงต้องถามว่า ค่าใช้จ่ายที่รัฐเอามาจ่ายได้อะไรตอบแทน
ถ้าทำให้ประชาชนมีความรู้สู้ต่างชาติได้ ก็วัดเป็นตัวเงินไม่ได้
ถ้า TCDC สร้างคนไทยได้อย่าง นักออกแบบดีๆ ในโลกซักคน(ลองใส่ซื่อดูนะ)ถ้าฝรั่งมาไทยต้องมาซื้อสินค้าไทย จากดีไซฯเนอร์ไทย ที่ได้แรงบันดาลใจจาก TCDC ก็คงคุ้มแล้ว
ลองคิดถึงว่าถ้าไปปารีส แล้วต้องซื้อของหลุยซิ
ทำอีก 10 TCDC ยังคุ้มเลย ถ้ารัฐหารายได้ไม่เก่งแต่ทำลายเก่งก็คงต้องปล่อยเค้าไป ให้ขิงเน่าเต่าง่อย ต่อยอดให้คนไทยง่อยเปลี้ยเสียขาที่จะยืนในตลาดโลกต่อไป
กิจกรรมดีๆ TSP2007 ที่ TCDC
http://www.2how.com/board/topic.php?id=26828
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 6:13 pm
ผมว่าการที่คนเรามียศมีตำแหน่งมีอำนาจบางครั้งมันไม่ได้ช่วยพัฒนาสมองหมาปัญญาควายให้ฉลาดได้เลยเหรอว่ะ ไม่รู้แม่งไปได้มาได้ยังไง ตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆ เนี่ย มันไม่ได้รู้จักแยกแยะว่าสิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด สิ่งไหนดีกับส่วนรวม หรือสิ่งไหนทำเพื่อสนองกับความคิดระยำๆ!! ของตัวเอง หรือว่ารัฐบาลประเทศเราใช้วิธีจับสลาก โยนหัวก้อย เพื่อได้ตำแหน่งกัน ถ้าคิดจะยุบ ไปยุบชุมชนเทรื่อมโทรม ชุมชนใด้สะพานลอย หรือสิ่งต่างๆที่มันส้นตีนมากๆในบ้านเมืองเรา แล้วเอาเวลาไปพัฒนาให้คุณภาพชีวิตของผู้คนเหล่านั้นมันดีไม่ดีกว่าเหรอว่ะ อย่ามัวเสียเวลามาทำลายของที่มันมีประโยชน์กับส่วนรวม หรือคิดจะเอาหน้า เอาผลงานอีกเลย ถ้าคิดว่าการออกแบบมันไม่มีค่า มันไม่สำคัญ บ้านที่อยู่ก็ไม่ต้องจ้าง interior มาออกแบบหรอก อยู่ในกะลาใบเก่าๆ ต่อไปเถอะ รถที่ใช้ก็ไม่ต้องมาเลือกยี่ห้อกันให้วุ่นวาย เสื้อผ้าก็ไม่ต้องแต่งตัวมาอวดกัน เอาถุงพลาสติก เศษใบไม้มาห่อตัวเหมือนเคยก็ได้
* ต้องขอโทษสัตว์ทั้ง 2 ขนิดด้วยที่ต้องโดนยกเป็นตัวอย่าง แต่มันเห็นเป็นรูปธรรมมากๆว่ะ
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 6:52 pm
ไอ้พวกรัฐบาลศักดินามันไม่สนหรอกคุณ มันคิดอยู่อย่างเดียวว่าไพร่อย่างเราๆไม่ต้องใช้อะไรดีมากก็ได้
TCDC น่ะมันดีเกินไป ไม่เหมาะกับไอ้พวกไพรอย่างเราๆ่ ให้มันใช้ของห่วยๆ พอถูๆไถๆก็พอ ไม่ต้องสะเออะ!! เดี๋ยวพวกมันจะฉลาดเกินไป ปกครองยาก!!
การก่นด่า TCDC ว่าสิ้นเปลืองและไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายของประเทศ สะท้อนความคิดพื้นฐานของชนชั้นศักดินา และชนชั้นปกครอง ในเรื่องระดับการให้บริการแก่ประชาชน ที่ต้องกดให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะต่ำได้ ห่วยที่สุดเท่าที่จะห่วยได้ ในขณะที่ทหารสั่งซื้อเครื่องบิน 12 ลำราคากว่า 34,000 ล้าน…ที่สุดท้ายก็นำมาตั้งโชว์ปีละครั้งในงานวันเด็ก..
เพียงแค่มูลค่าเครื่องบิน 1 ลำ สามารถมี TCDC ได้ถึง 12 ปี !!!
แล้วพวกแม่งยังมีหน้ามาบอกว่า TCDC เปลืองและไม่จำเป็น !!
เป็นคุณจะเลือก TCDC หรือ เครื่องบินรบ ?…ไม่ต้องใช้ส้นตีนคิดอย่างพวกมัน ผมก็คิดได้ครับ !!!
ตุลาคม 30, 2007 ที่ 8:48 pm
เราคนนึงที่เรียนดีไซน์ที่milanบอกตามตรงว่าเรา ดีใจสุดๆเมื่อตอนกลับมาเมืองไทยได้ใช้บริการของ tcdc แอบดีใจแทนคนไทยได้มีโอกาสได้มีโอกาสใช้บริการห้องสมุดที่มีหนังสือที่คนปกติซื้อไม่ได้ เพราะว่าหาซื้อยาก เหรอว่าราคาแพงเกินที่จะซื้อ…แหล่งความรู้ที่ทำให้เราเปิดโลกกว้าง ถือว่าเป็นสวรรค์ของนักออกแบบเลยทีเดียว
พวกเราทำอะไรให้พวกคุณเหรอ …ถึงได้ปิดกั้นความรู้กันขนาดนี้
ไม่สงสารเด็กไทยบ้างเหรอ คิดอะไรกันอยู่
ตุลาคม 31, 2007 ที่ 5:48 am
คืออ่านๆแล้วสงสัย ตกลงเป็นความคิดคนในรัฐบาล หรือแค่คนจากจุฬาที่มีอำนาจหน่อยๆในรัฐบาล เพราะดูเหมือนประโยชน์สุดท้าย จะไปตกแถวๆจุฬาและในการบริหารของพรรคพวกพี่น้องเขาหมด เบ็ดเสร็จ เหมือนคนคิดเกมนี้ มีสมองครับ ไม่ได้โง่อย่างที่เราคิด แต่คิดได้ไม่แยบยลพอ เลยโดนใครบางคนจับได้แล้วเอามาแฉ มีคนบอกมาครับว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ค่อยจะมีบทบาทในธุรกิจทางงานสร้างสรรค์ ดีแต่ตัดยอดจะเอามาบริหาร เพราะไม่มีฝีมือในการเล่นเกม เลยตะกุยตะกายมาคุมเกมแทน โดยใช้ทุกวิชามาร ไอ้เรื่องอย่างนี้ฉลาดนักครับ เลยไม่รู้ว่าคนที่ควรถูกด่าจริงๆเป็นคนแก่ในรัฐบาล หรือ นักวิชาการ(ที่ทำงานไม่เป็น)จากมหาลัยที่ได้รับผลประโยชน์ ไปเต็มๆ
ตุลาคม 31, 2007 ที่ 9:26 am
ไอ้เรื่องย้ายไปจุฬาฯ นี่ก็เกินทน
เท่าที่ร ู้คณะกรรมการที่คัดสรรก็ดูเหมือนจะมาจากสถาบันนี้กันเกือบหมด ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พวกนี้จะเลิกทำตัวอย่างงี้กันซะที คืองี้ การรักพวกพ้องมันก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้ามันมีผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือคนหมู่มากเนี่ย มันน่าจะอายกันบ้าง
ถ้าแน่จริงก็เอาข้อมูลการเลือกพื้นที่มาให้ดูกันจะๆหน่อยสิเฮีย
คิดกันง่ายๆอย่างงี้ คงเห็นว่าช่วงนี้มันเป็นสุญญากาศทางการเมือง ใครมีอำนาจคว้าอะไรได้ก็คว้ากันไปก่อน พวกไพร่มันกำลังยุ่ง คงไม่มีใครเห็นหรอก
ผมว่าคนจุฬาฯที่เขามีความคิดดีๆเนี่ย เขาไม่ทำแบบนี้กันหรอก เสียใจแทนคนจุฬาฯจริงๆ ที่มีคนอย่างพวกนี้อยู่ด้วย
ก็ถ้าจะย้ายไปอยู่จุฬาฯเนี่ย ก็เปลี่ยนชื่อเป็น “Chula’ Creative & Design Center” ไปซะหมดเรื่องหมดราวไป
ตุลาคม 31, 2007 ที่ 1:23 pm
เท่าที่อ่าน ไม่มีฝ่ายไหนพอใจซักฝ่าย…จะว่า TCDC เป็นประโยชน์เฉพาะ Designer เท่านั้นก็ไม่ถูก เพราะก็นำความรู้ไปออกแบบให้กับคนอื่นไม่ได้ออกแบบไว้ใช้เองนะจ๊ะ และเห็นว่าเรื่องการศึกษาเป็นสิ่งที่ควรแก่การลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหรือการศึกษาอื่นๆ
พฤศจิกายน 1, 2007 ที่ 3:52 am
งานประชุมระดมความคิด “หลากหลายแง่มุมกับบ้านใหม่ TCDC”
กระแสข่าวการย้าย TCDC ไปที่จามจุรีสแควร์ในต้นปี 2551 นี้ เหล่าสมาชิกและผู้ที่สนใจต่างมีคำถามหลากหลายในใจ ตั้งแต่เรื่องเหตุผลที่มาของการย้าย….ทำไมต้องย้าย…สมควรย้ายจริงหรือ…ไปจนถึงการคัดเลือกสถานที่ใหม่…ใช้เกณฑ์อะไรในการประเมินตัวเลือกต่างๆ…. ทำไมจามจุรีสแควร์ถึงเป็นคำตอบ…รวมไปถึงข้อดีและข้อจำกัดต่างๆของสถานที่ใหม่…TCDC จะยังสามารถให้บริการแก่สมาชิกได้เหมือนเช่นเดิมหรือไม่…บทบาทและหน้าที่ของ TCDC จะยังเหมือนเดิม หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร…
เพื่อความกระจ่างและโปร่งใส ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมรับฟัง ถามคำถาม และแสดงความคิดเห็น ในงานประชุมระดมความคิด “หลากหลายแง่มุมกับบ้านใหม่ TCDC”
วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา 14.00 – 17.00 น. (ลงทะเบียนก่อนเวลาประชุม 30 นาที) ห้องออดิทอเรียม TCDC สำรองที่นั่งได้ที่ โทร 02-6648448
หมายเหตุ: เพื่อประโยชน์สูงสุดในการระดมความคิด ท่านสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ “การย้ายพื้นที่ TCDC” ได้ที่ http://www.tcdc.or.th ซึ่งข้อมูลจะพร้อมขึ้นเว็บไซด์ใน วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2550
พฤศจิกายน 2, 2007 ที่ 6:43 pm
คนย้ายเขาใช้ตรรกะอะไรมิทราบ
คณะรัฐบาลและ สนช. ก็ฉลาดกันหลายคนนะแต่ความคิดสร้างสรรค์ไม่มีเลยหรือไง
พูดถึงงานออกแบบทีไรแม่มบอกสิ้นเปลืองทุกที บอกว่าไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของประเทศ
เวรกรรม ตูเห็นพวกคุณท่านก็ไม่เคยจะช่วยเกษตรกรให้ได้มีชีวิตที่ดีขึ้นประการใดเลย
ชนชั้นกลางต้อยต่ำแบบดีไซน์เนอร์มันจะต้องไม่มีความหมายกับประเทศนี้ตลอดไปเลบหรือไงฟะ
ตอนไล่ทักษิณผมก็ไปไล่มา ผมก็เกลียดมันเหมือนกันแหละ
พอพวกรัฐบาลซังกะบ๊วยนี่เข้ามามันก็ พรากความสุขเพียงหนึ่งเดียวในประเทศนี้ของผมไปซะงั้น
เจ็บใจว่ะ นักออกแบบมันเป็นผู้ปรารถนาดีกับสังคมนะเฟ้ยแล้วสังคมนี้เลี้ยงดูนักออกแบบกันอย่างนี้
ประเทศมันจะไปในทิศทางไหนฟะ
เป็นนักออกแบบผมก็ไม่ได้รวยหรอกนะ ภาษีที่เก็บกระผมไปจะเอาแต่รับประทานกันอยู่พวกเดียวหรือไงครับ
งบประมาณที่ว่าสิ้นเปลืองของ tcdc เทียบไม่ได้เลยกับการโกงกินของนักการเมืองเพียงครั้งเดียว
โกงเพียงครั้งเดียวที่นักการเมืองมันทำอยู่มันก็มากกว่างบที่ tcdc ใช้แล้วอ่ะอะไรกันนี้ ขอได้ไม๊
เก็บห้องสมุดเอาไว้ในสถานที่ดีดี อย่าให้มันไปอยู่ในโรงจอดรถของจุฬาเลย จุฬาเขารวยอยู่แล้ว
รู้จักพอบ้างได้ไหม จะโกงกินอะไรกัน คุณเป็นสถานศึกษานะไม่ใช้บรรษัทหน้าเลือด พอมีที่ดินให้คน
เขาเช่าเยอะแล้วก็ไม่สนใจการพัฒนานักศึกษาของประเทศนี้แล้วเหรอไง หน้าไม่อาย
พฤศจิกายน 3, 2007 ที่ 2:27 am
เฮ้อ เกลียดคนคนนั้น ก็เกลียดไปซิว้า มันก็ทำไร ดีๆเหมือนกันนะเฟ้ย ดีๆอะ รักษากันเป็นมะ แม่งง จะทำลายกันอย่างเดียว บ้าฉิบ กรูหละเบื่อ
นี่เริ่มเชื่อแล้วนะเนี่ย ตอนไล่ไอ้ทัก ก็มีคนมาบอกว่า โกงแต่ยังทำไรให้บ้าง …ตอนนั้นด่าเค้าว่าโง่…พอมาไอ้ชุดนี้นึกว่าจะสงบเสือกแดกเหมือนกันอีก…แดกอย่างเดียวไม่ว่าแม่งทำลายอีก โอ้วววววว F*ck
พฤศจิกายน 3, 2007 ที่ 6:30 pm
ขอชื่นชม ขอบคุณ นับถือ คุญดวงฤทธ์และอีกหลายท่านที่มีส่วนทำให้มีTCDC แห่งนี้
สิ่งที่คุณดวงฤทธ์เล่าถึงที่มาของความคิดในการก่อตั้งสำคัญมากที่ทุกคนควรทราบ ก่อนการวิจารณ์ใดใด
หลายคำวิจารณ์หาว่พยายามโยงการเมือง แต่ชัดเจนมากว่า ทุกอย่างหนีการเมืองไม่พ้น
หากวันนั้นเราไม่มีรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ TCDC ไม่มีทางเกิด
อย่าว่าแต่ต้องเข้าใจว่ามีไปทำไมคุ้มไหมที่จะสนับสนุนความคิดให้เป็นจริง
ขนาดมีอยู่ดีดีแล้ว ยังทำลายให้เสียไป คิดความคุ้มค่าที่ลงทุนไปแล้วยังคิดไม่เป็น นับประสาอะไรที่จะมาสร้างสรรค์ พัฒนาประเทศ จาก รัฐบาลขิงแก่ ข้าราชการเช้าชามเย็นชาม ทหารเช้านั่งประธานบอร์ดเย็นนั่งนับขวด นักการเมืองนำเน่า ไดโนเสา เต่า ล้านปีที่นึกว่าสูญพันธ์ไปแล้วกำลังจะกลับมา
คนไทยเราควรเข้าใจเสียที ว่าทุกเรื่องเกี่ยวกับการเมือง
เราเลือกใคร ขอให้เลือกที่มีวิสัยทัศน์
พวกลอกนโยบาย เรียกว่าไม่มีวิสัยทัศน์หลอก คิดไม่เป็น ทำก็ไม่เป็น ด่าว่าประชานิยมก่อนนี้
ตอนนี้ประชานิยมกันใหญ่ บ้างก็แค่เปลี่ยน นิยม เป็น ต้องมาก่อน ก็ลอกเขานั้นแหละ
ขอขอบคุณ และขอคารวะ คุณ ดวงฤทธ์ และผู้ที่มีส่วน ให้ TCDCเกิดขึ้นบนเอ็มโพเรี่ยมแห่งนี้อีกครั้งครับ
จากคนอาชีพเดียวกัน
พฤศจิกายน 6, 2007 ที่ 4:34 pm
อาจจะถูกมองว่าฟุ่มเฟือย และหรูหราเกินความจำเป็นสำหรับคนทั่วไป
แต่ตามหลักความเป็นจริง
ถ้านักออกแบบไม่เคยสัมผัสงานออกแบบที่ถูกเรียกว่า “งานออกแบบ” อย่างแท้จริง
ก็อาจจะไม่เคยเข้าใจถึงความต่างระหว่าง “ของก๊อป” และ “brand name”
คนที่เรียนออกแบบมาน่าจะเข้าใจ
พฤษภาคม 18, 2008 ที่ 2:36 am
ตอนนี้กำลังเรียน MA Culture, Creativity and Entrepreneurship อยู่ที่ University of Leeds, UK. ทำให้เห็นว่า creative industries สำคัญมากจริง ๆ กลายเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลต่อการเกิดใหม่ของเมือง การใช้ชีวิตของคนเมืองปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับlifestyle แบบใหม่ ๆ ของเมือง ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวข้องกันหมดรวมถึงด้านภาพลักษณ์ และidentity
สิ่งต่าง ๆเหล่านี้จะเผยแพร่ไปในประเทศไทยได้ก็ผ่านศูนย์กลางซึ่งก็คือ TCDC มิฉะนั้นก็จะมีแต่คนกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้นที่จะรู้เรื่องแบบนี้ได้อย่างชัดเจน
SAVE TCDC
กรกฎาคม 24, 2008 ที่ 12:47 pm
TCDC เข้าได้ฟรีครับ
ยกเว้นzone”ห้องสมุดเฉพาะทาง”ซึ่งเข้าฟรีครั้งแรกและต่อไปต้องสมัครสมาชิก
ชื่อก็บอกแล้วครับว่าเฉพาะทางสำหรับคนทำงานด้านนี้
ด้วยความเคารพครับ ผู้ใช้เขาเอาไปประกอบวิชาชีพได้ค่าตอบแทนกลับมา
ก็สมควรจะเก็บค่าสมาชิกครับ
ไม่ใช่สำหรับคนเข้าไปนั่งเล่นเฉยๆครับ
ถ้ารู้ตัวว่ามานั่งเล่นเฉยๆตั้งแต่ครั้งแรกก็ไม่ต้องเป็นสมาชิกครับเขาไม่ได้บังคับ
เป็นที่ซึ่งไว้เก็บเกี่ยวหาความรู้ในด้านการประกอบวิชาชึพครับผม
ถ้าอ้างว่าเป็น นศ.ก็มีค่าสมาชิกแบบถูกพิเศษแล้วครับไม่กี่ร้อยเอง
ขอให้มองด้วยความใจกว้างครับ
ที่TCDCไม่ใช่ที่สำหรับคนมาเดินยืดโก้หรูครับและไม่มีหรอกครับแบบนั้น
ถ้ามีคนมาเสียค่าสมาชิกเพื่อนั่งเล่นผมว่าควนเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า
รบกวนคนอื่นด้วย